๓๔๗
บู
รณะขึ
้
นมาใหม่
เช่
นวั
ดโบสถ์
ชนะมารและยั
งมี
วั
ดร้
างอี
กหลายวั
ดที่
ถู
กทิ
้
งร้
างเช่
นวั
ดสนามชั
ย วั
ดท่
ารอ
เป็
นต้
น
ประชาชนของชาวบ้
านในเมื
องเป็
นชนเผ่
าดั
้
งเดิ
มมี
ชาวสระบุ
รี
ที่
มาค้
าขายทางเรื
อกั
บชาวบ้
าน
ในเมื
องและมาตั
้
งรกรากและคลี่
คลาย จากชุ
มชนเก่
าแก่
มี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตเรี
ยบง่
ายพั
ฒนามาเป็
นชุ
มชนที่
เจริ
ญ
ขึ
้
นทั
้
งทางด้
านการศึ
กษาและเศรษฐกิ
จสั
งคม
วั
ตถุ
ประสงค์
การวิ
จั
ยข้
อที
่
๒ เพื
่
อศึ
กษาวั
ฒนธรรมของชุ
มชนเมื
องด้
านคติ
ชนวิ
ทยาใน
แง่
ประเพณี
และภู
มิ
ปั
ญญาที
่
มี
จุ
ดเด่
นและสามารถปรั
บปรุ
งให้
ทั
นสมั
ยเพื
่
อไปพั
ฒนาชุ
มชน
ด้
านต่
างๆ
เนื่
องจากสภาวั
ฒนธรรมมี
ภารกิ
จในการฟื
้
นฟู
วั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
านของชาวบ้
านในเขตเทศบาล
ตํ
าบลในเมื
อง เพื่
อนํ
ามาพั
ฒนาคนในเมื
องซึ่
งมี
ความเคลื่
อนไหวเปลี่
ยนแปลงวิ
ถี
ชี
วิ
ตอยู
่
ตลอดเวลา
เพราะมี
กระแสการเปลี่
ยนแปลงจากสื่
อ จากเทคโนโลยี
จากค่
านิ
ยมที่
เน้
นวั
ตถุ
นิ
ยมจากการแข่
งขั
น
ทางด้
านการเมื
อง การก้
าวสู
่
สั
งคมที่
ทั
นสมั
ย
ดั
งนั
้
นการศึ
กษาวั
ฒนธรรมจํ
าเป็
นต้
องเจาะลึ
กลงไปที่
รากเหง้
าของวั
ฒนธรรมคื
อวั
ฒนธรรม
พื
้
นบ้
านได้
แก่
การศึ
กษาเนื
้
อหา ของข้
อมู
ลทางด้
านคติ
ชนวิ
ทยาได้
แบ่
งเนื
้
อหาของวั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
าน
ออกเป็
น
๑.๑ เนื
้
อหาด้
านมุ
ขปาฐะ คื
อเนื
้
อหาทางด้
านวั
ฒนธรรมที่
มี
การบอกเล่
าด้
วยปากอั
นเป็
นการ
สื
บทอดจากความทรงจํ
าและมี
การบั
นทึ
กขึ
้
นในชั
้
นหลั
ง ได้
แก่
ประเภทของการใช้
ถ้
อยคํ
า( verbal )
เช่
น
ก.
เพลงพื
้
นบ้
าน (song )
ข.
นิ
ทาน (teal )
ค.
ภาษิ
ต ( proverb )
ง.
ความเชื่
อ ( belief )
จ.
ภาษาถิ่
น (dialect )
ฉ.
ปริ
ศนาคํ
าทาย ( riddle )
ช.
ตํ
านานและชื่
อของสถานที่
๑.๒ เนื
้
อหาประเภทไม่
ใช้
ถ้
อยคํ
า ( non –verbal ) เช่
น
ก. ศิ
ลปะ (art )
ข.สถาปั
ตยกรรม (architecture )
ค. งานฝี
มื
อ ( handicraft )