Page 156 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๓.๘ แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
(Identity)
อั
ตลั
กษณ์
เป็
นความต๎
องการของมนุ
ษย์
ที่
จะไมํ
เหมื
อนคนอื่
นและต๎
องการที่
จะแตกตํ
าง (Need to be
different) ซึ่
งในแตํ
ละสั
งคม/แตํ
ละกลุํ
มคน ความต๎
องการนี้
แสดงออกมาตั้
งแตํ
กระบวนการสร๎
างอั
ตลั
กษณ์
สํ
วนตั
วขึ้
นมา เชํ
น การสร๎
างอั
ตลั
กษณ์
ทางประเพณี
วั
ฒนธรรม เป็
นต๎
น นั
กวั
ฒนธรรมนิ
ยมบางสํ
านั
กยั
งมี
แนวคิ
พื้
นฐานวํ
า วั
ฒนธรรมเป็
นเรื่
องเกี่
ยวพั
นกั
บอํ
านาจ (power) เนื่
องจากวั
ฒนธรรมโดยเฉพาะสํ
วนที่
เกี่
ยวกั
บเรื่
องอั
ลั
กษณ์
ของบุ
คคลหรื
อของสั
งคมนั้
นเป็
นแหลํ
งที่
มาของอํ
านาจบางชนิ
ด เชํ
น ความมั่
นใจในตนเอง (self confident)
ความภาคภู
มิ
ใจและความรู๎
สึ
กมี
ศั
กดิ์
ศรี
ในตนเอง ดั
งนั้
น หากบุ
คคลหรื
อสั
งคมใดขาดเอกลั
กษณ์
เฉพาะตั
ว หรื
เอกลั
กษณ์
ทางวั
ฒนธรรมแล๎
ว ก็
จะทํ
าให๎
ขาดความมั่
นใจ หมดความภาคภู
มิ
ใจในตนเอง เป็
นต๎
ในทั
ศนะของ Habermas (อ๎
างใน กาญจนา แก๎
วเทพ,๒๕๔๑) พื้
นที่
สาธารณะเป็
นเรื่
องที่
เกี่
ยวข๎
อง
กั
บ “ความรู๎
สึ
กเป็
นสํ
วนรวม” (sense of public) แนวคิ
ดนี้
มิ
ได๎
มี
ลั
กษณะเลื่
อนลอยเป็
นนามธรรม หากวํ
าเป็
นการ
ปฏิ
บั
ติ
การทางสั
งคมที่
ฝั
งตั
วอยูํ
ในวั
ฒนธรรมของแตํ
ละยุ
คสมั
ย เมื่
อใช๎
มุ
มมองของ “กระบวนการผลิ
ตทาง
วั
ฒนธรรม” (Cultural Production) ก็
จะพบวํ
า การผลิ
ตวั
ฒนธรรมนั้
นจะดํ
าเนิ
นการตํ
อเนื่
องไปได๎
ก็
ตํ
อเมื่
อมี
เงื่
อนไข/ปั
จจั
ยตํ
างๆ เอื้
ออํ
านวย และหนึ่
งในเงื่
อนไข/ปั
จจั
ยเหลํ
านั้
นก็
คื
อ การมี
พื้
นที่
สาธารณะ (Public sphere)
ของชุ
มชน
กลํ
าวโดยสรุ
ป ยุ
คสมั
ยใหมํ
ได๎
วางรากฐานวิ
ธี
คิ
ดตํ
ออั
ตลั
กษณ์
โดยชี้
ให๎
เห็
นตรงกั
นวํ
า อั
ตลั
กษณ์
เป็
นกระบวนการที่
ให๎
ความสํ
าคั
ญ หรื
ออํ
านาจตํ
อมนุ
ษย์
ในฐานะผู๎
มี
เหตุ
ผลในยุ
คแรก แตํ
ตํ
อมาก็
เริ่
มขยายสูํ
การ
มองวํ
า มนุ
ษย์
สร๎
างตั
วตนขึ้
นมาจากการมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหวํ
างภายในและภายนอก โดยที่
หากเป็
นสํ
านั
กจิ
วิ
เคราะห์
จะมองลึ
กถึ
งจิ
ตใต๎
สํ
านึ
กของมนุ
ษย์
เป็
นพระเอก แตํ
หากเป็
นสํ
านั
กปรากฏการณ์
นิ
ยมและปฏิ
สั
มพั
นธ์
เชิ
สั
ญลั
กษณ์
จะอยูํ
ใต๎
จิ
ตสํ
านึ
กของมนุ
ษย์
ที่
เป็
นปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บภายนอก และยิ่
งเป็
นสํ
านั
กมาร์
กซิ
สม์
ก็
ยิ่
งใ ห๎
ความสํ
าคั
ญตํ
อโครงสร๎
างสั
งคมเป็
นตั
วกํ
าหนดอั
ตลั
กษณ์
ของคน (กํ
าจร หลุ
ยะพงศ์
,๒๕๕๑)
๓.๙ แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บจิ
ตสานึ
กสาธารณะ
คํ
าวํ
า “จิ
ตสาธารณะ” หรื
อ “จิ
ตสํ
านึ
กสาธารณะ” (Public Consciousness) เป็
นศั
พท์
ใหมํ
ในทาง
สั
งคมศาสตร์
ซึ่
งกํ
าลั
งได๎
รั
บความสนใจจากแวดวงนั
กวิ
ชาการด๎
านการพั
ฒนาอยํ
างกว๎
างขวาง ในทางปฏิ
บั
ติ
เมื่
กลํ
าวถึ
งคํ
าวํ
า “จิ
ตสํ
านึ
กสาธารณะ” หรื
ออาจจะเป็
นคํ
าอื่
นๆ เชํ
น “จิ
ตอาสา” “จิ
ตสํ
านึ
กเพื่
อสั
งคม” “จิ
ตสํ
านึ
กเพื่
สํ
วนรวม” “จิ
ตสํ
านึ
กเพื่
อมวลชน” ฯลฯ คํ
าเหลํ
านี้
ล๎
วนแตํ
มี
ความหมายที่
ใกล๎
เคี
ยงกั
นมากขึ้
นอยูํ
กั
บผู๎
ใช๎
วํ
าเป็
นคน
กลุํ
มไหน อาจแยกยํ
อยออกไปตามความสนใจเฉพาะกลุํ
ม เชํ
น จิ
ตสํ
านึ
กทางการเมื
องในการสร๎
างประชาธิ
ปไตย
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๒๕