76
ไปถวายว ั
ด และก็
ถื
อโอกาสทาบุ
ญถวายอาหารบิ
ณฑบาตและเสนาสนะที่
อยู ่
อาศั
ยแด่
พระสงฆ์
ที่
อยู ่
ปริ
วาสธรรม (โกศล ศรี
มณี
, ม.ป.ป. : 29-30)
3. ประเพณี
เหลิ
นสาม (เดื
อนสาม ตรงกั
บเดื
อนกุ
มภาพั
นธ์
) มี
“ปอยข้
าวหย่
ากู
้
” เป็
นการ
ถวายหรื
อให้
ทานหรื
อการทาบุ
ญถวาย ข้
าวเหนี
ยวแดงแล้
วนาไปถวายพระที่
ว ั
ด เพราะเชื่
อว่
าจะได้
บุ
ญกุ
ศลและนิ
ยมทาติ
ดต่
อกั
น 3 ปี
เป็
นกิ
จกรรมประเพณี
ที่
เกิ
ดขึ
้
นหลั
งจากที่
ชาวบ้
านได้
เก็
บเกี่
ยว
ผลผลิ
ตจาก การทาไร่
ทานาและได้
ผลผลิ
ต หรื
อเรี
ยกว่
า ได้
ข้
าวใหม่
ก็
จะเอาข้
าวใหม่
นี
้
ไปทาบุ
ญใน
รู
ปข้
าวหย่
ากู
้
ในการหลู ่
ข้
าวหย่
ากู
้
นั
้
นชาวบ้
านจะแบ่
งส่
วนหนึ
่
งไปถวายพระภิ
กษุ
สามเณร และส่
วนที่
เหลื
อทั
้
งหมดจะนาไปตาน(ให้
ทาน ) คนเฒ่
าคนแก่
ที่
บุ
คคลนั
้
นๆ ให้
ความเคารพนั
บถื
อหรื
อแจกเป็
น
ทานในหมู ่
บ้
านหรื
อตามบ้
านญาติ
สนิ
ทมิ
ตร(สานั
กงานว ั
ฒนธรรมจั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอน, 2529 :242)
4. ประเพณี
เหลิ
นสี่
( เดื
อนสี่
ตรงกั
บเดื
อนมี
นาคม ) ในเดื
อนสี่
นี
้
จะเป็
นช่
วงที่
ชาวไทใหญ่
ให้
กุ
ลบุ
ตรบวชเป็
นสามเณรหรื
อเรี
ยกว่
า “ปอยส่
างลอง” เพื่
อจะได้
มี
โอกาสศึ
กษาอบรมใน
พระพุ
ทธศาสนา แต่
เดิ
มเคยทากั
นมาเมื่
อครั
้
งที่
ชุ
มชนไทใหญ่
อยู ่
ในพม่
า เมื่
อย ้
ายถิ ่
นฐานไปอยู ่
ที่
ใดก็
มั
กจะจั
ดงานดั
งกล่
าวนี
้
เริ ่
มต้
นการบวชโดยการนาเด็
กไปโกนผมแล้
วแต่
งตั
วเป็
น “ส่
างลอง” ซึ
่
งการ
แต่
งตั
วหมายถึ
งผู
้
จะบวชเป็
นบุ
ตรของเจ้
าฟ้
าเมื
องไทใหญ่
หรื
อผู
้
มี
ทรั
พย์
อั
นมั ่
งคั ่
ง(วี
ระพงศ์
มี
สถาน,
2544 :20) และได้
รั
บการยกย่
องให้
เป็
นลู
กอุ
ปถั
มภ์
หรื
อลู
กบุ
ญธรรมของพระพรหมสื
บต่
อมาจน
ปั
จจุ
บั
น แสดงให้
เห็
นว่
ากุ
ลบุ
ตรที่
จะได้
เป็
นส่
างลองนั
้
นเป็
นผู
้
มี
บุ
ญบารมี
มากกว่
าคนธรรมดาสามั
ญ
จึ
งมี
โอกาสได้
รั
บการยกย่
องให้
เป็
นหน่
อกษั
ตริ
ย์
หรื
อบุ
ตรบุ
ญธรรมของพระพรหมในช่
วงเวลาก่
อน
บรรพชา (สานั
กงานว ั
ฒนธรรมจั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอน,2549:215-217)
5. ประเพณี
เหลิ
นห้
า (เดื
อนห้
า ตรงกั
บเดื
อนเมษายน) เป็
นเดื
อนที่
เปลี่
ยนศั
กราชใหม่
หรื
อ
ประเพณี
ขึ
้
นจองปี
ใหม่
ว ั
นเริ ่
มปี
ใหม่
ตรงกั
บว ั
นที่
13 เมษายนชาวไทใหญ่
เรี
ยกว่
า ว ั
นซางจ่
างตก หรื
อ
ว ั
นสั
งขารล่
อง มี
การทาความสะอาดมี
พิ
ธี
คาราวะพระรั
ตนตรั
ย ผู
้
มี
พระคุ
ณและสรงน
้
าพระพุ
ทธรู
ป
รดน
้
าดาหั
ว “กั ่
นตอ” หรื
อการขอขมาบิ
ดามารดา ญาติ
ผู
้
ใหญ่
ผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
และฟั
งธรรมหรื
อถ่
อมลี
ก
จากพระสงฆ์
และขอพรปี
ใหม่
ให้
มี
โชคลาภอยู ่
เย็
นเป็
นสุ
ขเจริ
ญ และชาวไทใหญ่
นิ
ยมทาโกมโบ๋
หรื
อโคมรู
ปดอกบั
ว เพื่
อบู
ชาพระตามว ั
ดวาอารามต่
าง ๆ จึ
งยึ
ดถื
อเป็
นประเพณี
สื
บต่
อกั
นมาจนทุ
ก
ว ั
นนี
้
(โกศล ศรี
มณี
,ม.ป.ป. :7)
6. ประเพณี
เหลิ
นหก (เดื
อนหก ตรงกั
บเดื
อนพฤษภาคม) หรื
อประเพณี
ปอยจ่
าตี่
ว ั
นขึ
้
น 15
ค
่
า เดื
อน 6 ของทุ
กปี
เป็
นว ั
นวิ
สาขบู
ชาซึ
่
งเป็
นว ั
นที่
สาคั
ญยิ ่
งทางพระพุ
ทธศาสนา และเป็
นว ั
นทาบุ
ญ
บู
ชาเจดี
ย์
ทรายของชาวไทใหญ่
หรื
อเรี
ยกว่
าประเพณี
ปอยจ่
าตี่
เชื่
อกั
นว่
าหากได้
ร่
วมประเพณี
นี
้
จะได้
บุ
ญกุ
ศลยิ ่
งใหญ่
เคราะห์
กรรมไม่
ดี
ต่
าง ๆ ที่
อาจจะเกิ
ดขึ
้
นกั
บตั
วเราก็
จะจางหายไป สิ ่
งที่
ร้
ายจะ