49
เกี่
ยวข้
อง และปั
จจั
ยที่
มี
ผลต่
อการพั
ฒนาที่
ย ั ่
งยื
นของหมู ่
บ้
านแผ่
นดิ
นธรรมแผ่
นดิ
นทองประกอบด้
วย
ปั
จจั
ยหลั
กและปั
จจั
ยค
้
าจุ
น ปั
จจั
ยหลั
กได้
แก่
ผู
้
นาการสร้
างงานในหมู ่
บ้
าน เจ้
าหน้
าที่
และความถี่
ของ
การอบรมพั
ฒนาจิ
ตใจ ปั
จจั
ยค
้
าจุ
น ได้
แก่
ผู
้
นาการสร้
างการบริ
หารหมู ่
บ้
าน กฎของหมู ่
บ้
าน ลั
กษณะ
ของชุ
มชน และสาธารณู
ปโภคและการคมนาคม
ไฉน สนสกุ
ล (2536) ศึ
กษาปั
จจั
ยที่
ทาให้
เกิ
ดการธารงชาติ
พั
นธุ
์
และการผสมกลมกลื
นของ
ชาวมอญ ตลอดจนศึ
กษาว ั
ฒนธรรมและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวมอญด้
วยในขณะเดี
ยวกั
น พบว่
า ชาวมอญ
บางขั
นหมากมี
การปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บสั
งคมไทยซึ
่
งเป็
นกลุ
่
มใหญ่
ได้
เป็
นอย่
างดี
เพราะว่
า มอญและ
ไทยมี
ความสั
มพั
นธ์
แบบยอมรั
บกั
นโดยไม่
อคติ
ตั
้
งแต่
อดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
น จึ
งทาให้
มี
การผสม
กลมกลื
นจากมอญมาเป็
นไทยส่
วนใหญ่
ปั
จจั
ยที่
ทาให้
เกิ
ดการผสมกลมกลื
นดั
งกล่
าวได้
แก่
นโยบาย
ของรั
ฐ การศึ
กษา อาชี
พ การแต่
งงาน และการตั
้
งถิ ่
นฐานและการอพยพย ้
ายถิ ่
น อย่
างไรก็
ตาม จาก
การศึ
กษาย ั
งพบอี
กว่
า ชาวมอญบางขั
นหมากย ั
งคงรั
กษาเอกลั
กษณ์
ของกลุ
่
มบางประการไว ้
จนถึ
ง
ปั
จจุ
บั
น เอกลั
กษณ์
ที่
แสดงให้
เห็
นถึ
งความเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธ์
มอญได้
แก่
ภาษา ศาสนา พิ
ธี
กรรม
ความเชื่
อและขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ซึ
่
งเอกลั
กษณ์
เหล่
านั
้
นมี
บางส่
วนที่
ผสมกลมกลื
นเข้
ากั
บ
ว ั
ฒนธรรมไทยซึ
่
งเป็
นชนกลุ
่
มใหญ่
ของประเทศด้
วย
2.6.2 งานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บชุ
มชนไทใหญ่
ดนั
ย สิ
ทธิ
เจริ
ญ (2536) ได้
ศึ
กษาสาระการศึ
กษาในกระบวนการส่
างลองของชาว
ไทใหญ่
ในจั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอน พบว่
า กระบวนการส่
างลองของชาวไทใหญ่
มี
องค์
ประกอบ 2 ส่
วน
ส่
วนหนึ่
งเป็
นส่
วนเนื
้
อหาทางด ้
านประเพณี
และพิ
ธี
กรรม อี
กส่
วนหนึ
่
งเป็
นเนื
้
อหาทางด ้
าน
การศึ
กษา แต่
เมื่
อมี
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม โดยเฉพาะการนาเอาระบบการศึ
กษาในโรงเรี
ยนเข้
า
มามี
อิ
ทธิ
พลส่
งผลกระทบกั
บกระบวนการส่
างลอง คื
อส่
วนที
่
เป็
นเนื
้
อหาทางการศึ
กษาได้
สู
ญเสี
ย
ไป คงเหลื
อแต่
ทางด้
านประเพณี
และพิ
ธี
กรรม
สุ
ทั
ศน์
กั
นทะมา (2542) ศึ
กษาเรื่
อง การคงอยู ่
ของว ั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
านของชาวไทใหญ่
พบว่
า เงื
่
อนไขปั
จจั
ยที
่
ทาให้
ว ั
ฒนธรรมคงอยู
่
คื
อ การเห็
นคุ
ณค่
าหรื
อประโยชน์
ที
่
อู
่
ในรู
ปของความ
เชื
่
อซึ
่
งมี
การถ่
ายทอดพิ
ธี
กรรม จนกลายเป็
นความสั
มพ ั
นธ์
ระหว่
างมนุ
ษย ์
กั
บสิ
่
งเหนื
อธรรมชาติ
และมนุ
ษย ์
ก ั
บมนุ
ษย ์
ศาสนาและความเชื
่
อได ้
ให้
ความสาค ั
ญต่
อคาสอนโดยพิ
ธี
กรรมเป็
นส่
วน
เชื่
อมโยง ผ่
านการกล่
อมเกลาโดยชุ
มชนทาให้
การปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อมา เป็
นการกระทาซ
้
าจากรุ
่
นหนึ
่
งสู ่
รุ
่
นหนึ่
ง ส่
วนกลไกที
่
ทาให้
ว ั
ฒนธรรมพื
้
นบ ้
านของชุ
มชนชาวไทใหญ่
คงอยู
่
นั
้
นประกอบด ้
วย
ครอบครั
วจะทาหน้
าที
่
ถ่
ายทอดภาษาพู
ด แบบแผน ความประพฤติ
ตามวิ
ถี
ชี
วิ
ตแก่
ลู
ก ผู
้
อาวุ
โสทา
หน้
าที่
ให้
คาปรึ
กษาในการจั
ดพิ
ธี
กรรม พระทาหน้
าที่
ถ่
ายทอดศี
ลธรรมและการศึ
กษา ผู
้
ชานาญการ