๔
ถ่
ายทอดหรื
อเล่
นมาแต่
ในอดี
ตมี
อายุ
มากขึ
้
นเล่
นหรื
อแสดงไม่
ไหว จึ
งทํ
าให้
วงมั
งคละได้
ลดจํ
านวนลงอย่
าง
ต่
อเนื่
องที่
เป็
นของชุ
มชนหรื
อชาวบ้
าน
จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ยมี
วงมั
งคละที่
ใช้
แสดงการละเล่
นอย่
างต่
อเนื่
องจากอดี
ตถึ
งปั
จจุ
บั
นที่
แสดงโดย
ประชาชนมี
จํ
านวน ๕ คณะ และในสถานศึ
กษาที่
แสดงโดยนั
กเรี
ยน จํ
านวน ๔ คณะ ทั
้
งจั
งหวั
ดรวมเป็
น
๙ คณะ ซึ่
งส่
วนใหญ่
จะมี
การละเล่
นในชุ
มชนที่
มี
การสื
บทอดมาอย่
างต่
อเนื่
องเท่
านั
้
น จึ
งน่
าเป็
นห่
วงอย่
าง
ยิ่
งที่
จะหาแนวทางการพั
ฒนาและถ่
ายทอดให้
กั
บบุ
คคลผู
้
สนใจ ตลอดจนเยาวชนที่
มี
บทบาทสํ
าคั
ญในการ
อนุ
รั
กษ์
สื
บทอด เผยแพร่
ต่
อไปในอนาคต ถึ
งแม้
ปั
จจุ
บั
นจะมี
บางสถานศึ
กษาได้
นํ
าเข้
าเป็
นหลั
กสู
ตรการ
เรี
ยนการสอนเพื่
อสื
บทอดวั
ฒนธรรมอั
นดี
แต่
ก็
ยั
งมี
ไม่
แพร่
หลายและมี
จํ
านวนน้
อย เมื่
อเที
ยบกั
บการแสดง
มั
งคละที่
ถื
อเป็
นการแสดงประจํ
าจั
งหวั
ดที่
มี
การสื
บทอดมาจากอดี
ตสู
่
ปั
จจุ
บั
น
ตํ
าบลกกแรต อํ
าเภอกงไกรลาศ จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย เป็
นชุ
มชนที่
มี
การตั
้
งบ้
านเรื
อนอยู
่
อาศั
ยเป็
นหลั
ก
แหล่
งกั
นอย่
างต่
อเนื่
องจากอดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
น มี
หลั
กฐานการอพยพย้
ายออกมาจากตํ
าบลไกรนอก แต่
ความเป็
นวั
ฒนธรรมอั
นดี
งามชาวตํ
าบลกกแรตยั
งคงมี
การสื
บทอด รั
กษาศิ
ลปะ วั
ฒนธรรม ภู
มิ
ปั
ญญา
ท้
องถิ่
นดั
งเดิ
มไว้
คงอยู
่
มาถึ
งปั
จจุ
บั
น การแสดงมั
งคละตํ
าบลเป็
นภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
นที่
ชาวตํ
าบลกกแรต
ได้
สื
บทอดมาจากบรรพบุ
รุ
ษ
การแสดงดนตรี
มั
งคละ ตํ
าบลกกแรต อํ
าเภอกงไกรลาศ จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย เป็
นการแสดงพื
้
นบ้
าน
ที่
มี
ความเป็
นมาที่
ยาวนานตั
้
งแต่
อดี
ต มี
การสั่
งสม พั
ฒนา ถ่
ายทอดสื
บต่
อกั
นมา จนเป็
นภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น
จากศิ
ลปิ
นพื
้
นบ้
าน ที่
มี
คุ
ณค่
ายิ่
ง มี
ประโยชน์
เป็
นความภาคภู
มิ
ใจของคนกกแรต ควรที่
จะต้
องมี
การศึ
กษา
เก็
บรวบรวมไว้
อย่
างเป็
นระบบ เพื่
อการส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
น พั
ฒนาให้
มี
คุ
ณค่
าคู
่
รากเหง้
าของชุ
มชน และสั
งคม
ชาวจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย โดยการแสดงดนตรี
มั
งคละมี
การสื
บทอดจากครู
เพลง ตลอดจนมี
การนํ
าเข้
าไปพั
ฒนา
กั
บการศึ
กษาของสถานศึ
กษาในทุ
กเรื่
องโดยเฉพาะโรงเรี
ยนกงไกรลาศวิ
ทยา ที่
ได้
มี
การประยุ
กต์
ให้
เข้
า
วิ
ชาการในด้
านต่
างๆ และส่
งเสริ
มให้
เยาวชนในสถานศึ
กษาได้
มี
ความรั
ก ความหวงแหน สิ่
งที่
ดี
งามดั
งกล่
าว
ให้
อยู
่
กั
บอํ
าเภอกงไกรลาศ จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ยตลอดไป
วั
ฒนธรรมต่
างๆ ในอดี
ตถึ
งปั
จจุ
บั
น ได้
มี
หน่
วยงานของกระทรวงวั
ฒนธรรม และองค์
กรต่
างๆ ทั
้
ง
ภาครั
ฐ เอกชน และประชาชน ตลอดจนองค์
กรปกครองส่
วนท้
องถิ่
นทุ
กระดั
บที่
พยายามพลั
กดั
นให้
มี
การ
อนุ
รั
กษ์
เผยแพร่
พั
ฒนา และศึ
กษา ความเป็
นอั
ตตลั
กษณ์
ที่
สํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมแต่
ละพื
้
นที่
ให้
คงอยู
่
อย่
าง
ยั่
งยื
น รวมถึ
งการทํ
างานด้
านวั
ฒนธรรมที่
มี
การมุ
่
งเน้
น
“
การบริ
หารจั
ดการวั
ฒนธรรม
”
ที่
จะส่
งเสริ
มให้
มี
ส่
วนร่
วมทุ
กภาคส่
วน โดยเฉพาะองค์
กรภาคประชาชนมี
ปั
ญหาที่
พบว่
า
“
...การมี
ส่
วนร่
วมของภาค
ประชาชนในการดํ
าเนิ
นงานด้
านวั
ฒนธรรมท้
องถิ่
นในปั
จจุ
บั
นไม่
สามารถดํ
าเนิ
นการได้
เต็
มที่
เพราะขาดแรง
สนั
บสนุ
นจากภาครั
ฐในการดํ
าเนิ
นการ..
”
(เว็
ปไซด์
,๒๕๕๑) ทางออกของปั
ญหาในการบริ
หารจั
ดการ
วั
ฒนธรรมแบบการมี
ส่
วนร่
วมของชุ
มชน นั
้
นเน้
นทุ
กระดั
บและภาคส่
วนให้
ความสํ
าคั
ญของท้
องถิ่
นหรื
อ