Page 196 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บริ
เวณรอบๆตลาดสามชุ
ก เชํ
น สถานี
ตํ
ารวจภู
ธรสามชุ
ก สุ
ขศาลา สํ
านั
กงานที่
ดิ
น ทํ
าให๎
มี
คนอพยพเข๎
ามาทํ
มาหากิ
นเพิ่
มมากขึ้
น ภาครั
ฐได๎
มี
การพั
ฒนาระบบชลประทาน ตั้
งโรงงานอุ
ตสาหกรรม(โรงงานน้ํ
าตาล
สุ
พรรณบุ
รี
) การตั
ดถนนเชื่
อมตํ
อเส๎
นทางสํ
าคั
ญๆ นํ
าความเจริ
ญรุํ
งเรื
องมาสูํ
ชุ
มชนตลาดสามชุ
ก ซึ่
งเป็
นชํ
วงเวลา
เดี
ยวกั
บที่
มี
การเปลี่
ยนผํ
านของคนรุํ
นบุ
กเบิ
ก มาสูํ
ทายาทรุํ
นใหมํ
(รุํ
นที่
๒) ซึ่
งยั
งคงสื
บทอดความเป็
นนั
กบุ
กเบิ
ที่
มี
ความขยั
นขั
นแข็
งในการทํ
ามาหากิ
น แตํ
มิ
ได๎
เป็
นการบุ
กเบิ
กเพื่
อสร๎
างถิ่
นฐาน แตํ
เป็
นการบุ
กเบิ
กเพื่
อสร๎
าง
อาณาจั
กรทางการค๎
าขึ้
นใหมํ
เพื่
อรองรั
บระบบทุ
นนิ
ยม ซึ่
งมี
ทั้
งระบบโรงงานและแรงงาน มี
การขยายพื้
นที่
ใน
การทํ
าไรํ
เพิ่
มขึ้
นโดยเฉพาะไรํ
อ๎
อยซึ่
งเป็
นแหลํ
งผลิ
ตที่
กว๎
างใหญํ
มาก มี
คนตํ
างถิ่
นเข๎
า มามากขึ้
นมี
ทั้
งแรงงาน
พํ
อค๎
าคนกลาง มี
กระแสเงิ
นหมุ
นเวี
ยนจํ
านวนมาก มี
การเปิ
ดธนาคารเพื่
อรองรั
บธุ
รกรรมการเงิ
นหลายแหํ
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กได๎
กลายเป็
นศู
นย์
กลางทางการค๎
าขนาดใหญํ
ที่
ครอบคลุ
มพื้
นที่
ถึ
งอํ
าเภอหนอง
หญ๎
าไซและอํ
าเภอดํ
านช๎
าง ถื
อวํ
าเป็
นยุ
ครุํ
งเรื
องทางเศรษฐกิ
จของชุ
มชนตลาดสามชุ
ก แตํ
ความสั
มพั
นธ์
ภายใน
ชุ
มชนกลั
บลดน๎
อยลง ทุ
กคนมุํ
งเรื่
องการค๎
าเป็
นสํ
วนใหญํ
ไมํ
สนใจการรวมตั
วเพื่
อทํ
ากิ
จกรรมของชุ
มชน มี
เพี
ยง
ประเพณี
งานงิ้
วประจํ
าปี
และการไหว๎
เจ๎
าเทํ
านั้
นที่
สื
บทอดกั
นมาไมํ
เคยวํ
างเว๎
น ซึ่
งตํ
างจากยุ
คบุ
กเบิ
กที่
ผู๎
นํ
ากั
ชุ
มชนจะพบปะกั
นเสมอ รวมกั
นเป็
นกลุํ
มเป็
นก๎
อน รั
บทราบความเคลื่
อนไหวภายในชุ
มชนเป็
นอยํ
างดี
มี
ความ
พร๎
อมในการปกป้
องชุ
มชนสู
ง ทํ
าให๎
ชุ
มชนในยุ
คบุ
กเบิ
กเติ
บโตอยํ
างมั่
นคง เป็
นตลาดที่
มี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตของผู๎
คนอยูํ
ด๎
วย
ความรั
กใครํ
สามั
คคี
เป็
นตลาดที่
มี
กลิ่
นอายของชุ
มชนที่
ทํ
ามาค๎
าขาย พร๎
อมกั
บการรั
กษาวั
ฒนธรรมชุ
มชนให๎
อยูํ
คูํ
กั
บตลาด ซึ่
งตํ
างจากตลาดสามชุ
กในยุ
ครุํ
งเรื
อง ซึ่
งขาดผู๎
นํ
าที่
จะทํ
าให๎
กระบวนการกลุํ
มของชุ
มชนก๎
าวหน๎
าไปจาก
เดิ
ม เนื่
องจากสถานการณ์
เปลี่
ยนไป ผู๎
คนสํ
วนใหญํ
ตื่
นตั
วกั
บกระแสการไหลบํ
าทางเศรษฐกิ
จและนโยบายการ
พั
ฒนาของภาครั
ฐ คื
อการแลไปข๎
างหน๎
าโดยไมํ
เหลี
ยวหลั
งมาดู
ระบบคุ
ณคํ
าของชุ
มชนที่
มี
อยูํ
เดิ
ม อาจจะ
รู๎
เทํ
าไมํ
ถึ
งการวํ
า เส๎
นทางที่
กํ
าลั
งก๎
าวเดิ
นไปข๎
างหน๎
านั้
นเต็
มไปด๎
วยความเสี่
ยง ไมํ
มี
ความมั่
นคงแนํ
นอน เส๎
นทางที่
นํ
ามาซึ่
งความเฟื่
องฟู
ทางเศรษฐกิ
จนั้
น อาจจะถู
กตั
ดขาดลงวั
นใดวั
นหนึ่
ง โดยที่
ชุ
มชนตั้
งตั
วไมํ
ทั
น ชุ
มชนจึ
ไมํ
ได๎
เตรี
ยมตั
วป้
องกั
นสภาวการณ์
ดั
งกลํ
าว ไมํ
มี
การศึ
กษาวํ
าภายในชุ
มชนมี
อะไรเป็
นคุ
ณคํ
าที่
จะต๎
องชํ
วยกั
รั
กษาไว๎
หรื
อต๎
องเตรี
ยมความพร๎
อมให๎
กั
บชุ
มชนอยํ
างไร จริ
งๆแล๎
วชุ
มชนในยุ
คบุ
กเบิ
กได๎
สร๎
างสิ่
งเหลํ
านี้
ไว๎
แล๎
คื
อการเป็
นชุ
มชนเข๎
มแข็
ง แตํ
ในยุ
ครุํ
งเรื
องนี้
ไมํ
ได๎
ให๎
ความสํ
าคั
ญในเรื่
องดั
งกลํ
าว ตลาดสามชุ
กยั
งคงทํ
าหน๎
าที่
เป็
ตลาดที่
มี
การซื้
อขายกั
นอยํ
างขวั
กไขวํ
ผู๎
คนสั
ญจรไปมามากมาย ขายตั้
งแตํ
เช๎
ายั
นค่ํ
า มี
ภู
มิ
ปั
ญญาเรื่
องอาหาร
เกิ
ดขึ้
นมากมาย ชุ
มชนมี
รายได๎
เป็
นกอบเป็
นกํ
า แตํ
แล๎
วในระยะเวลาไมํ
นานภาพเหลํ
านี้
อั
นตรธานหาย ไปสิ้
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๖๒