๒๗๖
ที
่
มาของชื
่
อท่
าโพนลาน
(โพนลาน) แต่
ก่
อนชาวบ้
านเรี
ยกว่
า ท่
าโพนลานคํ
าว่
าโพน คื
อ
พื
้
นดิ
นที่
มี
การทั
บถมกั
นสู
งขึ
้
น เนื่
องจากท่
านํ
้
าแห่
งนี
้
ปี
ที่
มี
นํ
้
าท่
วม จะพั
ดพาเอาดิ
นทรายมาทั
บถมกั
น
เป็
นเนิ
นสู
งและขยายลานกว้
าง ออกไปทุ
กปี
จึ
งเป็
นท่
านํ
้
าที่
มี
ทรายขาวสะอาดเป็
นโพนใหญ่
กอร์
ปกั
บบริ
เวณนี
้
จะมี
ต้
นลานมาก จึ
งได้
ชื่
อว่
าท่
าโพนลาน
ในสมั
ยก่
อนนั
้
นเพราะว่
ามี
ศาลาหลั
งหนึ่
ง ซึ่
งเป็
นศาลาที่
เก่
าแก่
ตั
้
งอยู
่
ริ
มคลองนํ
้
า หลั
งวั
ดภู
เขา
ดิ
น ด้
านข้
างของศาลาจะมี
ท่
าอาบนํ
้
าของชาวบ้
าน ศาลาหลั
งนี
้
จึ
งเป็
นที่
พั
กผ่
อนหย่
อนใจของชาวบ้
าน
ในละแวกนั
้
นตอนเย็
นได้
เวลาแดดร่
มลมตก ชาวบ้
านใกล้
เคี
ยง จะไปอาบนํ
้
าที่
ท่
านํ
้
านี
้
ทั
้
งเด็
กๆ หนุ
่
ม
–
สาว ผู
้
ใหญ่
จะลงเล่
นนํ
้
า อาบนํ
้
ากั
น อย่
างสนุ
กสนาน หลั
งจากอาบนํ
้
าเสร็
จแล้
วหนุ
่
ม
–
สาว ก็
จะนั่
ง
พั
กผ่
อนคุ
ยกั
น
ความเชื
่
อ
ด้
วยชาวชุ
มชน ๑๔ เป็
นชุ
มชนที่
มี
ความเชื่
อดั
้
งเดิ
มแบบชาวบ้
านชุ
มชนช้
างเผื
อกและชาวบ้
าน
ทุ
่
งสะเดี
ยงคื
อเชื่
อในลั
กษณะศาสนาพุ
ทธปนพราหมณ์
เชื่
อในสิ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ ์
เทพเจ้
า ต้
นไม้
ใหญ่
คื
อที่
สิ
ง
สถิ
ตย์
ของเทพยดาอารั
กษ์
และประกอบมี
ชาวจี
นเข้
ามาอาศั
ยปะปนจึ
งมี
ความเชื่
อแบบจี
นเข้
ามา
เกี่
ยวข้
องด้
วยดั
งเช่
น
พุ
ทธศี
ลสมาคมผู
้
เสี
ยสละ ตั
้
งอยู
่
ที่
๑/๒ ถนนคลองคล้
าพั
ฒนา ต.ในเมื
อง อ.เมื
อง จ.
เพชรบู
รณ์
ก่
อตั
้
งโดยชุ
มชนผู
้
เสี
ยสละ โดยนายสั
ญชั
ย ศุ
ภอั
กโข เป็
นผู
้
มอบที่
ดิ
นให้
สํ
าหรั
บสถานที่
ประกอบพิ
ธี
มี
ผู
้
มี
จิ
ตศรั
ทธา ร่
วมกั
นบริ
จาคเงิ
นก่
อสร้
างประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้
านบาท)
เมื่
อสร้
างเสร็
จ ทํ
าพิ
ธี
เปิ
ดสมาคมเมื่
อวั
นที่
๑๙ มิ
ถุ
นายน ๒๕๒๖ ตามความเชื่
อของชุ
มชนนี
้
เชื่
อว่
า
เป็
นที่
สถิ
ตของคณะเทพเจ้
า ที่
มาทํ
าพิ
ธี
เก็
บกระดู
ก ล้
างป่
าช้
า เมื่
อปี
๒๕๒๓ เป็
นที่
ปรึ
กษาในเรื่
อง
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ของชาวจี
น และเป็
นสถานที่
ถื
อศี
ลกิ
นเจของชาวไทย เชื
้
อสายจี
น และ
ประชาชนคนไทยทั่
วๆ ไป
ความเชื
่
อเกี
่
ยวกั
บต้
นไม้
เช่
น
“
โบสถ์
เก่
า จะมี
ต้
นไม้
ใหญ่
เก่
าแก่
ซึ่
งชาวบ้
านนั
บถื
อว่
าเป็
นต้
นไม้
มงคล คื
อต้
นเกศ (เกศา) เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของการที่
สมั
ยโบราณจะนํ
าของมี
ค่
าของวั
ดไปเก็
บไว้
ตรง
เศี
ยรของพระพุ
ทธรู
ป
”