Page 10 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทที่
บทนํ
๑.๑ ความเป
นมาและความสํ
าคั
ญของการวิ
จั
อํ
าเภอแม
สะเรี
ยงเป
นอํ
าเภอหนึ่
งในจั
งหวั
ดแม
ฮ
องสอน เนื่
องจากห
างจากตั
วจั
งหวั
ดมากถึ
๑๖๔ กิ
โลเมตร ใช
เวลาเดิ
นทางประมาณ ๓-๔ ชั่
วโมง จึ
งจํ
าเป
นต
องมี
หน
วยงานระดั
บจั
งหวั
ดหลาย
แห
ง เช
น ศาลจั
งหวั
ด อั
ยการจั
งหวั
ด เรื
อนจํ
าอํ
าเภอ คลั
งจั
งหวั
ด ด
านศุ
ลกากร ด
านตรวจคนเข
าเมื
อง
ฯลฯ เป
นศู
นย
กลางความเจริ
ญและการค
าสํ
าหรั
บอํ
าเภออื่
น ที่
อยู
ข
างเคี
ยง เช
น อํ
าเภอแม
ลาน
อย
อํ
าเภอสบเมย ในอดี
ตเมื
องแม
สะเรี
ยงมี
ชื่
อทางประวั
ติ
ศาสตร
ว
า อํ
าเภอแม
สะเรี
ยง หรื
อ เมื
องยวม เคย
เป
นที่
ตั้
งชุ
มชนไม
น
อยกว
า ๕๒๐ ป
และเป
นเมื
องหน
าด
านที่
มี
ความสํ
าคั
ญต
อประวั
ติ
ศาสตร
ของ
ล
านนาไทย เคยมี
บุ
คคลที่
สํ
าคั
ญของเมื
องยวม หลายคนมี
บทบาทอยู
ในประวั
ติ
ศาสตร
เมื
องเชี
ยงใหม
เช
น หมื่
นด
ามพร
าคตนายช
างเอกของพระเจ
าติ
โลกราช ที่
วั
ดเจ็
ดยอด และพระเจ
าแข
งคม ที่
ประดิ
ษฐานอยู
ที่
วั
ดศรี
เกิ
ดจั
งหวั
ดเชี
ยงใหม
เทพสิ
งห
วี
ระบุ
รุ
ษแห
งเมื
องยวมผู
สร
างวี
รกรรมอั
นห
าวหาญ
ในการคุ
มกํ
าลั
งพลเข
าล
างอํ
านาจของพม
าในล
านนาไทยได
สํ
าเร็
จ เมื
องยวมเคยเป
นถิ่
นฐานอาศั
ยของ
ชนเผ
าดั้
งเดิ
มคื
อ ละว
า และกะเหรี่
ยงต
อมาในป
พ.ศ. ๒๔๔๓ ทางราชการได
ยกฐานะขึ้
นเป
นอํ
าเภอ
เรี
ยกว
าอํ
าเภอเมื
องยวม จนกระทั่
งในป
พ.ศ. ๒๔๖๗ ทางราชการได
พิ
จารณาเห็
นว
าชื่
ออํ
าเภอ
เมื
องยวมนั้
นไปพ
องกั
บ อํ
าเภอขุ
นยวม ซึ่
งอยู
ในจั
งหวั
ดเดี
ยวกั
น จึ
งได
เปลี่
ยนชื่
อเป
นอํ
าเภอแม
สะเรี
ยง
ตามชื่
อของลํ
าน้ํ
าแม
สะเรี
ยงที่
ไหลผ
านอํ
าเภออี
กสายหนึ่
อํ
าเภอแม
สะเรี
ยงถื
อว
าเป
นอํ
าเภอที่
มี
ศั
กยภาพด
านการท
องเที่
ยวทั้
งจากประเพณี
ท
องถิ่
นที่
โดด
เด
น สถานที่
ที่
มี
ความสํ
าคั
ญทางประวั
ติ
ศาสตร
และแหล
งทรั
พยากรธรรมชาติ
เนื่
องจากในป
พ.ศ.
๒๕๒๙ มี
โครงการโบราณคดี
ประเทศไทย (ภาคเหนื
อ) เข
ามาสํ
ารวจพบหลั
กฐานทางโบราณคดี
หลาย
อย
าง เช
น ขวานหิ
นกะเทาะหน
าเดี่
ยว เศษภาชนะดิ
นเผา เศษกระดู
ก และโลงศพ โครงการนี้
สรุ
ปว
บริ
เวณที่
พบถ้ํ
าผี
แมนเป
นแหล
งอาศั
ยของชุ
มชนสมั
ยก
อนประวั
ติ
ศาสตร
และพบว
าชุ
มชนแม
ฮ
องสอน
มี
ชุ
มชนโบราณอยู
๓ แห
งด
วยกั
น คื
อ บ
านทุ
งพร
าว อํ
าเภอแม
สะเรี
ยง, บ
านเวี
ยงเหนื
อ อํ
าเภอปาย
และบ
านต
อแพ อํ
าเภอขุ
นยวม โดยสองแห
งแรก (บ
านทุ
งพร
าว และบ
านเวี
ยงเหนื
อ) มี
ความเกี่
ยวพั
กั
บเชี
ยงใหม
โดยตรงตามประวั
ติ
ศาสตร
เริ่
มมาตั้
งแต
ป
๑๗๐๐ มี
แม
สะเรี
ยงเป
นเมื
องหน
าด
านของ
เชี
ยงใหม
ด
านตะวั
นตก ยามใดที่
พม
ามี
กํ
าลั
งขึ้
นมาก็
จะยึ
ดสองเมื
องนี้
ก
อน ได
เสบี
ยงอาหารถึ
งจะเข
าไป
ตี
เมื
องเชี
ยงใหม
และขยั
บเข
ากรุ
งศรี
อยุ
ธยา ซึ่
งความรู
ความตระหนั
กถึ
งประวั
ติ
ศาสตร
และวั
ฒนธรรม
เดิ
มเหล
านี้
ได
เลื
อนหายไป ด
านประเพณี
ที่
โดดเด
นของอํ
าเภอแม
สะเรี
ยง คื
อ ประเพณี
ออกหว
เทศกาลออกพรรษา หรื
อ ปอยออกหว
า ถื
อเป
นประเพณี
ที่
สื
บทอดกั
นมายาวนานกว
าร
อยป
ซึ่
งไม
มี
หลั
กฐานที่
แน
นอน ในวั
นขึ้
น ๑๕ ค่ํ
า อั
นเป
นวั
นออกพรรษานั้
น จะมี
การละเล
นเฉลิ
มฉลองหลายชนิ
เช
น ฟ
อนโต ฟ
อนรู
ปสั
ตว
ต
างๆ ฟ
อนก
าแลว (ฟ
อนดาบ) ตามถนนหนทางและบ
านเรื
อนต
างๆ เป
การละเล
นที่
สื
บเนื่
องมาจากความเชื่
อของสั
ตว
โลก และสั
ตว
หิ
มพานต
พากั
นรื่
นเริ
งยิ
นดี
ออกมา ร
ายรํ
เป
นพุ
ทธบู
ชารั
บเสด็
จ ก
อนจะถึ
งวั
นแรม ๘ ค่ํ
า จะมี
พิ
ธี
หลู
เตนเหง คื
อ การถวายเที
ยนพั
นเล
มโดยแห