Page 63 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

47
2.6 งานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
อง
การวิ
จั
ยเรื่
องนี
ผู
ศึ
กษาได้
ทาการศึ
กษาจากงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องเพื่
อเป็
นแนวทางการศึ
กษา
ซึ
งจาแนกเป็
นงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการปรั
บเปลี่
ยนและการเปลี่
ยนแปลงในด้
านต่
าง ๆ ของชุ
มชน
และงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บชุ
มชนไทใหญ่
2. 5.1 งานวิ
จั
ยด้
านการปรั
บเปลี่
ยนของชุ
มชน
เดโช ไชยทั
พ (2539) ศึ
กษาการปรั
บตั
วของชาวนาเข้
าสู ่
ระบบเศรษฐกิ
จสมั
ยใหม่
พบว่
า ชาวนาได้
สร้
างความหลากหลายในการประกอบอาชี
พเพื่
อเป็
นหลั
กประกั
นการดารงชี
พ ทา
ให้
คามเป็
นชุ
มชนได้
ปรั
บเปลี่
ยนจากความเป็
นชุ
มชนลั
กษณะเครื
อญาติ
หรื
อกลุ
มแม่
บ้
านไปสู ่
ลั
กษณะความเป็
นชุ
มนชนในกลุ
มการรั
บจ้
าง ความเป็
นชุ
มชนในกลุ
มนายหน้
าค้
าที่
ดิ
น กลุ
มผู
ผลิ
หั
ตถกรรม อุ
ตสาหกรรมครั
วเรื
อน หรื
อกลุ
มดั
งกล่
าวมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นอย่
างต่
อเนื่
องและมี
ระเบี
ยบ
การควบคุ
มของเฉพาะกลุ
มมากขึ
น พร้
อมกั
บจายอมเข้
าสู ่
เครื
อข่
ายความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมแบบ
อุ
ปถั
มภ์
ในแนวตั
งกั
บกลุ
มคนที่
มี
ฐานะทางเศรษฐกิ
จและสั
งคมเหนื
อกว่
าตน และในขณะเดี
ยวกั
นก็
มี
การสร้
างเครื
อข่
ายความสั
มพั
นธ์
แบบการช่
วยเหลื
อต่
างตอบแทนในกลุ
มครั
วเรื
อน เครื
อญาติ
และมี
กลุ
มอาชี
พเดี
ยวกั
น เพื่
อสร้
างความมั ่
นคงในการประกอบอาชี
ยุ
พิ
น บั
วคอม (2542) ศึ
กษาเรื
องการปรั
บเปลี
ยนขององค์
การชุ
มชนอั
นเป็
นผลมาจาก
การแทรกแซงจากภายนอก พบว่
า องค์
กรดั
งเดิ
มของชุ
มชนก่
อนถู
กแทรกแซงจากภายนอกเป็
นการ
รวมตั
วของคนในชุ
มชนเพื่
อดาเนิ
นกิ
จกรรมด้
านต่
าง ๆ ทั
งทางด้
านสั
งคม เศรษฐกิ
จ การเมื
องและ
ว ั
ฒนธรรม เป็
นการรวมกลุ
มตามธรรมชาติ
ในลั
กษณะการพึ
งพาอาศั
ยกั
นซึ
งกั
นและกั
น การ
ดาเนิ
นงานขององค์
การไม่
สลั
บซั
บซ้
อนกฎกติ
กามี
ทั
งที่
เขี
ยนไว ้
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษรและไม่
ได้
เขี
ยน
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษรที่
สมาชิ
กขององค์
กรร่
วมกั
นกาหนดขึ
น ซึ
งสมาชิ
กทุ
กคนมี
ส่
วนร่
วมใน
กิ
จกรรมและการตั
ดสิ
นใจ และเน้
นการะดมทุ
นภายในองค์
กรเป็
นสาคั
ญ หลั
งจากองค์
กรดั
งเดิ
มถู
แทรกแซงจากภายนอก องค์
กรได้
ปรั
บเปลี่
ยนไปในลั
กษณะการมี
ส่
วนร่
วมและการช่
วยเหลื
อตนเอง
ลดลง และจะไปพึ
งพิ
งราชการมากขึ
น กฎกติ
กาขององค์
จะเน้
นลายลั
กษณ์
อั
กษรเป็
นสาคั
ญทั
งนี
เพราะหน่
วยงานที่
เข้
าไปแทรกแซงในชุ
มชนจะเป็
นผู
กาหนดกติ
กาให้
องค์
กรชุ
มชน การดาเนิ
นงานมี
ความสลั
บซั
บซ้
อนและเป็
นทางการมากขึ
น และกระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและว ั
ฒนธรรม
ชุ
มชนจะมี
การปรั
บตั
วหรื
อสร้
างใหม่
ทางอุ
ดมการณ์
อยู ่
เสมอ เมื่
อเกิ
ดวิ
กฤตการณ์
ทางสั
งคมเพื่
อทาให้
คนและชุ
มชนสามารถปรั
บตั
วให้
สอดคล้
องกั
บกระแสการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมได้
เหมาะสม
มายากิ
โอชิ
ยามา (2538) ได้
ศึ
กษาการเปลี่
ยนแปลงความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมของชุ
มชน
บริ
เวณอุ
ตสาหกรรมภาคเหนื
อจั
งหว ั
ดลาพู
น พบว่
า การเปลี่
ยนแปลงความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมไม่
ได้
เกิ
ดขึ
นบริ
เวณชุ
มชนบริ
เวณนิ
คมอุ
ตสาหกรรมภาคเหนื
อลาพู
นที่
เดี
ยว จะเกิ
ดขึ
นกั
บทุ
ก ๆ ชุ
มชนด้
วย