32
ขณะเดี
ยวกั
นว ั
ฒนธรรมได้
ปรั
บเปลี่
ยนไปตามพลว ั
ตต่
าง ๆ ที่
เกิ
ดขึ
้
นอย่
างรี
บเร่
ง ในช่
วง
3
ศตวรรษที่
ผ่
านมา และผลิ
ตสร้
างรู
ปแบบทางว ั
ฒนธรรมใหม่
ๆ ขึ
้
นเสมอ ผ่
านการขั
บเคลื่
อนชี
วิ
ตของผู
้
คน
พลว ั
ตทางสั
งคม และนว ั
ตกรรมทางเทคโนโลยี
เป็
นสาคั
ญ ยิ ่
งกว่
านั
้
นการขั
บเคลื่
อน(
Mobility
) ของ
ว ั
ฒนธรรมย ั
งสร้
างความกลมกลื
นระหว่
างว ั
ฒนธรรมต่
าง ๆ ระหว่
างว ั
ฒนธรรมต่
างชาติ
และ
ว ั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
น ระหว่
างว ั
ฒนธรรมกระแสหลั
กกั
บกระแสรอง ระหว่
างว ั
ฒนธรรมดั
้
งเดิ
มกั
บ
ว ั
ฒนธรรมกลายพั
นธุ
์
และระหว่
างว ั
ฒนธรรมบ้
านนอกกั
บว ั
ฒนธรรมเมื
อง นอกจากนี
้
การขั
บเคลื่
อน
นี
้
ย ั
งสลายความแตกต่
างทางว ั
ฒนธรรมให้
เป็
นว ั
ฒนธรรมพั
นทาง(
hybrid culture
) หรื
อกลายพั
นธุ
์
ให้
เป็
นอื่
นไปในที่
สุ
ด รวมทั
้
งย ั
งสร้
างแรงปะทะและความตึ
งเครี
ยดทางว ั
ฒนธรรมระหว่
างกั
นและกั
น
(เกษม เพ็
ญภิ
พั
นท์
,
2552: 22
)
จากลั
กษณะของโลกาภิ
ว ั
ตน์
ดั
งกล่
าว เห็
นว่
า โลกาภิ
ว ั
ตน์
เป็
นกระบวนการ ของกลุ
่
มคนที่
มี
การคิ
ดค้
นเปลี่
ยนแปลงทางนว ั
ตกรรมในด้
านต่
าง ๆ โดยเฉพาะด้
านอุ
ตสาหกรรมเทคโนโลยี
การ
สื่
อสารที่
เจริ
ญก้
าวหน้
าไปจากเดิ
ม ทาให้
ประเทศต่
าง ๆ ทั ่
วโลกเกิ
ดการใช้
นว ั
ตกรรมเหล่
านั
้
น และ
ความเจริ
ญในด้
านอุ
ตสาหกรรมเทคโนโลยี
การสื่
อสารย ั
งส่
งผลและเชื่
อมโยงต่
อการระบบเศรษฐกิ
จ
มี
ความเคลื่
อนไหวและเชื่
อมโยงกั
นทั ่
วโลก
2.3.2 การเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรมในยุ
คโลกาภิ
วั
ตน์
จากลั
กษณะของโลกาภิ
ว ั
ตน์
ดั
งกล่
าว เห็
นได้
ว่
าโลกาภิ
ว ั
ตน์
ทาให้
เกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงทั
้
งด้
านเศรษฐกิ
จ สั
งคมและว ั
ฒนธรรม ตลอดถึ
งทาให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงในวิ
ถี
ชี
วิ
ตของ
มนุ
ษย์
ในแต่
ละกลุ
่
มเพื่
อดารงชี
วิ
ตให้
กลมกลื
นกั
บสภาพแวดล้
อม
โดยปกติ
นั
้
นต้
องใช้
เวลาในการ
ปรั
บเปลี่
ยน ปรั
บปรุ
งเป็
นระยะเวลายาวนาน มี
ระยะเวลาในการสั ่
งสมบ่
มเพาะรวมถึ
งการถ่
ายทอด
การปฏิ
บั
ติ
ให้
แนวคิ
ดแก่
คนรุ
่
นหลั
ง เพื่
อให้
ประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ตามแบบอย่
างหรื
อแนวทางที่
บรรพบุ
รุ
ษ
ของตนได้
ทามาก่
อน ยิ ่
งเวลาผ่
านมานานเท่
าไร คนเราก็
ยิ ่
งมี
โอกาสได้
สั ่
งสมความรู
้
ประสบการณ์
ชี
วิ
ตมากมายยิ ่
งขึ
้
นเท่
านั
้
น มี
การเรี
ยนรู
้
เพื่
อปรั
บตั
ว ปรั
บสั
งคมมากขึ
้
น เพราะสั
งคมยุ
คโลกาภิ
ว ั
ตน์
มี
การเปลี่
ยนแปลงตลอดเวลา และการเปลี่
ยนแปลงทางว ั
ฒนธรรมยุ
คโลกาภิ
ว ั
ตน์
จะเป็
นไปอย่
าง
รวดเร็
วขึ
้
นมากกว่
าในยุ
คใดสมั
ยใดของมนุ
ษยชาติ
โดยมี
แนวโน้
มของการประสมประสานมากขึ
้
น
(Cultural Integration/Assimilation)
แต่
เป็
นการเปลี่
ยนแปลงก็
จะย ั
งไม่
เป็
นไปอย่
างทั ่
วถึ
งในระดั
บ
เดี
ยวกั
น แม้
ว่
าจะมี
เครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ที่
ทั
นสมั
ยในการเผยแพร่
ข่
าวสารต่
าง ๆ ก็
ตาม แต่
ประชาชน
บางส่
วนโดยเฉพาะกลุ
่
มที่
ยากจนซึ
่
งเป็
นประชากรส่
วนใหญ่
ของโลกก็
ย ั
งถู
กปิ
ดกั
้
นจากสิ ่
งเหล่
านี
้
อยู ่
และบางสั
งคมก็
ย ั
งปิ
ดกั
้
นเสรี
ภาพเพื่
อรั
กษาสถานภาพเดิ
มของกลุ
่
มผู
้
ปกครองหรื
อผู
้
มี
อานาจใน
สั
งคมอยู ่
สิ ่
งต่
าง ๆ เหล่
านี
้
เป็
นสาเหตุ
สาคั
ญที่
ทาให้
การเปลี่
ยนแปลงทางว ั
ฒนธรรมเป็
นไปอย่
างไม่
สม
่
าเสมอ อย่
างไรก็
ดี
การเรี
ยกร้
องสิ
ทธิ
ต่
าง ๆ อย่
างเป็
นขบวนการจะมี
ผลทาให้
ความเหลื่
อมล
้
าทาง