Page 17 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทที่
1
บทนำ
1.1 ควำมเป็
นมำและควำมสำคั
ญของปั
ญหำ
จั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอน ตั
งอยู ่
บริ
เวณภาคเหนื
อของประเทศไทย เป็
นจั
งหว ั
ดที่
มี
ประชากร
น้
อยที่
สุ
ดในภาคเหนื
อ มี
พรมแดนติ
ดต่
อกั
บประ เทศสหภาพพม่
า อุ
ดมสมบู
รณ์
ไปด้
วย
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ป่
าไม้
และภู
เขาอยู ่
ในเขตลุ
มน
าสาละวิ
น มี
ความหลากหลายทางชาติ
พั
นธุ
มี
การ
ติ
ดต่
อปะทะสั
มพั
นธ์
ระหว่
างกลุ
มคนชาติ
พั
นธุ
ในบริ
เวณใกล้
เคี
ยง ซึ
งรวมถึ
งกลุ
มชาติ
พั
นธุ
บริ
เวณ
ชายแดนประเทศไทยกั
บประเทศสหภาพพม่
า กลุ
มชาติ
พั
นธุ
ที่
อาศั
ยอยู ่
ในจั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอนมี
ทั
พื
นที่
ราบซึ
งส่
วนใหญ่
เป็
นเชื
อสายไทใหญ่
หรื
อคนไต และพื
นที่
บนดอยสู
ง โดยที่
กลุ
มคนเหล่
านั
นจะ
มี
ศาสนา ความเชื่
อ พิ
ธี
กรรม วิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู ่
ที่
แตกต่
างกั
นออกไป กลุ
มชาติ
พั
นธุ
ต่
าง ๆได้
แก่
มู
เซอ ม้
ง ปกาเกอะญอ ลี
ซอ อาข่
า ลั
วะ ปาดอง จี
นฮ่
อ และชาวไทใหญ่
เป็
นต้
น ประชากรส่
วนใหญ่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ รองลงมานั
บถื
อศาสนาคริ
สต์
และศาสนาอิ
สลาม (สานั
กงานว ั
ฒนธรรมจั
งหว ั
แม่
ฮ่
องสอน, 2549)
ในอดี
ต ก่
อนการเป็
นจั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอนนั
น ย ั
งเป็
นลั
กษณะชุ
มชนที่
อยู ่
ในป่
า ไม่
มี
ผู
นา ไม่
มี
การปกครองแต่
อาศั
ยเป็
นชุ
มชน ซึ
งส่
วนใหญ่
เป็
นชาวไทใหญ่
ที่
มี
การอพยพย ้
ายถิ ่
นมาจาก
ชายแดนประเทศพม่
าเพื่
อเข้
ามาทาการเพาะปลู
ก ทาไร่
ทาสวนตามฤดู
กาลการผลิ
ตและเดิ
นทางไป
มา เป็
นครั
งคราวไป บ้
างอพยพหนี
ภั
ยสงคราม บางกลุ
มเป็
นพวกที่
เข้
ามาทาไม้
และค้
าขายไม้
เดิ
นทางมาจากรั
ฐฉานเข้
ามาในเขตล้
านนา ความสาคั
ญของเมื
องแม่
ฮ่
องสอนในอดี
ต คื
อ เป็
นชุ
มชน
ที่
เป็
นเส้
นทางผ่
านของกองทั
พพม่
าที่
เดิ
นทางผ่
านเพื่
อเข้
าสู ่
กรุ
งศรี
อยุ
ธยา หรื
อหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อของ
ไทย หรื
อเมื
องพิ
ษณุ
โลกในช่
วงสมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา (ปั
ทมา ชู
ประเสริ
ฐ, 2550) ต่
อมามี
การก่
อตั
ชุ
มชนชาวไทใหญ่
ที่
บ้
างปางหมู
ขึ
นในสมั
ยกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
ราวปี
พ.ศ. 2374 และในปี
พ.ศ.2399
ได้
เกิ
ดจลาจลทางหั
วเมื
องทางฝั ่
งตะว ั
นตกของแม่
าสาละวิ
น ทาให้
ชาวไทใหญ่
จากเขตพม่
าอพยพ
เข้
ามาในเขตไทยมากขึ
น หนึ
งในนั
นคื
อชาวไทใหญ่
จากเมื
องจ๋
ามกา(แปลเป็
นไทยว่
าจาปี
) ชื่
อ ชาน
กะเล ได้
เข้
ามาอยู ่
กั
บพะกาหม่
องที่
บ้
านปางหมู
ต่
อมาปี
พ.ศ.2417 พระเจ้
าอิ
นทรวิ
ชยานนท์
ได้
เห็
ความสามารถของชานกะเล จึ
งแต่
งตั
งให้
เป็
น “พระยาสิ
งหนาทราชา” ปกครองเมื
องแม่
ฮ่
องสอนอยู ่
ถึ
ง 10 ปี
ในปี
พ.ศ.2443 สมั
ยรั
ชกาลที่
5 ได้
รวมเมื
องแม่
ฮ่
องสอน เมื
องขุ
นยวม เมื
องยวม(แม่
สะ
เรี
ยง) และเมื
องปายตั
งชื่
อเป็
น “บริ
เวณเชี
ยงใหม่
ตะว ั
นตก” และในปี
พ.ศ.2453 ถึ
งสมั
ยรั
ชกาลที่
6 จึ
ยกฐานะเป็
นจั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอน(สถาบั
นวิ
จั
ยสั
งคม มหาวิ
ทยาลั
ยเชี
ยงใหม่
, 2551)