Page 343 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๓๒๕
ทางด้
านตะวั
นตกบริ
เวณลุ
มแม่
นํ
าปิ
งและทิ
ศตะวั
นออกบริ
เวณลุ
มแม่
นํ
าป่
าสั
ก จากศิ
ลาจารึ
กหลั
กที่
ศิ
ลาจารึ
กวั
ดศรี
ชุ
ม จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย ได้
กล่
าวถึ
งการขยายอํ
านาจทางเศรษฐกิ
จและการเมื
องของชุ
มชน
เมื
องในลุ
มแม่
นํ
ายม และลุ
มแม่
นํ
าน่
าน ในรั
ชสมั
ยของพ่
อขุ
นศรี
นาวนํ
าถม ขุ
นในเมื
องเชลี
ยง (ศรี
สั
ชนา
ลั
ย) เป็
นเจ้
าเมื
องปกครองในฐานะเมื
องขึ
น ขอมได้
ครอบครองเมื
องศรี
สั
ชนาลั
ย และสุ
โขทั
ยเมื่
ประมาณกลางพุ
ทธศตวรรษที่
๑๘ ซึ่
งสั
นนิ
ษฐานว่
าเป็
นการขยายเมื
อง โดยการรวบรวมเมื
องเป็
นเมื
อง
คู
ดั
งปรากฏเรี
ยกในศิ
ลาจารึ
กว่
า “นครสองอั
น” การรวมเมื
องเป็
นเมื
องคู
นี
เป็
นการรวมทรั
พยากร
สํ
าหรั
บการขยายเมื
องให้
เป็
นแว่
นแคว้
นใหญ่
โตขึ
น พระองค์
มี
โอรส ๒ พระองค์
คื
อ พ่
อขุ
นผาเมื
อง เจ้
เมื
องราด และพระยาคํ
าแหงพระราม เจ้
าเมื
องสระหลวงสองแคว (เมื
องพิ
ษณุ
โลก) พ่
อขุ
นผาเมื
องนํ
ปรากฏความในจารึ
กว่
ากษั
ตริ
ย์
ขอมในสมั
ยนั
น ซึ่
งสั
นนิ
ษฐานว่
า คื
อพระเจ้
าชั
ยวรมั
นที่
๗ (พ.ศ. ๑๗๒๔
– ๑๗๖๑) ได้
ยกราชธิ
ดาคื
อ “นางสุ
ขรมหาเทวี
” ให้
เพื่
อสร้
างสั
มพั
นธไมตรี
พร้
อมทั
งพระราชทางเครื่
อง
ราชู
ปโภค คื
อพระขรรค์
ชั
ยศรี
และพระนามเฉลิ
มพระเกี
ยรติ
ว่
า “ศรี
อิ
นทราทิ
ตย์
หรื
อ ศรี
อิ
นทรบดิ
นทรา
ทิ
ตย์
” อาณาเขตของกรุ
งสุ
โขทั
ยในสมั
ยพ่
อขุ
นศรี
นาวนํ
าถม คงไม่
กว้
างขวางเท่
าใดนั
ก สั
นนิ
ษฐานว่
ครอบคลุ
มถึ
งเมื
องฉอด (เมื
องสอด) ลํ
าพู
น พิ
ษณุ
โลก และอํ
านาจในสมั
ยขอมในการควบคุ
มเมื
องใน
อาณาเขตในสมั
ยของพ่
อขุ
นศรี
นาวนํ
าถมคงไม่
มั่
นคงนั
ก แต่
ละเมื
องคงเป็
นอิ
สระในการปกครองตนเอง
เมื
องหลายเมื
องคงเป็
นเมื
องในระบบเครื
อญาติ
