Page 35 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 27 -
ไว้
ในเวลาต่
อมากรมประชาสงเคราะห์
ได้
เคยรายงานเมื่
อปี
พ.ศ. 2527 กล่
าวว่
าชาวอิ
วเมี่
ยนได้
อพยพเข้
าตั
งรกรากในประเทศไทยตั
งแต่
ปี
ค.ศ. 1800 (กรมประชาสงเคราะห์
. 2527) นั
บได้
ประมาณ 208 ปี
ที่
ชาวอิ
วเมี่
ยนเข้
ามาตั
งรกรากในประเทศไทย แต่
จํ
านวนประชากรไม่
ได้
มี
การ
ขยายตั
วมากนั
ก เมื่
อปี
ค.ศ. 1961 ระบุ
ว่
ามี
จํ
านวน 10,200 คน ในหมู
บ้
าน 74 แห่
ง เมื่
อปี
ค.ศ. 1967
จากการสํ
ารวจของสหประชาชาติ
พบว่
า มี
ประชากรอิ
วเมี่
ยนทั
งหมด 16,119 คน ในปี
ค.ศ. 1983
กองสงเคราะห์
ชาวเขาได้
สํ
ารวจ พบว่
ามี
จํ
านวน 31,420 คน อาศั
ยอยู
160 หมู
บ้
าน ในปี
ค.ศ. 1990
ชอบ คชากนั
นท์
ระบุ
ว่
ามี
จํ
านวนทั
งสิ
น 35,652 คน มี
4,823 ครอบครั
ว อาศั
ยใน 181 หมู
บ้
าน เมื่
อปี
ค.ศ. 2002 Jess G. Pourret กล่
าวว่
ามี
จํ
านวนประมาณ 40,000 คน ไม่
ได้
ระบุ
จํ
านวนของหมู
บ้
านไว้
ในปี
ค.ศ. 2006 Emmanuel Perve กล่
าวว่
าประชากรอิ
วเมี่
ยนมี
จํ
านวนทั
งสิ
น 45,571 คน เป็
นข้
อมู
ในปี
ค.ศ. 2003 อาศั
ยอยู
อย่
างกระจั
ดกระจาย 178 หมู
บ้
าน(Emmanuel.อ้
างแล้
ว) ถื
อได้
ว่
ามี
การ
ขยายตั
วของประชากรน้
อยมากเมื่
อเที
ยบกั
บอั
ตราการขยายตั
วของจํ
านวนประชากรโลก
หรื
อเมื่
เที
ยบกั
บกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
ส่
วนน้
อยด้
วยกั
นเองก็
ตาม
5. ลั
กษณะกฎเกณฑ์
ความสั
มพั
นธ์
ภายในชาติ
พั
นธุ
อิ
วเมี่
ยนเป็
นชาติ
พั
นธุ
โบราณที่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการอยู
ร่
วมกั
นในสั
งคม ได้
ผ่
านการผสม
กลมกลื
นทางชาติ
พั
นธุ
มาจากชนหลายเชื
อชาติ
ผ่
านระบบลั
ทธิ
ความเชื่
อมาหลายแบบ ได้
ยอมรั
ระบบกฎเกณฑ์
ทางสั
งคมว่
าเป็
นสิ
งจํ
าเป็
นในการอยู
ร่
วมกั
ร่
วมทั
งได้
สร้
างระบบมรรยาทและ
ค่
านิ
ยมเกี่
ยวกั
บชี
วิ
ให้
ความสํ
าคั
ญแก่
การมี
ทายาทผู
สื
บสกุ
ลผี
บรรพบุ
รุ
ษยิ ่
งกว่
าการรั
กษาความ
บริ
สุ
ทธิ
ของทายาทผู
สื
บสายโลหิ
ต วั
ฒนธรรมประเพณี
ของชาวอิ
วเมี่
ยนได้
รั
บการรั
กษาจากรุ
นสู
รุ ่
มาอย่
างต่
อเนื่
องยาวนาน มี
อุ
ปนิ
สั
ยและค่
านิ
ยมที่
เป็
นเอกลั
กษณ์
เฉพาะกลุ
ม เหนื
อสิ
งอื่
นใดชาว
อิ
วเมี่
ยนให้
ความนั
บถื
อแก่
ระบบอาวุ
โสมาก
สิ ่
งเหล่
านี
จะแสดงออกในลั
กษณะความสั
มพั
นธ์
ทาง
สั
งคมดั
งต่
อไปนี
5.1 โครงสร้
างทางสั
งคมตามเชื
อชาติ
กํ
าเนิ
โครงสร้
างทางสั
งคมชาวอิ
วเมี่
ยนนั
นเริ
มต้
นขึ
นเมื่
อประมาณสี่
พั
นปี
ก่
อน ชนชาวอิ
วเมี่
ยนมี
โครงสร้
างทางสั
งคมที่
เป็
นสั
งคมอั
นมี
บรรพบุ
รุ
ษเดี
ยวกั
น เคยเป็
นครอบครั
วเดี
ยวกั
นมาก่
อน สถาบั
ครอบครั
วจึ
งเป็
นสถาบั
นแรกของชาวอิ
วเมี่
ยนที่
ปู
รากฐานทางสั
งคม
ระบบที่
ให้
ผู
ชายเป็
นผู
นํ
ครอบครั
วในสมั
ยก่
อน
ย ั
งคงสื
บทอดมาถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
ทํ
าให้
เพศชายมี
บทบาทอย่
างมากในการ
กํ
าหนดกฎเกณฑ์
ทางสั
งคม รวมทั
งอํ
านาจการตั
ดสิ
นใจในทิ
ศทางของสั
งคม ดั
งที่
กล่
าวมาแล้
วว่
ชาวอิ
วเมี่
ยนเชื่
อว่
า พวกตนนั
นมี
บรรพชนคู
แรกร่
วมกั
น โดยมี
นามว่
า เปี
ยน ฮู
ง กั
บ มู
-กู
ฟาม ดั
งที่
กล่
าวมาข้
างต้
น เปี
ยน ฮู
ง นั
นเป็
นพระนามในลั
กษณะของ “Hungh-Mbuox” (ชื่
อลํ
าดั
บชั
นพระ อาทิ
เช่
นพระจั
กรพรรดิ
พระราชบุ
ตรเขย) นามเดิ
มคื
อ “Longx-Quanv” (หลง-ช้
วน บางท่
านออกเสี
ยงว่
โล่
ง ช้
วน) ความหมายที่
แท้
จริ
งของชื่
อนี
อาจหมายถึ
งผู
รั
บใช้
ของกษั
ตริ
ย์
ท่
านเป็
นคนละเผ่
าพั
นธุ
กั