233
การเตรี
ยมอาหารจะแยกกั
นทา อาหารสาหรั
บพระสงฆ์
สามเณรจะจั
ดทาเป็
นพิ
เศษซึ
่
งจะมี
หลายอย่
าง
ทั
้
งอาหารคาวหวาน การเตรี
ยมอาหารต้
องใช้
คนจานวนมาก เพื่
อเป็
นการผ่
อนคลายความเหน็
ด
เหนื่
อยและให้
กาลั
งใจแก่
เจ้
ามื
้
อเจ้
าภาพจะเตรี
ยมกลองมองเซิ
งไว ้
ให้
เจ้
ามื
้
อด้
วย หากใครว่
างจากงาน
ก็
จะมาร่
วมกั
นบรรเลงเป็
นที่
ครื
้
นเครงจนสว่
างกิ
จกรรมการบั
นเทิ
งจะมี
การบรรเลงเครื่
องดนตรี
คื
อ
กลองมองเซิ
งเป็
นเครื่
องดนตรี
มี
อุ
ปกรณ์
มากกว่
ากลองก้
นยาว และนิ
ยมจั
ดไว ้
ให้
บรรเลงกั
นที่
บ้
าน
เจ้
าภาพรวมทั
้
งบรรเลงร่
วมขบวนแห่
เครื่
องไทยธรรม ประกอบด้
วย กลอง 2 หน้
าขนาดใหญ่
กว่
า
กลองที่
ใช้
ตี
ในโรงลิ
เก ฆ้
องใหญ่
ขนาดเส้
นผ่
าศู
นย์
กลางประมาณ 60 เซนติ
เมตร ฆ้
องขนาดกลาง
ฆ้
องขนาดเล็
กประมาณ 6-8 ใบและฉาบใหญ่
ฉิ ่
ง
ตอนกลางคื
นจะมี
การโต้
กลอนสด หรื
อร่
ายสดกั
น ภาษาถิ ่
นเรี
ยกว่
า “เฮ็
ดกวาม” คาว่
า “เฮ็
ด”
แปลว่
า ร้
อง“กวาม” แปลว่
า เพลง รวมแล้
ว แปลว่
า การร้
องเพลงไตด้
วยทานองต่
างๆ ตอนหั
วค
่
าจะ
เป็
นการว่
ากลอนร่
ายชมเครื่
องไทยธรรม สรรเสริ
ญเจ้
าภาพ ยกย่
องเชิ
ดชู
อลอง มั
กจะดาเนิ
นการโดย
ศิ
ลปิ
นอาวุ
โสหรื
อผู
้
มี
ประสบการณ์
มาก ตกดึ
กจะเป็
นการโต้
คารมกั
นด้
วยเชิ
งกลอนหรื
อร่
ายสด
ระหว่
างหญิ
ง – ชาย การโต้
คารมนี
้
จะมี
ระหว่
างงานทุ
กคื
นไม่
เฉพาะแต่
ว ั
นรั
บแขกเท่
านั
้
น จะโต้
กั
น
จนสว่
างหรื
อจนกว่
าจะเหน็
ดเหนื่
อยเลิ
กรากั
นไปเองทานองกลอนหรื
อร่
ายเป็
นทานองเพลงไทใหญ่
มี
หลายทานองเช่
น “ล่
องคง” เป็
นทานองช้
า จั
งหวะหวาน ใช้
สรรเสริ
ญยกย่
องหรื
อเกี
้
ยวพาราสี
4) วั
นข่
ามส่
าง
เช้
าว ั
นที่
สามของงาน ว ั
นนี
้
เรี
ยกกั
นว่
าว ั
นข่
ามส่
าง เป็
นว ั
นที่
จะนาส่
างลอง
ไปบรรพชาเป็
นสามเณร หากในการจั
ดงานมี
“จางลอง” คื
อผู
้
ที่
จะอุ
ปสมบทเป็
นพระภิ
กษุ
อยู ่
ด้
วย ก็
จะทากั
นตั
้
งแต่
เช้
าตรู ่
เรี
ยกกั
นว่
า “ญาบจาง” การญาบจางหรื
ออุ
ปสมบทจะเริ ่
มราว ๆ 04.00 – 05.00
นาฬิ
กาตะแปจางลองจะแต่
งตั
วจางลองและนาจางลองขี่
ม้
าแห่
ไปว ั
ด โดยตี
“จี
เจ่
” (กั
งสดาล) นา
ขบวน และอาจมี
ดนตรี
พื
้
นบ้
านหรื
อกลองก้
นยาวร่
วมขบวนไปด้
วย เมื่
อถึ
งว ั
ดก็
จะเวี
ยนรอบโบสถ์
3
รอบ แล้
วทาพิ
ธี
อุ
ปสมบทในโบสถ์
หากว ั
ดใดไม่
มี
โบสถ์
เจ้
าภาพก็
จะร่
วมกั
บทางว ั
ดจั
ดทา “สิ ่
มน
้
า”
คื
อจะทาศาลาที่
ประกอบพิ
ธี
อุ
ปสมบทอยู ่
กลางแม่
น
้
าหรื
อในบึ
งแล้
วนิ
มนต์
พระสงฆ์
มาทาพิ
ธี
อุ
ปสมบทในสิ ่
มน
้
านี
้
ว ั
นที่
สามหรื
อว ั
นสุ
ดท้
ายของปอยส่
างลองนี
้
ผู
้
คนจะมาชุ
มนุ
มกั
นที่
ว ั
ดตั
้
งแต่
เช้
า
โดยเฉพาะคนเฒ่
าคนแก่
จะไปถึ
งว ั
ดก่
อนพร้
อม “อุ
๊
บ” หรื
อขั
นดอกไม้
จนได้
เวลาพอสมควรก็
จะมี
การ “ถ่
อมลี
ก” คื
ออ่
านหนั
งสื
อธรรมะให้
ทุ
กคนฟั
งอั
นเป็
นการกล่
อมเกลาจิ
ตใจให้
ตั
้
งมั ่
นอยู ่
ในความ
ดี
ซึ
่
งถื
อเป็
นประเพณี
สื
บทอดกั
นมานานผู
้
ฟั
งก็
จะนั ่
งฟั
งอย่
างสงบและสารวมกิ
ริ
ยาอาการ ผู
้
อ่
าน
หนั
งสื
อธรรมะในการถ่
อมลี
กนี
้
คื
อ “จเร” ซึ
่
งหมายถึ
งผู
้
รอบรู
้
หรื
อผู
้
เชี่
ยวชาญในด้
าน “ลี
กไต” ส่
วน
ใหญ่
จะเป็
นผู
้
สู
งอายุ
มี
คุ
ณธรรมจริ
ยธรรม และเป็
นที่
เคารพนั
บถื
อของชุ
มชน เวลา “ฮอลี
ก” (อ่
าน
หนั
งสื
อ) จะนุ
่
งขาวห่
มขาวหรื
อไม่
ก็
แต่
งชุ
ดไตโดยนั ่
งอ่
านตรงหน้
าพระประธานบนศาลาการเปรี
ยญ
ว ั
ด ข้
าง ๆ จเรจะมี
“เผิ
น” หรื
อ “อุ
๊
บ”คื
อเครื่
องยกครู
บาอาจารย์
ซึ
่
งจะมี
ข้
าวสาร กล้
วยน
้
าว ้
าดิ
บ 1 หวี