Page 66 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 58 -
บ้
านปางซานเวิ่
มี
12 หลั
งคาเรื
อน สมาชิ
กเป็
นชาวอิ
วเมี่
ยนทั
งหมด กลุ
มสกุ
ลเปี
ยน เติ ๋
และเลี่
ยว มี
อาชี
พทํ
าสวนผลไม้
ปลู
กข้
าวไร่
ห่
างจากตั
วที่
ทํ
าการผู
ใหญ่
บ้
านประมาณ 2 กิ
โลเมตร
บ้
านห้
วยชมภู
บน
มี
30 หลั
งคาเรื
อน มี
อาชี
พทํ
าสวนผลไม้
สวนชาและพื
นไร่
ข้
าวโพด ข้
าว
ไร่
มี
บางครอบครั
วเป็
นคริ
สเตี
ยน มี
สกุ
ลเปี
ยนและสกุ
ลเลี่
ยว
คุ
มรวมมิ
ตรพั
ฒนา
มี
26 หลั
งคาเรื
อน สมาชิ
กเป็
นชาวอิ
วเมี่
ยนมี
สกุ
ลเปี
ยน เลี่
ยวและสกุ
เติ
นและชาวจี
น มี
อาชี
พทํ
าสวนชาและสวนผลไม้
อื่
นอย่
างเช่
น ส้
ม ลิ
นจี่
ปลู
กข้
าวไร่
คุ
มแสนขยั
มี
28 หลั
งคาเรื
อน สมาชิ
กเป็
นชาวอิ
วเมี่
ยนทั
งหมด ส่
วนใหญ่
มี
อาชี
พทํ
าสวน
ชา ปลู
กพื
ชไร่
และทํ
าสวนผลไม้
คุ
มราษฎร์
พั
ฒนา
มี
13 หลั
งคาเรื
อน สมาชิ
กเป็
นชาวอิ
วเมี่
ยนและจี
น ส่
วนใหญ่
มี
อาชี
พทํ
สวนชา ปลู
กพื
ชไร่
และทํ
าสวนผลไม้
คุ
มสามแยกห้
วยชมภู
54 หลั
งคาเรื
อน สมาชิ
กเป็
นชาวอิ
วเมี่
ยนสกุ
ลเลี่
ยว และสกุ
ลเฒ์
วและ
ชาวอาข่
า ส่
วนใหญ่
มี
อาชี
พทํ
าสวนชา ปลู
กพื
ชไร่
รั
บจ้
างและทํ
าสวนผลไม้
คุ
มแม่
สลั
กเย้
24 หลั
งคาเรื
อน สมาชิ
กเป็
นชาวอิ
วเมี่
ยนทั
งหมด มี
อาชี
พทํ
าสวนชา ปลู
กพื
ไร่
และทํ
าสวนผลไม้
มี
กลุ
มสกุ
ลเปี
ยน เลี่
ยวและเติ ๋
ปั
จจุ
บั
นนี
เมื่
อรวมทั
งหมดแปดคุ
มแล้
วมี
213 หลั
งคาเรื
อน มี
ประชากรประมาณ 1350 คน
ส่
วนมากออกไปศึ
กษาและประกอบอาชี
พในเมื
องใหญ่
หรื
อขายแรงงานในต่
างประเทศ เช่
นประเทศ
ไต้
หวั
น และมาเลเซี
2. การปกครองชุ
มชนหมู
บ้
าน
สมั
ยที่
ตั
งอยู
บริ
เวณดอยช้
างอยู
ในความปกครองของพญาโฒว ที่
ได้
ไปรั
บแต่
งตั
งเป็
นพญา
ทํ
าหน้
าที่
เก็
บส่
วยยางฝิ
นส่
งให้
ทางการเชี
ยงราย จากดอยช้
างย ้
ายมาที่
บ้
านห้
วยกา-ผาแดง ไม่
มี
การ
บั
นทึ
กถึ
งความเป็
นชุ
มชนอย่
างเป็
นทางการเหมื
อนเช่
นสมั
ยนี
เมื่
อพญาโฒวย ้
ายไปที่
อื่
นแล้
วพญาฟ้
า-
ลั ่
นก็
ได้
รั
บการแต่
งตั
งให้
ดู
พื
นที่
บริ
เวณนี
จนกระทั
งผู
นํ
ารุ ่
นต่
อมาจึ
งได้
รั
บตราตั
งให้
เป็
นแก่
บ้
าน
หมู
บ้
านของชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ
มนี
เมื่
อย ้
ายชุ
มชนไปอยู
หมู
บ้
านห้
วยชมภู
เก่
าแล้
ผู
นํ
าชุ
มชนก็
ได้
ขอ
ลาออกจากการเป็
นผู
นํ
า กล่
าวคื
อเมื่
อมาถึ
งสมั
ยของแก่
แสนขย ั
น ชุ
มชนมี
ความหลากหลายมากขึ
น มี
ปั
ญหาข้
อยุ
งยากมากเป็
นเหตุ
ให้
แก่
แสนขย ั
นลาออกนํ
าตราตั
งไปส่
งคื
น ครั
งนั
นเป็
นหมู
ที่
16 ตํ
าบล
แม่
กรณ์
อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดเชี
ยงราย เมื่
อลาออกได้
แล้
วก็
ย ้
ายชุ
มชนมาอยู
ที่
ตั
งแห่
งใหม่
ในช่
วง
ประมาณปี
พ.ศ. 2480(ค.ศ.1937)
ช่
วงเวลานั
นพื
นที่
ภู
เขาไม่
มี
ผู
ใดยอมรั
บตํ
าแหน่
งจากทางการ
ดั
งกล่
าวจนกระทั ่
งถึ
งปี
พ.ศ.2498 (ค.ศ.1955 ) ชาวอิ
วเมี่
ยนจากดอยอ่
างขางก็
เข้
ามาที่
ผาลั
ง และ
เริ
มต้
นเป็
นศู
นย์
กลางในการติ
ดต่
อทางการแทนในตํ
าแหน่
งแก่
ฝาก รั
บหน้
าที่
ดู
แลหมู
บ้
านห้
วยชมภู
ด้
วย เมื่
อนายจั
นออน แซ่
เติ
น ได้
รั
บแต่
งตั
งเป็
นผู
ใหญ่
บ้
านหมู
ที่
16 ในปี
พ.ศ. 2507 ได้
แต่
งตั
งนาย
เลาเหล ลิ
วยอดสิ
งห์
ขรให้
เป็
นผู
ช่
วยผู
ใหญ่
บ้
านอยู
ที่
หมู
บ้
านห้
วยชมภู
โดยให้
มี
อํ
านาจจั
ดการ
ปั
ญหาและไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทภายในกลุ ่
มโซนบ้
านห้
วยชมภู
ได้