มิ
ตรสหายที่
คุ๎
นเคยมายาวนาน แตํ
ในชํ
วงไมํ
กี่
ทศวรรษที่
ผํ
านมา ระบบความสั
มพั
นธ์
ที่
เคยอบอุํ
นได๎
เปลี่
ยนไป
เมื่
อเยาวชนรุํ
นหลั
งได๎
ออกไปร่ํ
าเรี
ยนและทํ
างานตํ
างถิ่
นมากขึ้
น ทิ้
งให๎
ผู๎
เฒํ
าผู๎
แกํ
อยูํ
ตามลํ
าพั
งแม๎
จะกลั
บมาเยี่
ยม
เป็
นครั้
งคราว สั
งคมที่
เคยพร๎
อมเพรี
ยงจึ
งเงี
ยบเหงาลง แกนนํ
าบางคนได๎
แสดงความหวั
งวํ
ากิ
จกรรมโครงการฯ
จะทํ
าให๎
เศรษฐกิ
จและสั
งคมมี
ชี
วิ
ตชี
วาขึ้
น สามารถดึ
งดู
ดให๎
คนรุํ
นใหมํ
กลั
บมาสูํ
บ๎
านเกิ
ดมากขึ้
น ผนวกกั
บ
หลั
กสู
ตรท๎
องถิ่
นของโรงเรี
ยนในเขตเทศบาลฯ ได๎
จั
ดกระบวนการเรี
ยนรู๎
ในชุ
มชนตลาดสามชุ
กทํ
าให๎
นั
กเรี
ยนได๎
เรี
ยนรู๎
จากประสบการณ์
จริ
งซึ่
งจะชํ
วยปลู
กฝั
งความรู๎
และภู
มิ
ใจในภู
มิ
ปั
ญญาและความเป็
นชุ
มชนท๎
องถิ่
นของตน
ได๎
๓) การเปลี่
ยนแปลงคุ
ณภาพชี
วิ
ต
โครงการฯ ที่
สามชุ
กได๎
กํ
อให๎
เกิ
ดการพั
ฒนาและปรั
บปรุ
ง
สาธารณู
ปโภค สภาพแวดล๎
อมในยํ
านตลาดอยํ
างก๎
าวกระโดด ซึ่
งสํ
งผลให๎
คุ
ณภาพชี
วิ
ตด๎
านสุ
ขลั
กษณะ และ
อนามั
ยของชุ
มชนดี
ขึ้
น กิ
จกรรมการทํ
าความสะอาดที่
ชาวชุ
มชนรํ
วมกั
นทํ
ากั
บเทศบาลฯ การจั
ดระเบี
ยบตลาดที่
เป็
นความคิ
ดริ
เริ่
มของชาวชุ
มชนเอง ทํ
าให๎
สภาพของตลาดสะอาดขึ้
น นํ
าเดิ
นนํ
าซื้
อมากขึ้
น นอกจากนี้
ยั
งมี
การ
พั
ฒนาพื้
นที่
ที่
เสื่
อมโทรมในตั
วตลาดให๎
เป็
นศู
นย์
อาหารสาธารณะ ปรั
บปรุ
งภู
มิ
ทั
ศน์
ริ
มตลิ่
งที่
ทรุ
ดตั
วและไมํ
ถู
ก
สุ
ขลั
กษณะจากทํ
อระบายน้ํ
าและส๎
วม ให๎
เป็
นถนนริ
มน้ํ
าที่
สวยงามเหมาะสมแกํ
การใช๎
เดิ
นเลํ
นออกกํ
าลั
งกายของ
คนทั่
วไป และที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ดคื
อการเปิ
ดบ๎
านเกํ
าอั
นสวยงามที่
ปิ
ดตายให๎
เป็
นพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
และแหลํ
งสื
บสานทาง
วั
ฒนธรรมถึ
งชี
วิ
ตในอดี
ตของชุ
มชน เมื่
อผนวกกั
บแนวคิ
ดพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ที่
มี
ชี
วิ
ตที่
ชาวตลาดหลายครอบครั
วขอมี
สํ
วนรํ
วมในการถํ
ายทอดประวั
ติ
ศาสตร์
ในอดี
ตของตระกู
ลตนตามโครงการ “บ๎
านพู
ดได๎
” เหลํ
านี้
ล๎
วนเป็
นปั
จจั
ย
ที่
ทํ
าให๎
ยํ
านตลาดสามชุ
กมี
เสนํ
ห์
ดึ
งดู
ดให๎
ผู๎
มาเยี่
ยมชมจํ
านวนมากมาย และหลากหลายทั้
งภู
มิ
หลั
งและรสนิ
ยม
นอกจากลู
กค๎
าที่
มาจั
บจํ
ายซื้
อของกิ
นของใช๎
แล๎
วยั
งมี
นั
กทํ
องเที่
ยวที่
มาชื่
นชมตั
วตน หรื
ออั
ตลั
กษณ์
ของส ามชุ
ก
ด๎
วย ปั
จจั
ยทั้
งหมดที่
กลํ
าวนี้
ล๎
วนสํ
งผลให๎
เศรษฐกิ
จของตลาดดี
ขึ้
น
๔) การเปลี่
ยนแปลงแนวคิ
ดการทางานด้
านวั
ฒนธรรม
มี
การพั
ฒนารู
ปแบบการจั
ดพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ซึ่
งไมํ
ใชํ
เพี
ยงแคํ
นํ
าของเกํ
ามาจั
ดใสํ
ตู๎
พร๎
อมคํ
าอธิ
บาย
ความเป็
นมา แตํ
เป็
นพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ที่
เต็
มไปด๎
วยวิ
ถี
ชี
วิ
ตจริ
งๆ ที่
เคลื่
อนไหวได๎
สั
มผั
สได๎
การจั
ดทํ
าพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ลั
กษณะนี้
นั
บเป็
นแนวใหมํ
ที่
มี
การเริ่
มดํ
าเนิ
นการไมํ
กี่
แหํ
ง จํ
าเป็
นต๎
องมี
ผู๎
รู๎
คอยให๎
คํ
าปรึ
กษาแนะนํ
าเกี่
ยวกั
บ
เนื้
อหาและรู
ปแบบซึ่
งชุ
มชนตลาดสามชุ
กได๎
รั
บความรํ
วมมื
อจากมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไท ประสานกั
บที
มงานด๎
านข๎
อมู
ล
ประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นภายใต๎
การนํ
าของรองศาสตราจารย์
ศรี
ศั
กร วั
ลลิ
โภดม นั
กประวั
ติ
ศาสตร์
และนั
ก
โบราณคดี
ชั้
นนํ
าของประเทศ และในการสนั
บสนุ
นของมู
ลนิ
ธิ
เล็
ก-ประไพ วิ
ริ
ยะพั
นธุ์
ซึ่
งทํ
าให๎
ข๎
อมู
ล ข๎
อเท็
จจริ
ง
และข๎
อสรุ
ปวิ
เคราะห์
ได๎
รั
บการตรวจรั
บรองทางวิ
ชาการในระดั
บสู
ง สร๎
างคุ
ณภาพ ความนํ
าเชื่
อถื
อทางวิ
ชาการ
ให๎
กั
บพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ชุ
มชนเล็
กๆแหํ
งนี้
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๗๓