54
1) กลุ
่
มผู
้
นาองค์
กรชุ
มชน ใช้
วิ
ธี
การสุ
่
มตั
วอย่
างแบบไม่
เกี่
ยวข้
องกั
บโอกาส
ทางสถิ
ติ
โดยแยกเป็
นกลุ
่
มผู
้
นาที่
เป็
นทางการ ใช้
การสุ
่
มตั
วอย่
างแบบเจาะจง (Purposive
Sampling) ได้
แก่
นายกองค์
การบริ
หารส่
วนจั
งหว ั
ด นายกเทศมนตรี
กานั
น ผู
้
ใหญ่
บ้
าน นายก
องค์
การบริ
หารส่
วนตาบลจานวน 22 คน
2) กลุ
่
มผู
้
นาชุ
มชนที่
ไม่
เป็
นทางการ ใช้
วิ
ธี
การสุ
่
มแบบ Snowball Sampling
ได้
แก่
ผู
้
อาวุ
โส ผู
้
นาทางว ั
ฒนธรรมในชุ
มชนไทใหญ่
จานวน 18 คน
3) กลุ
่
มชาวบ้
าน คื
อ ชาวบ้
านไทใหญ่
ที่
อาศั
ยอยู ่
ในชุ
มชนของไทใหญ่
เป็
นผู
้
ที่
มี
ความรู
้
และผู
้
ที่
มี
บทบาทในชุ
มชนไทใหญ่
ในเรื่
องวิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู ่
ด้
านต่
าง ๆ เช่
น การทา
มาหากิ
น อาชี
พ กิ
จกรรมทางสั
งคมและว ั
ฒนธรรมภายในชุ
มชน โดยใช้
วิ
ธี
การสุ
่
มแบบ Snowball
sampling จานวน 21 คน
4) กลุ
่
มพระภิ
กษุ
คื
อ พระภิ
กษุ
สงฆ์
ที่
จาพรรษาอยู ่
ในว ั
ดต่
าง ๆ ที่
เป็
นชาว
ไทใหญ่
ในชุ
มชนไทใหญ่
ใช้
การสุ
่
มตั
วอย่
างแบบเจาะจง (Purposive sampling) กั
บพระภิ
กษุ
ชาว
ไทใหญ่
ที่
ดารงตาแหน่
งเป็
นเจ้
าอาวาสว ั
ดในชุ
มชนไทใหญ่
จานวน 6 รู
ป
5) พระภิ
กษุ
ชาวไทใหญ่
ที่
ที่
อยู ่
จาพรรษาในว ั
ดร่
วมกั
บเจ้
าอาวาสว ั
ดใช้
วิ
ธี
การ
สุ
่
มแบบ Snowball Sampling จานวน 7 รู
ป
3.1.3 เครื่
องมื
อและวิ
ธี
การที่
ใช้
ในการวิ
จั
ย ได้
ดาเนิ
นการดั
งนี
้
1) ศึ
กษาและสั
งเคราะห์
จากข้
อมู
ลของเอกสารเพื่
อให้
ทราบถึ
งบริ
บททั ่
วไป
ของชุ
มชนไทใหญ่
ถึ
งบริ
บทของชุ
มชนที่
เกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
ทางว ั
ฒนธรรมไทใหญ่
ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บ
พั
ฒนาการทางประว ั
ติ
ศาสตร์
ของชุ
มชนไทใหญ่
และวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวไทใหญ่
2) ผู
้
วิ
จั
ยใช้
การสั
งเกตแบบมี
ส่
วนร่
วม (Participant Observation) โดย
เกี่
ยวข้
องกั
บการทากิ
จกรรมด้
านสั
งคมและว ั
ฒนธรรม สั
งเกตวิ
ถี
ชี
วิ
ต การทามาหากิ
นของคนใน
ชุ
มชนไทใหญ่
และการสั
งเกตแบบไม่
มี
ส่
วนร่
วม (Non- Participant Observation) คื
อ ผู
้
วิ
จั
ยได้
เข้
า
ไปมี
ส่
วนร่
วมในกิ
จกรรมทางสั
งคมและว ั
ฒนธรรมบางส่
วน เพื่
อเก็
บประเด็
นและข้
อมู
ลที่
เกี่
ยวข้
อง เช่
น แบบแผนในชี
วิ
ตประจาว ั
นของชาวบ้
านในชุ
มชนไทใหญ่
สภาพบ้
านเรื
อน ภาษา
การแต่
งกาย และความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างกลุ
่
มคนในชุ
มชน
3) ผู
้
วิ
จั
ยใช้
เทคนิ
คการสั
มภาษณ์
แบบไม่
มี
โครงสร้
าง ที่
ผู
้
วิ
จั
ยสร้
างขึ
้
นเองโดย
กาหนดหั
วข้
อในการสั
มภาษณ์
ไว ้
ล่
วงหน้
า และการสั
มภาษณ์
แบบไม่
เป็
นทางการ (Informal
Interview) ไม่
เน้
นความเป็
นพิ
ธี
การ การสั
มภาษณ์
นี
้
ได้
ใช้
ควบคู
่
กั
บการสั
งเกตแบบมี
ส่
วนร่
วมและ
ไม่
มี
ส่
วนร่
วม โดยใช้
สาหรั
บผู
้
ให้
ข้
อมู
ลทุ
กกลุ
่
มเพื่
อให้
ได้
มาซึ
่
งข้
อมู
ลในประเด็
นที่
เกี่
ยวกั
บเรื่
องที่
ศึ
กษา ได้
แก่
วิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวไทใหญ่
แบบดั
้
งเดิ
ม ในการสร้
างเครื่
องมื
อ ผู
้
วิ
จั
ยกาหนดประเด็
น