๑๖๕
อี
กประการหนึ่
ง เมื่
อผู
้
ตายนั
้
น ตายด้
วยอุ
บั
ติ
เหตุ
เช่
นถู
กรถชน ตกต้
นไม้
เป็
นต้
น ญาติ
พี่
น้
อง
ก็
จะไปเชิ
ญผู
้
ทรงคุ
ณทางไสยศาสตร์
มาปั
ดเป่
าวิ
ญญาณหรื
อสะกดจิ
ต โดยใช้
คาถาพระยา
ยมว่
า “ปะโตเมทั
ง ปะระชี
วิ
นั
ง สุ
คะโต จุ
ติ
จุ
ติ
จุ
ตั
ง มะระนั
งจุ
ติ
” ใช้
ตะปู
ตอกลงไปที่
หน้
าผาก เพื่
อไม่
ให้
วิ
ญญาณเฮี
้
ยน เที่
ยวหลอกหลอนคนต่
อไป
การสะกดการตายโหง เป็
นการตายปราศจากองค์
สี่
หมายถึ
งการตายอนาถาหาที่
พึ่
งไม่
ได้
โบราณถื
อว่
าคนตายโหงเป็
นคนบาป ตายไปแล้
วมั
กจะไม่
ตายคนเดี
ยว จะเวี
ยน
มาเอาคนอื่
นตายไปด้
วย ดั
งนั
้
นคนตายโหงจึ
งต้
องถู
กสะกด เพื่
อไม่
ให้
ย้
อนมาเอาคนอื่
น
ตามไปอี
กจึ
งต้
องทํ
าพิ
ธี
ดั
งต่
อไปนี
้
๑.นิ
มนต์
พระมาสวดสะกด ณ จุ
ดที่
เกิ
ดอุ
บั
ติ
เหตุ
หรื
อจุ
ดเกิ
ดเหตุ
หรื
อเชิ
ญอาจารย์
ผู
้
ชํ
านาญทางไสยศาสตร์
มาทํ
าพิ
ธี
๒. เลี
้
ยงส่
งผี
ตายโหง วิ
ธี
เลี
้
ยงให้
เอาของดิ
บของสดเลี
้
ยง โดยเรี
ยกชื่
อผู
้
ตายมาแล้
ว
บอกว่
า ของชอบของเธอฉั
นเอามาให้
แล้
ว กิ
นแล้
วให้
หนี
ไปเกิ
ดซะอย่
าอยู
่
ที่
นี่
เดี๋
ยวนาย
นิ
รยบาล(ยมบาล) จะรู
้
ท่
านจะเอาไปทํ
าโทษหรื
อไม่
ก็
หมอผี
จะเอาไปใช้
งาน ไปซะ ไปเถิ
ด
ขอให้
พู
ดเอง เออเองว่
า “มาแล้
วรึ
? มาแล้
ว .... กิ
นแล้
วรึ
? กิ
นแล้
ว.....หนี
ไปซะเนอ...เออ
กิ
นแล้
วจะหนี
ไปหรอก เท่
านั
้
นแหละผี
ตายโหงก็
จะหนี
ไปไม่
มาทํ
าให้
คนอื่
นตายอี
ก
ผี
ตายทั
้
งกลม หมายถึ
งผู
้
หญิ
งที่
มี
ครรภ์
หรื
อตั
้
งท้
องตั
้
งแต่
สามเดื
อนขึ
้
นไป อาจ
ประสบอุ
บั
ติ
เหตุ
เช่
นรถควํ่
า ถู
กข่
มขื
นแล้
วฆ่
าหรื
อผู
กคอตายอย่
างเรื่
องนางนาคพระโขนง
ถื
อว่
าวิ
ญญาณของเด็
กเฮี
้
ยนรวมทั
้
งผู
้
เป็
นแม่
ด้
วย ต้
องทํ
าการสะกดเช่
นเดี
ยวกั
น
การตราสั
ง
ผู
้
ที่
จะตราสั
งศพนั
้
นจะต้
องเป็
นผู
้
ที่
ได้
รั
บการฝึ
กหั
ดมาจนชํ
านาญและเคยผู
กมั
ดศพ
มาแล้
ว จะต้
องเป็
นคนรู
้
คาถาที่
จะว่
าในระหว่
างผู
กมั
ดศพด้
วย เชื
อกที่
จะทํ
าตราสั
งจะต้
อง
ใช้
ด้
ายดิ
บอย่
างด้
ายสายสิ
ญจน์
ทบกั
นให้
ใหญ่
เหนี
ยวดึ
งรั
้
งไม่
ขาดได้
และมี
ขนาดไหญ่
โต
เท่
านิ
้
วก้
อย การตราสั
งศพนั
้
นจะตราสั
งเพี
ยงสามเปลาะเท่
านั
้
น เปลาะแรกผู
กด้
วยเชื
อก
ทํ
าบ่
วงส่
วนที่
ผู
กคอศพล้
าเสกคาถาว่
า
“ปุ
ตโตคี
เว”
แล้
วจึ
งเอาเชื
อกโยงมากลางร่
าง
ต่
อจากนั
้
นจึ
งทํ
าเป็
นบ่
วงตระกรุ
ดเบ็
ดผู
กมื
อให้
ประนมมื
อไว้
ที่
อกอี
กเปลาะหนึ่
ง แล้
วเสก
คาถาว่
า “ชะนั
ง หั
ตเถ” แล้
วโยงเชื
อกมาที่
เท้
าทํ
าเป็
นห่
วงผู
กที่
ข้
อเท้
าทั
้
งสองให้
ติ
ดกั
นเสก
คาถาว่
า “ภริ
ยาปาเท” รวมเป็
นตราสั
งสามเปลาะ การที่
ต้
องทํ
าตราสั
งสามแห่
งและเสก
คาถานั
้
น เพราะเป็
นปริ
ศนาธรรมแสดงให้
เห็
นว่
า บุ
ตรเป็
นห่
วงผู
กคอ ส่
วนที่
ข้
อมื
อหมายถึ
ง
ทรั
พย์
สมบั
ติ
เป็
นห่
วงผู
กมื
อและที่
ผู
กเท้
านั
้
นหมายถึ
งภรรยาสามี
เป็
นห่
วงผู
กเท้
า
การตามไฟ