๒๖๙
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งของชุ
มชนที
่
๑๐,๑๑,๑๓,๑๔โดยศึ
กษาจากประวั
ติ
ของวั
ดและสถานที
่
สํ
าคั
ญ
ชุ
มชนที
่
๑๔ วั
ดภู
เขาดิ
น
จากข้
อมู
ลที่
เก็
บได้
จากข้
อมู
ลของวั
ดช้
างเผื
อกและวั
ดทุ
่
งสะเดี
ยงได้
กล่
าวว่
า
“
คนในชุ
มชนเป็
นคนดั
้
งเดิ
มของบ้
านสะเดี
ยงเป็
นส่
วนใหญ่
มี
ส่
วนอื่
นปะปนบ้
างเล็
กน้
อย
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
จะเหมื
อนกั
บชุ
มชนที่
๑
,
๒
,
๓
,
๔
,
๕
และ๑๔
ภาษาพู
ดก็
เหมื
อนกั
น มี
อาชี
พการ
ทํ
ามาหากิ
นก็
จะเหมื
อนกั
น โดยส่
วนใหญ่
จะมี
อาชี
พทํ
าไร่
ทํ
านาและค้
าขายบ้
างเล็
กๆน้
อยๆ
”
ก็
จะเห็
นได้
ว่
าชุ
มชนวั
ดช้
างเผื
อก ชุ
มชนวั
ดทุ
่
งสะเดี
ยงและวั
ดภู
เขาดิ
นซึ่
งถู
กแบ่
งเป็
นชุ
มชนย่
อยคื
อ
๑,๒,๓,๔,๕,๑๔ เป็
นชุ
มชนเดี
ยวกั
น
สาเหตุ
ที่
มี
การตั
้
งชุ
มชนที่
๑๔ขึ
้
นเพราะมี
การแบ่
งเขตการปกครองในเขตเทศบาล ชุ
มชนที่
๑๔ เองถู
กแบ่
งออกเป็
นชุ
มชนย่
อยๆดั
งนี
้
“ บ้
านคลองศาลา หรื
อชุ
มชนวั
ดภู
เขาดิ
น ในสมั
ยที่
นายชาญ โฆษิ
ตานนท์
เป็
น
นายกเทศมนตรี
เมื
องเพชรบู
รณ์
ได้
กระจายอํ
านาจให้
ชุ
มชนได้
มี
ส่
วนร่
วมในการบริ
หารจั
ดการกั
นเอง
โดยแบ่
งเขตออกเป็
นชุ
มชนที่
๑๐, ๑๑ , ๑๓ และ ๑๔ตั
้
งแต่
นั
้
นมาชาวบ้
านจึ
งได้
มี
โอกาสแสดงความ
คิ
ดเห็
นร่
วมกั
นพั
ฒนาศั
กยภาพของชุ
มชนโดยรวมตามความต้
องการของกลุ
่
ม
”
ดั
งนั
้
นชุ
มชน ๑๔ จะถู
กแบ่
งออกเป็
นชุ
มชนย่
อยๆ ๔ชุ
มชนด้
วยกั
นคื
อ ๑๐,๑๑,๑๓และ ๑๔
และในเขตชุ
มชน๑๐นั
้
นเป็
นที่
ตั
้
งของวั
ดร้
างชื่
อว่
าวั
ดใหม่
ดั
งปรากฏจากผู
้
เก็
บข้
อมู
ลได้
รวบรวมมาดั
งนี
้
“
ชุ
มชนที
่
๑๐ ตลาดโพธิ
์
จั
นทน์
ตลาดแห่
งนี
้
เดิ
มเป็
นที่
ตั
้
งของวั
ดเก่
าแก่
วั
ดหนึ่
งชื่
อว่
า
“
วั
ด
ใหม่
”
ซึ่
งเป็
นสาขาหนึ่
งของวั
ดภู
เขาดิ
น ซึ่
งเป็
นวั
ดร้
างมานานแล้
ว ต่
อมาเป็
นสถานที่
ก่
อสร้
างโรงเรี
ยน
การช่
าง ในบริ
เวณวั
ดเก่
านี
้
จะมี
ต้
นไม้
ใหญ่
เก่
าแก่
มากอยู
่
๒ ต้
น ชาวบ้
านเคารพนั
บถื
อมาก เป็
นต้
นไม้
ศั
กดิ ์
สิ
ทธิ ์
ใครไปตั
ดไปฟั
น หรื
อไปปั
สสาวะ รด
–
ราด บริ
เวณต้
นไม้
นี
้
จะมี
อั
นเป็
นไป เช่
นปวดหั
วตั
ว
ร้
อน เจ็
บป่
วยไข้
ต่
างๆ นานา คื
อต้
นโพธิ
์
ต้
นจั
นทน์
ตลาดแห่
งนี
้
จึ
งตั
้
งชื่
อตามต้
นไม้
ศั
กดิ ์
สิ
ทธิ ์
๒ ต้
นนี
้
คื
อ
“
ตลาดโพธิ ์
จั
นทน์
” และเรี
ยกชื่
อสื
บต่
อมาจนปั
จจุ
บั
นนี
้
เป็
นตลาดโต้
รุ่
ง พ่
อค้
า แม่
ค้
า จะมาขาย
อาหารการกิ
นในยามคํ่
าคื
น
“
ตามธรรมเนี
ยมการสร้
างวั
ดจะไม่
ค่
อยตั
้
งชื่
อมั
กจะเรี
ยกว่
าวั
ดใหม่
ตามคํ
าอธิ
บายของสมเด็
จ
พระกรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ( ๒๔๗๑ )กล่
าวไว้
คื
อ