Page 53 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 45 -
ชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ
มแซ่
เลี่
ยว(ลิ
ว) เป็
นกลุ ่
มที่
มี
ความโดดเด่
นในเรื่
องความขย ั
นขั
นแข็
งในการศึ
กษาหา
ความรู
ทุ
กครอบครั
วมี
อุ
ปนิ
สั
ยที่
เอื
อต่
อการเรี
ยนรู
ของเด็
กและเยาวชน
มี
การปรั
บใช้
วิ
ทยาการ
สมั
ยใหม่
เข้
ามาในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตประจํ
าวั
สร้
างนวั
ตกรรมใหม่
ขึ
นมาช่
วยอนุ
รั
กษ์
และฟื
นฟู
ภู
มิ
ปั
ญญาอิ
วเมี่
ยน และสามารถผสมกลมกลื
นกั
บชาวท้
องถิ
นได้
อย่
างรวดเร็
3.
กลุ
มดอยสามหมื่
ในช่
วงประมาณปี
พ.ศ. 2363 – 2373(ค.ศ.1820-1830) ย ั
งไม่
ปรากฏ
หลั
กฐานแน่
ชั
ดว่
าใครเป็
นผู
นํ
าของชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ ่
มนี
ได้
อพยพออกจากเมื
องล้
า เมื
องหลวงพระบาง
และหลวงนํ
าทา ข้
ามแม่
นํ
าโขงมาขึ
นฝั ่
งที่
เชี
ยงของได้
เข้
ามาตั
งชุ
มชนแห่
งแรกอยู
ที่
เขตปกครองของ
เมื
องเชี
ยงของ ในสมั
ยที่
ชาวไทยวนเป็
นผู
ปกครอง(โฒ้
ว โต้
ว 1.) และจากคํ
าให้
สั
มภาษณ์
ของ เปี
ยน
แซ้
ง เอี๋
ยน อายุ
90 ปี
และ เปี
ยน แซ้
ง ฟุ
อายุ
76 ปี
, ผู
นํ
าพิ
ธี
กรรมบ้
านปางควาย ซึ
งเป็
นหลานของ
เพี
ย ฮิ
น กล่
าวว่
า ประมาณ พ.ศ. 2350 ชาวอิ
วเมี่
ยนที่
เป็
นบรรพบุ
รุ
ษของท่
านได้
อพยพออกจากเมื
อง
ล้
า มาตั
งชุ
มชนที่
ต้
นนํ
าหลวงนํ
าทาก่
อนจะข้
ามแม่
นํ
าโขงมาขึ
นฝั ่
งที่
เชี
ยงของ มี
ชาวลาวพุ
งดํ
าได้
เป็
ใหญ่
ปกครองที่
เมื
องเชี
ยงของ แต่
ไม่
ปรากฏว่
าผู
ใดเป็
นผู
นํ
าของชาวอิ
วเมี่
ยนในการอพยพข้
ามแม่
นํ
โขง ชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ
มที่
เป็
นบรรพบุ
รุ
ษของตน ได้
อพยพออกจากเชี
ยงของมาตั
งชุ
มชนแห่
งแรกที่
บ้
านขุ
นคิ
เขตเมื
องงาย ย ้
ายไปเมื
องคอง ย ้
ายไปดอยสามหมื่
น จากดอยสามหมื่
นย ้
ายไปที่
แม่
จ้
า จาก
แม่
จ้
าย ้
ายไปเมื
องปาย…. ไปตั
งชุ
มชนอยู
ที่
ต้
นนํ
าเมื