หรื
อเมื
องที่
มี
สั
มพั
นธไมตรี
ต่
อกั
น ภายหลั
งเมื่
อพ่
อขุ
นศรี
นาวนํ
าถมสิ
นพระชนม์
คงเกิ
ดความวุ
นวายในเมื
องสุ
โขทั
ย ขอมสมาดโขลญลํ
าพง ซึ่
งสิ
นนิ
ษฐานว่
าอาจ
เป็
นเจ้
าเมื
องลํ
าพง ซึ่
งเป็
นเมื
องที่
ปรากฏชื่
อในศิ
ลาจารึ
ก หรื
ออาจเป็
นขุ
นนางขอมที่
กษั
ตริ
ย์
ขอมส่
งมา
กํ
ากั
บดู
แลอยู
ที่
สุ
โขทั
ย ได้
นํ
ากํ
าลั
งเข้
ายึ
ดเมื
องสุ
โขทั
ย ศรี
สั
ชนาลั
ย และเมื
องใกล้
เคี
ยงไว้
ได้
พ่
อขุ
นผา
เมื
อง เจ้
าเมื
องราดและพระสหายคื
อพ่
อขุ
นบางกลางหาว เจ้
าเมื
องบางยาง ได้
รวมกํ
าลั
งกั
นปราบปราม
จนได้
ชั
ยชนะ พ่
อขุ
นบางกลางหาวยึ
ดได้
เมื
องศรี
สั
ชนาลั
ย ส่
วนพ่
อขุ
นผาเมื
องเข้
ายึ
ดเมื
องสุ
โขทั
ยไว้
ได้
เมื่
อได้
เมื
องสุ
โขทั
ยแล้
ว พ่
อขุ
นผาเมื
องได้
ทรงมอบเมื
องสุ
โขทั
ยให้
แก่
พ่
อขุ
นบางกลางหาวพร้
อมทั
งพระ
นามที่
กษั
ตริ
ย์
ขอมเคยแต่
งตั
งพ่
อขุ
นผาเมื
องคื
อ “ศรี
อิ
นทรบดิ
นทราทิ
ตย์
” ด้
วยเหตุ
ดั
งกล่
าวนี
พ่
อขุ
นบาง
กลางหาว จึ
งได้
ขึ
นครองราชย์
ณ เมื
องสุ
โขทั
ย มี
พระนามว่
า “พ่
อขุ
นศรี
อิ
นทราทิ
ตย์
” เป็
นปฐมกษั
ตริ
ย์
ราชวงศ์
พระร่
วง ส่
วนพ่
อขุ
นผาเมื
องได้
กลั
บไปครองเมื
องราดดั
งเดิ
ม หลั
กฐานในศิ
ลาจารึ
กกล่
าวว่
า หลั
สมั
ยพ่
อขุ
นรามคํ
าแหงฯ เมื
องต่
าง ๆ ในอาณาเขตของสุ
โขทั
ยได้
แยกตั
วเป็
นอิ
สระ ไม่
ยอมรั
บศู
นย์
อํ
านาจที่
เมื
องสุ
โขทั
ยเหมื
อนดั
งเช่
นสมั
ยที่
พ่
อขุ
นรามคํ
าแหงฯ ดํ
ารงพระชนม์
ชี
พอยู
ปรากฏข้
อความใน
ศิ
ลาจารึ
กหลั
กที่
๓ ศิ
ลาจารึ
กนครชุ
ม จั
งหวั
ดกํ
าแพงเพชรว่
า “บ้
านเมื
องขาด…หลายบั
น หลายท่
อน
แชว หลายบั
นหลายท่
อน ดั
งเมื
องพ… นกเป็
นขุ
นหนึ่
งเมื
องคนที่
พระบาง หาเป็
นขุ
นหนึ่
ง เมื
องเชี
ยง
ทองหาเป็
นขุ
นหนึ่
ง…” ความแตกแยกของเมื
องต่
าง ๆ ในอาณาจั
กรสุ
โขทั
ย หลั
งสมั
ยพ่
อขุ
นรามคํ
าแหง