- 1 -
บทที่
1
บทนํ
า
ความเป็
นมาของปั
ญหาในการวิ
จั
ย
เมื่
อมนุ
ษยชาติ
เกิ
ดมาบนโลกนี
้
แล้
ว ต่
างก็
ปรารถนาที่
จะดํ
ารงชี
วิ
ตอยู
่
ร่
วมกั
นเป็
นสั
งคมอย่
าง
มี
ความสุ
ขทั
้
งๆที่
มี
ความแตกต่
างทั
้
งทางกายและจิ
ตใจก็
ตาม การอยู
่
ร่
วมกั
นของคนหมู
่
มากที่
ชุ
มชน
แห่
งเดี
ยวกั
นการกระทบกระทั
่
งย่
อมเกิ
ดขึ
้
นได้
อยู
่
เสมอ ไม่
ถื
อว่
าเป็
นเรื่
องแปลกอะไร แต่
ทว่
าในการ
จั
ดการกั
บความบาดหมางใจภายในชุ
มชนแต่
ละชุ
มชนย่
อมมี
ความปรารถนาที่
จะดํ
าเนิ
นการไปตาม
วั
ฒนธรรมประเพณี
แห่
งท้
องถิ
่
น การนํ
าเอาจารี
ตประเพณี
หรื
อขนบธรรมเนี
ยมที่
ไม่
ได้
มี
อยู
่
ในชุ
มชน
มาใช้
กั
บคนในชุ
มชนนั
้
น
โดยมุ
่
งหมายที่
จะสร้
างความปรองดองให้
เกิ
ดขึ
้
นแก่
คู
่
กรณี
ได้
แต่
ใน
หลายๆครั
้
งกลั
บได้
สร้
างภาระและความยุ
่
งยากลํ
าบากที่
ไม่
จํ
าเป็
นแก่
สั
งคมท้
องถิ
่
น
ภายในอาณาเขตประเทศไทย บริ
เวณพื
้
นที่
ทางภาคเหนื
อมี
แหล่
งชุ
มชนของกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
เรี
ยกกั
นว่
าชาวเขาอยู
่
เป็
นจํ
านวนมาก ชาวเขาแต่
ละชาติ
พั
นธุ
์
มี
ขนบธรรมเนี
ยมจารี
ตประเพณี
ในการ
ระงั
บข้
อพิ
พาทที่
แตกต่
างกั
น เมื่
อครั
้
งที่
รั
ฐบาลแห่
งกรุ
งสยามรั
บเอาระบบกฎหมายแบบตะวั
นตกมา
บั
งคั
บใช้
กั
บอาณาจั
กรทางภาคเหนื
อที่
มี
ภู
มิ
ประเทศและชาติ
พั
นธุ
์
ที่
แตกต่
างกั
น ได้
ส่
งผลกระทบทาง
การเมื
องการปกครอง ระบบเศรษฐกิ
จและนํ
าไปสู
่
การขั
ดแย ้
งทางวั
ฒนธรรมในสั
งคม การบั
งคั
บใช้
กฎเกณฑ์
อย่
างเดี
ยวกั
นทั ่
วทั
้
งดิ
นแดนเพื่
อสร้
างความเป็
นเอกภาพของประเทศชาติ
จึ
งมี
คํ
าถามตลอด
มาว่
าเหมาะสมเพี
ยงใดหรื
อไม่
นั
บเป็
นเวลากว่
าศตวรรษหนึ
่
งแล้
ว ที่
ดิ
นแดนล้
านนาถู
กผนวกเข้
าเป็
น
ส่
วนหนึ
่
งของกรุ
งสยาม ปรากฏการณ์
ดั
งกล่
าวได้
ส่
งผลกระทบต่
อวั
ฒนธรรม วิ
ถี
ชี
วิ
ตกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ชาวเขาเป็
นอย่
างมาก
แม้
กระนั
้
นชุ
มชนชาวเขาหลายเผ่
าพั
นธุ
์
ก็
ย ั
งคงยึ
ดมั
่
นต่
อระบบจารี
ตประเพณี
การไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทภายในชุ
มชนอย่
างเหนี
ยวแน่
นตลอดมา
โดยที่
ไม่
ได้
รั
บการยอมรั
บหรื
อ
สนั
บสนุ
นจากทางการภาครั
ฐมาก่
อนว่
าชุ
มชนชาวเขาสมควรมี
อํ
านาจดํ
าเนิ
นกระบวนการยุ
ติ
ธรรม
ได้
ด้
วยตนเอง
นั
บย ้
อนกลั
บไปตั
้
งแต่
ก่
อนมี
การผนวกเอาดิ
นแดนของอาณาจั
กรต่
างๆมาเรี
ยกชื่
ออย่
าง
เดี
ยวกั
นแล้
วเรี
ยกว่
าประเทศชาติ
อิ
้
วเมี่
ยนก็
เป็
นอี
กชาติ
พั
นธุ
์
หนึ
่
งในโลกที่
มี
ระบบความเชื่
อเรื่
อง
ความเป็
นธรรมตามจารี
ตประเพณี
ซึ
่
งยอมรั
บว่
าชุ
มชนมี
ความสามารถที่
จะดํ
าเนิ
นการไกล่
เกลี่
ยหรื
อ
ระงั
บข้
อพิ
พาทรวมถึ
งบางกรณี
สามารถที่
จะกํ
าหนดสภาพบั
งคั
บเพื่
อใช้
กั
บผู
้
ที่
ไม่
ยอมปฏิ
บั
ติ
ตาม
คํ
าแนะนํ
าของคณะผู
้
ไกล่
เกลี่
ยได้
ด้
วย
โดยเฉพาะในประเทศไทยสมั
ยที่
นํ
าเอาจารี
ตประเพณี
การ
ระงั
บข้
อพิ
พาทโดยชุ
มชนแบบกลุ
่
มชุ
มชนด้
วย ก่
อนที่
จะนํ
าเสนอข้
อพิ
พาทแก่
ทางการในยุ
คสมั
ยนั
้
น
จนถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
้
ที่
ประเทศไทยได้
ยึ
ดเอาระบบการตั
ดสิ
นคดี
ความแบบตะวั
นตกมาใช้
นานกว่
าหนึ
่
ง
ศตวรรษแล้
ว ภายในชุ
มชนต่
างๆของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
อิ
้
วเมี่
ยนนั
้
นการระงั
บข้
อพิ
พาทด้
วยวิ
ธี
การไกล่
-