๔๘
แต่
งงานกั
บหนุ
่
มชาวป่
าชาวดอยก็
รู
้
สึ
กอั
ปยศอดสู
ใจ จึ
งหนี
ออกจากเมื
องไปโดยไม่
มี
ใครเห็
น
ไปโดดนํ
้
าตายในลํ
านํ
้
าป่
าสั
ก ทํ
าให้
เจ้
าเมื
องและมารดาของนางผมหอม มี
ความโศกเศร้
า
เสี
ยใจยิ่
งนั
ก จึ
งยกขบวนช้
าง ขบวนม้
าและไพร่
พลออกติ
ดตามหาในลํ
านํ
้
าป่
าสั
ก ขบวนได้
มาถึ
งที่
แห่
งหนึ่
งแถวๆหน้
าสถานี
ตํ
ารวจปั
จจุ
บั
นคื
อ ที่
สร้
างหอประชุ
มศาลาประชาคมจั
งหวั
ด
เจ้
าเมื
องและไพร่
พลจึ
งพั
กขบวนช้
างม้
า และเรี
ยกสถานที่
ตรงนี
้
ว่
า “พระยาพั
กช้
าง” ซึ่
งแต่
เดิ
ม
มี
คลองผ่
านมาหลายสายจึ
งเรี
ยกคลองนี
้
ว่
า “คลองแสนพระยาโศก” แล้
วก็
ให้
ไพร่
พลไปทํ
าลี่
(ทํ
านบกั
้
นนํ
้
า ทํ
าด้
วยไม้
ไผ่
และไม้
รวกผู
กติ
ดกั
นเหมื
อนเฝื
อกปิ
ดกั
้
นนํ
้
า) ที่
ลํ
านํ
้
าป่
าสั
กข้
างๆวั
ด
โพธิ
์
เย็
น ต.ในเมื
อง อ.เมื
อง จ.เพชรบู
รณ์
และให้
คนเลี
้
ยงช้
างนํ
าเอาช้
างเผื
อกไปเลี
้
ยงที่
วั
ด
ช้
างเผื
อกในปั
จจุ
บั
นนี
้
เจ้
าเมื
องมารอศพของนางผมหอมอยู
่
หลายวั
น ศพก็
มาติ
ดที่
ลี่
นั
้
นเอง
วั
ดโพธิ
์
เย็
นในอดี
ต เรี
ยกว่
าวั
ด”สบ”(ซึ่
งแปลว่
า พบ) และขณะที่
รอศพอยู
่
นั
้
นช้
างเผื
อกที่
นํ
ามา
เลี
้
ยงในวั
ดช้
างเผื
อกซึ่
งขณะนั
้
นเป็
นป่
าดงรกทึ
บ ช้
างเผื
อกก็
ตายในวั
ดแห่
งนี
้
เจ้
าเมื
องมี
ความ
โศกเศร้
ายิ่
งนั
ก ที่
ต้
องมาเสี
ยทั
้
งธิ
ดาและช้
างเผื
อกคู
่
บารมี
ของตนเอง จึ
งได้
สร้
างวั
ดขึ
้
น ณ ที่
ช้
างเผื
อกตาย และได้
ก่
อเจดี
ย์
ไว้
สององค์
องค์
หนึ่
งบรรจุ
ศพธิ
ดาสาว จะด้
วยความเสี
ยดาย
ธิ
ดาสาวมากนี่
เอง จึ
งนํ
าเอาแก้
วแหวนเงิ
นทอง เพชรนิ
ลจิ
นดาอั
นมี
ค่
าฝั
งไว้
กั
บเจดี
ย์
ที่
บรรจุ
ศพธิ
ดานั
้
น เจดี
ย์
นี
้
จึ
งมี
ความศั
กดิ ์
สิ
ทธิ
์
มาก และมี
คนเห็
นดวงไฟพุ
่
งออกมาจากเจดี
ย์
องค์
นี
้
เสมอๆ ในวั
นที่
๘ คํ่
าและ๑๕ คํ่
