23
สั
งเกตการณ์
และการเรี
ยนหรื
อศึ
กษาโดยตรงเป็
นที่
มาของการเรี
ยนรู
้
สั
งคมและการเปลี่
ยนแปลงทาง
ว ั
ฒนธรรมอย่
างหนึ
่
ง
4. การเปลี่
ยนแปลงนิ
สั
ย กิ
จว ั
ตร หรื
อพฤติ
กรรมโดยอั
ตโนมั
ติ
บุ
คคลอาจจะจะรู
้
ตั
วและจง
ใจยกเลิ
กรู
ปแบบพฤติ
กรรมเก่
า ๆ เนื่
องมาจากความซ
้
าซากจาเจซึ
่
งเป็
นธรรมชาติ
ของมนุ
ษย์
ไม่
มี
ใคร
มาชี
้
แนะให้
เปลี่
ยนมั
นเกิ
ดขึ
้
นโดยธรรมชาติ
5. การเลี
ยนแบบ คนเรามั
กจะเลี
ยนแบบกั
นอย่
างไม่
ได้
ตั
้
งใจอยู ่
เสมอ การเลี
ยนแบบเป็
น
เรื่
องของบุ
คคลและกลุ
่
ม เป็
นการรั
บเอาว ั
ฒนธรรมใหม่
ๆมาใช้
เป็
นการยอมรั
บหรื
อเป็
นการสร้
างสิ ่
ง
ใหม่
ๆ หรื
อเป็
นการหยิ
บยื
มว ั
ฒนธรรมที่
แพร่
กระจายจากต่
างถิ ่
นเข้
ามาใช้
โดยนามาดั
ดแปลงให้
เข้
า
กั
บว ั
ฒนธรรมของตนจนเกิ
ดเป็
นว ั
ฒนธรรมรู
ปแบบใหม่
ขึ
้
น
6. ความคิ
ดเห็
น เป็
นการเสนอความคิ
ดเห็
นต่
อสาธารณะซึ
่
งทาให้
ผู
้
อื่
นคิ
ดตาม คล้
อยตาม
จะก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
ความเชื่
อ ความรู
้
และค่
านิ
ยมของผู
้
คนได้
7. การโยกย ้
ายถิ ่
น เป็
นสาเหตุ
หนึ
่
งที่
ทาให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงได้
การโยกย ้
ายที่
อยู ่
อาศั
ยไป
ย ั
งแหล่
งใหม่
ต้
องมี
การปรั
บตั
วเพื่
อให้
สอดคล้
องเข้
าการได้
กั
บสถานที่
ใหม่
และกลุ
่
มคนใหม่
ที่
บุ
คคล
ย ้
ายเข้
าอยู ่
ด้
วย
8. สภาวะจิ
ตไร้
สานึ
ก จะบงการพฤติ
กรรมโดยอั
ตโนมั
ติ
สภาวการณ์
เช่
นนี
้
เกิ
ดจากการ
เคยชิ
นในกฎระเบี
ยบต่
างๆของสั
งคมที่
ฝั
งใจคนมาแต่
เล็
กแต่
น้
อย จึ
งมั
กกระทาการใดๆโดย อั
ตโนมั
ติ
และไม่
รู
้
ตั
ว การต้
องการการยอมรั
บจากผู
้
อื่
นจึ
งต้
องเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรมตามผู
้
อื่
น เหล่
านี
้
เกิ
ดขึ
้
น
ในตั
วของมนุ
ษย์
โดยไม่
รู
้
ตั
วและเป็
นกลไกลหนึ
่
งที่
สนั
บสนุ
นการเปลี่
ยนแปลงทางว ั
ฒนธรรมและ
ทางสั
งคมในเชิ
งนามธรรม
9. การสร้
างความรู
้
สึ
กร่
วมและความผู
กพั
นทางสั
งคม ความรู
้
สึ
กร่
วมและความผู
กพั
นทาง
สั
งคมทาให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมขึ
้
นได้
ทั
้
งนี
้
เป็
นเพราะพฤติ
กรรมกลุ
่
มสั
งคมที่
มี
การ
ยอมรั
บอารมณ์
และแสดงออกทางอารมณ์
ร่
วมกั
น การที่
กลุ
่
มคนร่
วมความรู
้
สึ
กเดี
ยวกั
นก็
จะมี
การ
แสดงออกถึ
งการยอมรั
บอารมณ์
และความรู
้
สึ
กของกั
นและกั
น
นอกจากนั
้
น Moore
(อ้
างในผ่
องพั
นธ์
มณี
รั
ตน์
,2521) กล่
าวถึ
งลั
กษณะของการ
เปลี่
ยนแปลงสมั
ยใหม่
ไว ้
ดั
งนี
้
1. การเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
้
นในสั
งคมหนึ
่
งเป็
นไปอย่
างรวดเร็
วและสม
่
าเสมอ
2. การเปลี่
ยนแปลงนั
้
นไม่
ได้
เป็
นไปชั ่
วคราว หรื
อเป็
นการเปลี่
ยนแปลงเฉพาะเรื่
องนั
้
น ๆ
การเปลี่
ยนแปลงที่
จะเกิ
ดขึ
้
นในลั
กษณะลู
กโซ่
และมี
แนวโน้
มที่
จะขยายออกไปในบริ
เวณกว ้
าง