๔) นายอเนก นาคะบุ
ตร
ที่
ปรึ
กษาด๎
านวิ
ชาการ โครงการจั
ดการคุ๎
มครองพื้
นที่
ชุํ
มน้ํ
า
ทุ
นทางสั
งคม เป็
นเรื่
องของคุ
ณคํ
าที่
มี
อยูํ
และคงอยูํ
ในสั
งคม ที่
เกิ
ดขึ้
นคูํ
ขนานไปกั
บ
เรื่
องมู
ลคํ
าที่
เป็
นรู
ปในตั
วเงิ
น ทุ
นทางสั
งคมจึ
งเป็
นเรื่
องที่
เกี่
ยวกั
บนามธรรม เชํ
น
ความมั่
นคงทางจิ
ตใจ ความเชื่
อ
ความเอื้
ออาทร การพึ่
งพากั
น ฯลฯ ที่
อาจจั
บต้
องมิ
ได้
แต่
ต้
องใช้
เวลาในการสร้
างและสั่
งสมให้
มี
ขึ้
นมา
เมื่
อ
เกิ
ดขึ้
นแล๎
วก็
ต๎
องมุํ
งรั
กษาให๎
คงอยูํ
เพื่
อเป็
นพลั
งในการสร๎
างความเข๎
มแข็
งในสั
งคม และผลั
กดั
นให๎
คนในสั
งคม
ก๎
าวไปข๎
างหน๎
าได๎
อยํ
างมั่
นคง
เครื่
องมื
ออยํ
างหนึ่
งในการสร๎
างและพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคม ได๎
แกํ
การออมที่
เกิ
ดขึ้
นใน
ชุ
มชน โดยใช๎
มู
ลคํ
าของเงิ
นมาเป็
นเครื่
องจู
งใจให๎
คนในชุ
มชนรํ
วมกั
นทํ
ากิ
จกรรมตํ
าง ๆ เพื่
อสั
งคม ซึ่
งผลผลิ
ตที่
จะได๎
เป็
นในรู
ปประโยชน์
ตํ
าง ๆ ที่
เกิ
ดขึ้
นตํ
อคนในชุ
มชน ขณะที่
ผลลั
พธ์
คื
อ การสร๎
างเสริ
มความสั
มพั
นธ์
ระหวํ
างกั
นให๎
แนํ
นแฟ้
น เกิ
ดความไว๎
เนื้
อเชื่
อใจกั
นมากขึ้
น มี
การพึ่
งพาอาศั
ยกั
นชํ
วยเหลื
อเกื้
อกู
ลกั
น โดยมี
ใจ
เป็
นหลั
กยึ
ดที่
เกาะเกี่
ยวให๎
คนในชุ
มชนรวมกลุํ
มกั
น และขยายเป็
นเครื
อขํ
าย เป็
นการถั
กทอทางสั
งคมที่
สร๎
างความ
เข๎
มแข็
งและความเป็
นปึ
กแผํ
น
๕) นายวงศ์
ศั
กดิ์
สวั
สดิ์
พาณิ
ชย์
ผู๎
วํ
าราชการจั
งหวั
ดหนองคาย
การสร๎
างองค์
ความรู๎
ให๎
เกิ
ดขึ้
นจะสามารถทํ
าให๎
เกิ
ดการขั
บเคลื่
อนได๎
ตลอดเวลา โดยมี
การกํ
าหนดเข็
มทิ
ศการทํ
างานของตนเองวํ
าจะทํ
างานอะไร เพื่
ออะไร ยกตั
วอยํ
างที่
จั
งหวั
ดหนองคาย มี
โครงการ
เรารั
กหนองคาย ที่
ตํ
อยอดไปถึ
งการเป็
นเมื
องนํ
าอยูํ
ของจั
งหวั
ด โดยตั้
งเป้
าให๎
จั
งหวั
ดหนองคายติ
ดอั
นดั
บเมื
องนํ
า
อยูํ
อั
นดั
บ ๗ ของโลก เป็
นตั
วอยํ
างของการนํ
าทุ
นทางสั
งคมของคนทุ
กคนออกมาใช๎
ให๎
เกิ
ดประโยชน์
โดยทุ
กคน
ในชุ
มชนมาตกลงกั
นเองวํ
า
“ ชุ
มชนใด มี
ทุ
นทางสั
งคมอะไร มากน้
อยเพี
ยงใด ลงทุ
นมาเท่
าไรก็
จะได้
ผลตอบแทน
กลั
บไปเท่
านั้
น ทั้
งทุ
นมนุ
ษย์
ทุ
นสถาบั
น และทุ
นวั
ฒนธรรม ”
๖) นายไมตรี
อิ
นทุ
สุ
ต
รองผู๎
วํ
าราชการจั
งหวั
ดพั
งงา
ยุ
ทธศาสตร์
ไมํ
ควรเป็
นการปู
พรม เพราะแตํ
ละพื้
นที่
จะหลากหลาย ไมํ
เชํ
นนั้
นผลที่
จะ
ได๎
จะเป็
นผลผลิ
ต (Output) ที่
เหมื
อนกั
น แตํ
ผลลั
พธ์
(Outcome) อาจไมํ
เกิ
ดการกํ
าหนดบทบาทของผู๎
ปฏิ
บั
ติ
ไมํ
ควรยึ
ดติ
ดกั
บระบบโครงสร๎
าง ควรเน๎
นแนวราบและการประสานเครื
อขํ
าย ที่
ทํ
าให๎
ทุ
กคน ทุ
กสํ
วนต๎
องประสาน
รํ
วมมื
อกั
นทํ
างาน สํ
าหรั
บทุ
นทางสั
งคม ควรมองประชาชนเป็
นตั
วตั้
งให๎
ทุ
กสํ
วนได๎
มี
สํ
วนรํ
วม
๗) อาจารย์
จานงค์
แรกพิ
นิ
จ
มหาวิ
ทยาลั
ยทั
กษิ
ณ
ความหมายทุ
นของสั
งคม โดยทุ
น คื
อ ของเดิ
มที่
นํ
ามาใช๎
แล๎
วเกิ
ดประโยชน์
สั
งคม คื
อ
แบบแผนทางสั
งคมของคน การประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ระหวํ
างกั
นอยํ
างมี
กฎเกณฑ์
ดั
งนั้
น ทุ
นทางสั
งคมจึ
งหมายถึ
ง
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๐๒