าเจดี
ย์
อี
กองค์
หนึ่
งบรรจุ
กระดู
กช้
างเผื
อกไว้
พร้
อมกั
น และมี
เจดี
ย์
อี
กสององค์
ที่
สร้
างขึ
้
นหน้
าพระอุ
โบสถ ดู
จะสร้
างขึ
้
นรุ่
นเดี
ยวกั
น ซึ่
งพระอุ
โบสถนั
้
นจะสร้
าง
ขึ
้
นพร้
อมกั
บวั
ดหรื
อไม่
นั
้
นไม่
อาจทราบได้
แต่
พระประทานในพระอุ
โบสถและพระพุ
ทธรู
ปที่
อยู
่
หน้
าพระประธาน ๑๐ กว่
าองค์
ล้
วนแต่
เก่
าแก่
จะรุ่
นราวสมั
ยสุ
โขทั
ย หรื
อต้
นอยุ
ธยา การตั
้
งชื่
อ
วั
ดนี
้
จึ
งเอานามช้
างเผื
อกที่
มาตายลงเอามาตั
้
งชื่
อว่
า “วั
ดช้
างเผื
อก” จนถึ
งปั
จจุ
บั
น
ประวั
ติ
ความเป็
นมาของกระแสหนึ่
งของวั
ดช้
างเผื
อกนี
้
เล่
าสื
บต่
อกั
นมาว่
า มี
ธิ
ดาเจ้
าเมื
องหนึ่
ง
ซึ่
งอยู
่
ทางใต้
เข้
าใจว่
าจะอยู
่
ทางกรุ
งศรี
อยุ
ธยา เป็
นเมื
องใดไม่
ปรากฏแน่
ชั
ด ธิ
ดาของเจ้
าเมื
องนี
้
มี
นามว่
า “นางเขี
ยวค่
อม” ได้
มี
ความรั
กใคร่
กั
นกั
บชายคนใช้
ใกล้
ชิ
ด แต่
ด้
วยความแตกต่
างกั
น
ทางชนชั
้
นวรรณะนั่
นเอง ทํ
าให้
ความรั
กของธิ
ดาสาวกั
บหนุ
่
มไม่
สามารถจะเป็
นไปได้
ประดุ
จ
ดอกฟ้
ากั
บยาจก วณิ
พกหรื
อจะคู
่
ควรกั
บนางฟ้
าได้
ด้
วยขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ดั
งนั
้
น หนทางเดี
ยวที่
จะทํ
าให้
รั
กของนางฟ้
ากั
บวณิ
พกได้
สํ
าเร็
จก็
คื
อ
การพากั
นหนี
โดยนางได้
นั
ดแนะกั
นหนุ
่
มคนรั
กผู
้
ตํ่
าต้
อยเตรี
ยมช้
างและข้
าวของเครื่
องใช้
เครื่
อง
กิ
นออกหนี
จากเมื
องในเวลากลางคื
น โดยคิ
ดจะไปตายเอาดาบหน้
าด้
วยอานุ
ภาพแห่
งความรั
ก
ทํ
าให้
นางและคนรั
กไม่
คํ
านึ
งถึ
งความตาย และอั
นตรายใดๆทั
้
งสิ
้
นพากั
นเดิ
นทางรอนแรมกั
นมา
โดยรี
บเร่
งจนกระทั่
งออกจากเมื
องมาไกลมากแล้
วจึ
งหยุ
ดพั
กผ่
อน ระยะหนึ่
งต่
อมาพอรุ่
งสางเจ้
า
เมื
องผู
้
เป็
นบิ
ดาพอทราบข่
าวก็
มี
ความเกรี
้
ยวโกรธธิ
ดาของตนเป็
นอย่
างยิ่
ง จึ
งเกณฑ์
ไพร่
พลออก