- 2 -
เกลี่
ยหรื
อประนอมข้
อพิ
พาทโดยกระบวนการยุ
ติ
ธรรมชุ
มชนตามจารี
ตประเพณี
ย ั
งเป็
นที่
นิ
ยมใช้
เพื่
อ
จั
ดการปั
ญหาข้
อขั
ดแย ้
งได้
ผลดี
ยิ
่
งกว่
ากระบวนการยุ
ติ
ธรรมกระแสหลั
กเสี
ยอี
ก
ดั
งนั
้
นจึ
งเป็
นที่
น่
าสนใจศึ
กษาหาคํ
าตอบในหลากหลายประเด็
นต่
อไปนี
้
อาทิ
เช่
น การไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทเช่
นนั
้
นมี
ความเป็
นมาอย่
างไร มี
ความถู
กต้
องสอดคล้
องเที่
ยงตรงจต่
อความจริ
งที่
ควร
จะเป็
นจริ
งหรื
อไม่
การไกล่
เกลี่
ยได้
ยึ
ดหลั
กการตามจารี
ตประเพณี
อั
นเป็
นที่
ยอมรั
บของสมาชิ
ก
ชุ
มชนมากน้
อยเพี
ยงใด กรณี
ใดบ้
างที่
คู
่
กรณี
ได้
ยิ
นยอมให้
ชุ
มชนทํ
าหน้
าที่
ไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทให้
ตาม
จารี
ตประเพณี
ของชุ
มชนควรที่
รั
ฐจะสนั
บสนุ
นการไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทโดยชุ
มชนของชุ
มชนชาวเขา
เผ่
าอิ
้
วเมี่
ยนหรื
อต้
องให้
ยกเลิ
กเป็
นต้
น มี
การวิ
จั
ยพบว่
าในยุ
คสมั
ยปั
จจุ
บั
นการไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทใน
ชุ
มชนเป็
นที่
ยอมรั
บมากขึ
้
น ทั
้
งนี
้
ตามรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย พ.ศ. 2550 และวิ
สั
ยทั
ศน์
และพั
นธกิ
จของสํ
านั
กงานยุ
ติ
ธรรม รวมถึ
งฝ่
ายนั
กวิ
ชาการ, ผู
้
พิ
พากษาหรื
อตุ
ลาการศาลก็
มี
การ
ส่
งเสริ
มกระบวนการยุ
ติ
ธรรมทางเลื
อกมากขึ
้
น ดั
งนั
้
นเพื่
อแสวงหาคํ
าตอบของคํ
าถามข้
างต้
น และ
เพื่
อนํ
าไปสู
่
การแก้
ไขปั
ญหาและอุ
ปสรรคในการไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทโดยชุ
มชนท้
องถิ
่
น หากปรากฏ
ว่
าการดํ
าเนิ
นการไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทของชุ
มชนอิ
้
วเมี่
ยนเป็
นที่
ยอมรั
บได้
ในราชอาณาจั
กไทย
ใน
อนาคตอาจดํ
าเนิ
นการจั
ดอบรมผู
้
นํ
าชุ
มชนต่
างๆให้
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพในการไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทตาม
จารี
ตประเพณี
ที่
มี
มาตรฐานและกํ
าหนดกฎเกณฑ์
ให้
สอดคล้
องกั
บกฎหมายบ้
านเมื
องต่
อไป
วั
ตถุ
ประสงค์
ในการวิ
จั
ย
1.
เพื่
อศึ
กษาการปรั
บตั
วของระบบจารี
ตประเพณี
ในการจั
ดการปั
ญหาและไกล่
เกลี่
ย
ข้
อพิ
พาทในสั
งคมอิ
้
วเมี่
ยน
2.
เพื่
อแสวงหาแนวทางการส่
งเสริ
มการใช้
จารี
ตประเพณี
สร้
างความเข้
มแข็
งทาง
วั
ฒนธรรมในสั
งคมอิ
้
วเมี่
ยน
3.
เพื่
ออนุ
รั
กษ์
และฟื
้
นฟู
จารี
ตประเพณี
อั
นดี
งามของชุ
มชนอิ
้
วเมี่
ยน
ระเบี
ยบแบบแผนการวิ
จั
ย
(กรอบแนวคิ
ดการวิ
จั
ย
)
การศึ
กษานี
้
เป็
นศึ
กษาการปรั
บตั
วของระบบจารี
ตประเพณี
ที่
เกี่
ยวกั
บกรอบทางความคิ
ดเรื่
อง
ความยุ
ติ
ธรรมในมุ
มมองของชาวบ้
าน(อิ
้
วเมี่
ยน) ที่
มี
วิ
ถี
ของความเป็
นชนกลุ
่
มน้
อยมี
วิ
สั
ยแห่
งความ
เรี
ยบง่
าย
ข้
อเท็
จจริ
งที่
เกี่
ยวกั
บข้
อพิ
พาทอย่
างหนึ
่
งของสั
งคมที่
แตกต่
างกั
นทางเชื
้
อชาติ
มี
ความ
เป็
นไปได้
ที่
จะสามารถใช้
กรอบความคิ
ดอี
กแบบหนึ
่
งมาอธิ
บาย
ระเบี
ยบแบบแผนการวิ
จั
ยนี
้
จึ
ง
มุ ่
งเน้
นการศึ
กษานิ
ติ
ศาสตร์
แบบพหุ
นิ
ยมทางกฎหมายและทฤษฎี
การปรั
บตั
วทางสั
งคม ถึ
งแม้
สิ ่
งที่
ชาวบ้
านเคยใช้
อ้
างอิ
งถึ
งเพื่
อใช้
ในการกํ
าหนดความรั
บผิ
ดของผู
้
กระทํ
าผิ
ดในสมั
ยก่
อน
วั
นนี
้
อาจ
ไม่
ได้
อ้
างถึ
งอี
กเพราะสั
งคมเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงไปอี
กทางหนึ
่
ง กฎเกณฑ์
เรื่
องความยุ
ติ
ธรรมจึ
งต้
อง
ปรั
บตามไปด้
วย
บางครั
้
งอาจมาจากกฎหมายของประเทศชาติ
ที่
ใช้
ปกครองอยู
่
ในท้
องถิ ่
นมี
การ