๓๐๕
กรมศิ
ลปากรได้
บู
รณะพระเจดี
ย์
องค์
นี
้
ได้
ขุ
ดพบลานทองจารึ
กใน พระเจดี
ย์
องค์
ใหญ่
หลั
งพระอุ
โบสถ
และได้
นํ
า โบราณวั
ตถุ
ที่
บรรจุ
เจดี
ย์
นั
้
นขึ
้
นมาด้
วย มี
สิ่
งหนึ่
งที่
ได้
มาพร้
อมกั
บพระเครื่
อง พระบู
ชา เป็
นรู
ป
ช้
าง รู
ปหมู
ในท้
องหมู
มี
ลานทองจารึ
กอยู
่
๓ แผ่
น มี
ข้
อความตามจารึ
กว่
า "พระเจ้
าเพชบุ
รเป็
นลู
ก
พระญาอนรงปรดิ
สถาแล" เขี
ยน เป็
นคํ
าปั
จจุ
บั
นได้
ว่
า"พระเจ้
าเพชรบุ
รเป็
นลู
ก พระยาอั
นรงประดิ
ษฐาน
ไว้
"จึ
งทํ
าให้
เราทราบว่
า"เพชรบู
รณ์
"แต่
เดิ
มนั
้
นชื่
อเป็
น "เพชบุ
ร"ตั
้
งอยู
่
ถนนนิ
กรบํ
ารุ
ง ในเขตเทศบาลเมื
อง
เพชรบู
รณ์
เป็
นวั
ดเก่
าแก่
คู
่
บ้
านคู
่
เมื
องจั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
(วิ
ทยากรผู
้
ให้
ข้
อมู
ล วิ
โรจน์
ไผ่
ย้
อย www.gogle.co.th ๒๖ ตุ
ลาคม ๒๕๑๑)
จากประวั
ติ
ของวั
ดมหาธาตุ
ทํ
าให้
เราทราบว่
าวั
ดมหาธาตุ
เป็
นวั
ดที่
พระเจ้
าเพชบุ
รเจ้
าเมื
อง
เพชบุ
ร เป็
นพระโอรสของลู
กพระยาอั
นรงเป็
นผู
้
สร้
างแสดงว่
าหลั
งจากเมื
องราดเมื
องลุ
่
มได้
ถู
กทิ
้
งร้
างไป
ได้
มี
การสร้
างเมื
องขึ
้
นใหม่
ชื่
อว่
าเมื
องเพชปุ
ระ
การตั
้
งชื่
อเมื
องนํ
าเอาสภาพภู
มิ
ศาสตร์
มาเป็
นชื่
อเมื
อง
เช่
นกั
นคื
อเมื
องที่
เต็
มไปด้
วยป่
าไม้
โดยได้
พบหลั
กฐานจารึ
กบนลานทองที่
อยู
่
ในท้
องหมู
ที่
ค้
นพบใน
ขณะที่
กรมศี
ลปากรบู
รณะเจดี
ย์
องค์
ใหญ่
ทรงพุ
่
มข้
าวบิ
ณฑ์
หลั
งอุ
โบสถ
ในการสร้
างเมื
องใหม่
นี
้
มี
การสร้
างวั
ดขึ
้
นชื่
อว่
าวั
ดมหาธาตุ
เป็
นวั
ดประจํ
าเมื
อง(เช่
นเดี
ยวกั
บวั
ด
พระแก้
วคํ
าว่
าแก้
วน่
าจะหมายถึ
งพระบรมธาตุ
)มี
ข้
อสั
นนิ
ษฐานเกี่
ยวกั
บชื่
อวั
ดมหาธาตุ
ไว้
ดั
งนี
้
เราจะพบว่
าวั
ดมหาธาตุ
จะเป็
นชื่
อวั
ดที่
มี
อยู
่
ในหลายจั
งหวั
ดของประเทศไทย จากบทความเรื่
อง
วั
ดมหาธาตุ
ที่
เมื
องนครศรี
ธรรมราช ของนิ
ตยสารเมื
องโบราณได้
กล่
าวถึ
งที่
มาของชื่
อวั
ดมหาธาตุ
ไว้
ดั
งนี
้
“วั
ดพระมหาธาตุ
วรมหาวิ
หาร ประวั
ติ
จากตํ
านานที่
เล่
าเรื่
องการก่
อสร้
างพระบรมธาตุ
มี
หลายสํ
านวน
สามารถประมวลเนื
้
อหาได้
ว่
าเมื่
อพระพุ
ทธเจ้
าเสด็
จดั
บขั
นธ์
ปริ
นิ
พพาน เมื
องต่
าง ๆ ในแว่
นแคว้
นชมพู
ทวี
ปได้
แบ่
งพระบรมสารี
ริ
กธาตุ
ไปเก็
บรั
กษาเคารพบู
ชา”
และจากตํ
านานการสร้
างวั
ดในประเทศไทยซึ่
งสมเด็
จพระ ฯ กรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ
(๒๔๗๑) ( www.gogle.co.th ๒๓
23
มี
นาคม ๒๕๕๐)ได้
กล่
าวไว้
ว่
า
เมื่
อพระพุ
ทธเจ้
าเสด็
จดั
บขั
นธปริ
นิ
พพาน จึ
งเกิ
ดมี
เจดี
ย์
วั
ตถุ
ในพระพุ
ทธศาสนาสํ
าหรั
บ
สั
กการบู
ชาแทนองค์
พระพุ
ทธเจ้
าขึ
้
นก่
อน พุ
ทธเจดี
ย์
มี
หลายอย่
าง จะกล่
าวแต่
ที่
เป็
นตั
วมู
ลเหตุ
แห่
งการ
สร้
างวั
ด คื
อตามประเพณี
อั
นมี
มาในอิ
นเดี
ยตั
้
งแต่
ก่
อนพุ
ทธกาล ถ้
าผู
้
ทรงคุ
ณธรรมในศาสนาถึ
ง
มรณภาพลง เมื่
อเผาแล้
วย่
อมเก็
บอั
ฐิ
ธาตุ
บรรจุ
ไว้
ในสถู
ป (ที่
เรามั
กเรี
ยกกั
นว่
า พระเจดี
ย์
) สร้
างขึ
้
นตาม
กํ
าลั
งของเจ้
าภาพ มี
ตั
้
งแต่
เพี
ยงเป็
นกองดิ
นขึ
้
นไปจนถึ
งสร้
างเป็
นปึ
กแผ่
นแน่
นหนาโดยประณี
ตบรรจง
เมื่
อพระพุ
ทธเจ้
าเสด็
จเข้
าพระนิ
พพาน ถวายพระเพลิ
งพระพุ
ทธสรี
ระแล้
ว กษั
ตริ
ย์
และ