- 61 -
2. การปกครองชุ
มชนหมู
่
บ้
าน
เมื่
อถึ
งปี
พ.ศ. 2498(ค.ศ.1955) อิ
้
วเมี่
ยนจากดอยอ่
างขางกลุ
่
มที่
นํ
าโดย ต่
าง หฒั ๋
น ออน
ได้
อพยพมาถึ
งบ้
านผาดํ
ากั
นหมดแล้
ว
แต่
ลู
กบ้
านของแก่
รามั
นเกิ
ดเปลี่
ยนใจไม่
อพยพมาทํ
าให้
จํ
านวนประชากรในกลุ
่
มนี
้
มี
ด้
วยกั
นประมาณแค่
สามสิ
บครั
วเรื
อนเป็
นครอบครั
วขยาย (อั
ตราเฉลี่
ย
ครั
วเรื
อนละ 15 คน) ตั
้
งแต่
ปี
ที่
อพยพมาจนกระทั
่
งถึ
งปี
พ.ศ. 2504-2507(ค.ศ.1961-1964) นายจั ๋
น
ออน แซ่
เติ
๋
น ซึ
่
งได้
เป็
นผู
้
นํ
าของชาวอิ
้
วเมี่
ยนอย่
างต่
อเนื่
องตั
้
งแต่
อยู
่
บนดอยอ่
างขาง ก็
มี
บทบาทที่
โดด
เด่
นอยู
่
ที่
กลุ ่
มหมู
่
บ้
านบนเทื
อกเขาแดนลาวแห่
งนี
้
และเริ
่
มต้
นติ
ดต่
อทางการในเชี
ยงรายมากขึ
้
น
ตามลํ
าดั
บ ต่
อมาจึ
งได้
รั
บการแต่
งตั
้
งให้
เป็
นผู
้
ใหญ่
บ้
านหมู
่
ที่
16 ตํ
าบลแม่
กรณ์
เนื่
องจากเวลานั
้
น
ตํ
าแหน่
งดั
งกล่
าวว่
างลง ไม่
มี
ใครบนเทื
อกเขานี
้
ที่
จะสนใจรั
บตํ
าแหน่
งดั
งกล่
าว เนื่
องจากมี
อาณาเขต
ครอบคลุ
มพื
้
นที่
ตํ
าบลห้
วยชมภู
ในกลุ
่
มหมู
่
บ้
านอิ
้
วเมี่
ยนและลาหู
่
ทั
้
งหมด โดยเริ ่
มจากบริ
เวณเชิ
งดอย
ศาลเจ้
าพ่
อประตู
ผาขึ
้
นไปตามลํ
านํ
้
าขุ
นกรณ์
จนถึ
งสั
นปั
นนํ
้
าดอยเกี๊
ยะเรื่
อยไปถึ
งบ้
านแม่
สลั
ก ส่
วน
ทิ
ศเหนื
อไปจรดแม่
นํ
้
ากก เมื่
อนายจั
๋
นออน แซ่
เติ
๋
น รั
บตํ
าแหน่
งผู
้
ใหญ่
บ้
านแล้
วก็
ใช้
หมู
่
บ้
านผาลั
้
งเป็
น
หมู
่
บ้
านหลั
กและมี
หมู
่
บ้
านบริ
วารหลายหมู
่
บ้
าน ต่
อมาแยกเป็
นหลายหมู
่
บ้
านเหล่
านี
้
ไปตั
้
งเป็
นหมู
่
ที่
ใหม่
เพื่
อจะได้
ยกฐานะเป็
นตํ
าบล กํ
านั
นประจํ
าตํ
าบลคนแรกได้
มาจากการจั
บสลาก นายจั
๋
นออน
น้
อยใจที่
ตนถู
กเจ้
าหน้
าที่
หลอกลวงจึ
งได้
ลาออกจากตํ
าแหน่
ง แล้
วให้
ลู
กเขยชื่
อนายเลามั
น แซ่
พ่
าน
เป็
นผู
้
ใหญ่
บ้
านผาลั
้
งสื
บต่
อมา เป็
นเวลาหนึ
่
งปี
กว่
าก็
ลาออกอี
ก(ต่
าง เหยา เลี่
ยม.2548)
ปั
จจุ
บั
นหมู
่
บ้
านที่
เคยอยู
่
ในความดู
แลของนายจั
๋
นออน ที่
สามารถแยกไปตั
้
งหมู
่
บ้
านมี
หมู
่
ที่
แล้
วได้
แก่
1.
หมู
่
บ้
านห้
วยแม่
เลี่
ยมของชาวอิ
้
วเมี่
ยน เป็
นหมู
่
ที่
3 ตํ
าบลห้
วยชมภู
2.
หมู
่
บ้
านกกน้
อยอิ
้
วเมี่
ยน+ลาหู
่
เป็
นหมู
่
ที่
5 ตํ
าบลห้
วยชมภู
3.
หมู
่
บ้
านห้
วยชมภู
เป็
นหมู
่
ที่
6 ตํ
าบลห้
วยชมภู
4.
หมู
่
บ้
านปางขอน แยกจากผาลั
้
ง หมู
่
ที่
4 เป็
นหมู
่
ที่
7 ตํ
าบลห้
วยชมภู
5.
หมู
่
บ้
านห้
วยแก้
ว แยกจากปางขอน หมู
่
ที่
7 เป็
นหมู
่
ที่
8 ตํ
าบลห้
วยชมภู
6.
หมู
่
บ้
านแม่
สลั
ก แยกจากห้
วยชมภู
หมู
่
ที่
6 เป็
นหมู
่
ที่
9 ตํ
าบลห้
วยชมภู
7.
หมู
่
บ้
านจะคื
อ แยกจากห้
วยชมภู
หมู
่
ที่
6 เป็
นหมู
่
ที่
10 ตํ
าบลห้
วยชมภู
8.
หมู
่
บ้
านร่
มเย็
น แยกจากห้
วยแม่
เลี่
ยม หมู
่
ที่
3 เป็
นหมู
่
ที่
11 ตํ
าบลห้
วยชมภู
หมู
่
บ้
านที่
สามารถแยกไปตั
้
งเป็
นหมู
่
ที่
ใหม่
ได้
สํ
าเร็
จนั
้
น
มี
หมู
่
ที่
สามถึ
งหมู
่
ที่
แปดที่
เป็
น
หมู
่
บ้
านของชาวอิ
้
วเมี่
ยน
และหมู
่
ที่
เก้
าถึ
งหมู
่
ที่
สิ
บนั
้
นเป็
นหมู
่
ใหม่
ที่
แยกจากการขยายตั
วทาง
ประชากรของพี่
น้
องลาหู
่
และอาข่
า ส่
วนพี่
น้
องลี
ซู
ย ั
งไม่
มี
การแยกหมู
่
ที่
ใหม่
เลยแม้
แต่
หมู
่
บ้
านเดี
ยว
อาจเนื่
องมาจากการที่
เคลื่
อนไหวเข้
าไปสู
่
ชุ
มชนพื
้
นราบได้
โดยง่
าย มี
จํ
านวนไม่
มากที่
ดํ
ารงชี
วิ
ตอยู
่
ใน
ท้
องถิ ่
นบนดอยสู
ง เท่
าที่
ได้
รั
บทราบมาจากเพื่
อนที่
มาจากหมู
่
บ้
านแม่
มอญ กล่
าวกั
นว่
าการศึ
กษาของ
พี่
น้
องลี
ซู
จะทั
่
วถึ
งมากกว่
าของเผ่
าอื่
นๆในพื
้
นที่
ทั
้
งหมด