องปาย….ตอนนั
นชาวอิ
วเมี่
ยนในเชี
ยงใหม่
ขยาย
พื
นที่
ทํ
ากิ
นไปมากไปจนถึ
งที่
ฝั ่
งพม่
าได้
มี
ชาวอิ
วเมี่
ยนจํ
านวนหนึ
งไปบุ
กเบิ
กที่
ทํ
ากิ
นในฝั
งพม่
า โดย
ไปตั
งเพิ
งพั
กอยู
ที่
นั ่
นด้
วย(แซ้
งเอี๋
ยน.อ้
างแล้
ว)
ในบั
นทึ
ก โฒ้
ว-โต้
ว โซว : (บั
นทึ
กหลุ
มฝั
งศพบรรพชนของตระกู
ล เปี
ยน แซ้
ง หวั
ง-หฒั
น)
บั
นทึ
กไว้
ว่
าคุ
ณปู
ทวดและคุ
ณย่
าทวดใหญ่
ของเปี
ยน ว่
วน ควน ที่
ชื่
อ เปี
ยน ส่
วน เหญ่
ย ล้
อง และ
เฒ์
ว สี่
เหญ่
ย หญาง ได้
เสี
ยชี
วิ
ตที่
เมื
องล้
า แคว้
นสิ
บสองปั
นนา เขตมณฑลยู
นนานประเทศจี
ส่
วนคุ
ณย่
าทวดเล็
กมาเสี
ยชี
วิ
ตที่
เชี
ยงของ เปี
ยน ว่
วน ควน มี
บิ
ดาชื่
อ เปี
ยน ฒ้
อย ว่
วน หรื
ออี
กชื่
หนึ
ง คื
อ เปี
ยน ฝะ ธี
ง กล่
าวว่
า ฝะ ธี
ง เสี
ยชี
วิ
ตที่
เมื
องคอง ส่
วนปู
ของ ว่
วน ควน ชื่
อ ฝะ แฮ้
ง ไม่
ทราบว่
าเสี
ยชี
วิ
ตที่
ใด และในบั
นทึ
ก โฒ้
ว–โต้
ว : (บรรพชนของ เปี
ยน แซ้
ง เหฑว่
น) กล่
าวไว้
ว่
เปี
ยน ว่
วน ฮิ
น ได้
เดิ
นทางเข้
ามาถึ
งดอยสามหมื่
น เขตเมื
องเชี
ยงใหม่
(โฒ้
ว โต้
ว 2.) เปี
ยน แซ้
ง-หวั ่
กล่
าวไว้
ในปี
พ.ศ. 2545 ว่
า “….ว่
วน ควน ซึ
งเป็
นปู
ของตนนั
น เป็
นน้
องชายของ เปี
ยน ว่
วน ฮิ
น ๆ
ซึ
งเป็
นผู
นํ
าอิ
วเมี่
ยน หรื
อที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนเรี
ยกกั
นว่
า เพี
ย ฮิ
น นั
นมี
พี่
น้
องชายหญิ
งหลายคน มี
น้
องชายฝาแฝด ชื่
อ เปี
ยน ว่
วน ควนและเปี
ยน ว่
วน ออน….”(แซ้
งหวั
ง.2545)
“เพี
ย ฮิ
น” มี
ลู
กสาวหลายคนแต่
ไม่
มี
บุ
ตรชาย ต่
อมามี
หญิ
งหม้
ายลู
กติ
ดเคยเป็
นภรรยาของ
เปี
ยน ว่
วน ฒ้
อย มาก่
อน ซึ
งเป็
นครอบครั
วของผู
ที่
ได้
อพยพเข้
ามาใหม่
เพี
ย ฮิ
น ได้
ขอแต่
งงานกั
หญิ
งหม้
ายคนนั
นเพื่
อจะได้
ลู
กชายที่
ชื่
อ เปี
ยน เจี่
ยม ฟิ
น มาช่
วยสื
บสกุ
ลของตน (เปี
ยน ฒ้
อย ออน
กล่
าวว่
า บรรพบุ
รุ
ษของพวกตนอาจจะเป็
นกลุ ่
มที่
อพยพมาพร้
อมกั
บกลุ ่
มพญาคี
รี
ศรี
สมบั
ติ
ได้
ย ้
าย