- 183 -
ระบบจารี
ตปะเพณี
ดั
งกล่
าวน้
อย เพราะเห็
นว่
าเป็
นเพี
ยงระบบความสั
มพั
นธ์
อย่
างหนึ
่
งและเป็
นการ
ทั ่
วไป พวกผู
้
นํ
าชุ
มชนก็
ขาดโอกาสที่
จะส่
งเสริ
มให้
ลู
กหลานศึ
กษาเรื่
องวั
ฒนธรรมชนเผ่
า เนื่
องจาก
เด็
กๆจะกลั
บมาที่
หมู ่
บ้
านหรื
อมาเยี่
ยมผู
้
อาวุ
โสเพี
ยงระยะเวลาสั
้
นๆ
แล้
วจะต้
องรี
บกลั
บไปเรี
ยน
หนั
งสื
อที่
ในตั
วเมื
อง แนวโน้
มในอนาคตอั
กษรโรมั
นที่
ใช้
เขี
ยนภาษาอิ
้
วเมี่
ยนจะเป็
นตั
วอั
กษรที่
นิ
ยม
ใช้
มากขึ
้
น เพราะความรู
้
ทางภาษาดั
งกล่
าวอาจนํ
าไปสู
่
การรั
กษาวั
ฒนธรรมได้
อี
กทางหนึ
่
ง และมี
ประโยชน์
ในด้
านสื่
อสารระหว่
างประเทศ
สํ
าหรั
บครอบครั
วของชาวอิ
้
วเมี่
ยนแล้
ว
เรื่
องการสนั
บสนุ
นให้
บุ
ตรหลานเข้
าสู
่
การศึ
กษา
แห่
งชาติ
นั
้
น
ไม่
ใช่
สิ ่
งที่
น่
าห่
วงเท่
ากั
บการที่
บุ
ตรหลานหลงกระแสหลงเพื่
อนต่
างถิ
่
น
ที่
มี
ความ
บกพร่
องทางความคิ
ดความอ่
าน เอาแต่
เที่
ยวเตร่
และเสเพลไปวั
นๆจนทํ
าให้
การเรี
ยนเสี
ยหาย จาก
การศึ
กษาของ กํ
าพล จาววั
ฒนากุ
ล ที่
กล่
าวว่
า “...กลุ ่
มเพื่
อนนั
บว่
าเป็
นอี
กกลุ
่
มหนึ
่
งที่
มี
บทบาทสํ
าคั
ญ
ต่
อวั
ยนั
กเรี
ยนนั
กศึ
กาเพราะส่
วนใหญ่
วั
ยนี
้
จะต้
องการเพื่
อนร่
วมวั
ย รั
กเพื่
อนและใช้
เวลาส่
วนใหญ่
อยู
่
กั
บเพื่
อน..”(กํ
าพล.2547:104) หากพ่
อแม่
ปล่
อยให้
ลู
กที่
มี
วุ
ฒิ
ภาวะทางจิ
ตใจไม่
พร้
อมไปอยู
่
ตามลํ
าพั
ง
หรื
ออยู
่
กั
บเพื่
อนที่
มี
พฤติ
กรรมไม่
เหมาะสม พฤติ
กรรมของลู
กก็
เปลี่
ยนไปตามเพื่
อนที่
คบหากั
นอยู
่
นั
้
น ในทางกลั
บกั
นหากลู
กได้
รั
บการอบรมให้
อยู
่
ในกรอบของการเป็
นผู
้
ใฝ่
รู
้
ตั
้
งแต่
ต้
น เมื่
อมี
โอกาส
ทางการศึ
กษาก็
จะสามารถใช้
ภาษาจี
นได้
ดี
และสามารถเรี
ยนรู
้
องค์
ความรู
้
เกี่
ยวกั
บพิ
ธี
กรรมและบท
ประพั
นธ์
บางจํ
าพวกที่
ใช้
อั
กษรจี
นบั
นทึ
กไว้
ได้
ดั
งนั
้
นชาวบ้
านจึ
งนิ
ยมส่
งบุ
ตรหลานไปเรี
ยน
ภาษาจี
น มี
จํ
านวนมากที่
ประสบผลสํ
าเร็
จกลั
บมา ตามที่
ผู
้
วิ
จั
ยได้
สั
งเกตเห็
นจากชุ
มชนทั
้
งสองแห่
ง
ของการวิ
จั
ยนี
้
มี
เยาวชนจํ
านวนหนึ
่
งสามารถเรี
ยนรู
้
ได้
หลายภาษา
ทั
้
งภาษาไทย
ภาษาจี
น
ภาษาอั
งกฤษ และย ั
งคงจดจํ
าภาษาอิ
้
วเมี่
ยนได้
เป็
นอย่
างดี
เมื่
อถามถึ
งภาษาแรกของเยาวชนเหล่
านั
้
น
ในการเป็
นจุ
ดเริ
่
มต้
นของการเรี
ยนรู
้
คื
อภาษาอะไร
ต่
างล้
วนตอบว่
าภาษาแม่
คื
อภาษาแรกของการ
เรี
ยนรู
้
ในชี
วิ
ต ต่
อจากนั
้
นเป็
นภาษาหลั
กของประเทศ และเข้
าสู
่
การประยุ
กต์
ใช้
ภาษาพื
้
นเมื
อง และต่
อ
ยอดด้
วยภาษาสากลทั
้
งหลาย โดยที่
ไม่
มี
ความสั
บสนและยิ
่
งกว่
านั
้
น เยาวชนบางกลุ
่
มย ั
งสามารถ
เรี
ยนรู
้
ภาษาเผ่
าของเพื่
อนที่
อยู
่
ในสถาบั
นเดี
ยวกั
นและมี
ความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
จนส่
งเสริ
มกั
นให้
เป็
นผู
้
ใฝ่
การศึ
กษา โดยเฉพาะเยาวชนอิ
้
วเมี่
ยนและม้
งนั
้
นสามารถพั
ฒนาการเรี
ยนจนได้
รั
บผลการเรี
ยนดี
เด่
น
หลายคนเป็
นตั
วแทนของโรงเรี
ยนในการสอบแข่
ง เยาวชนกลุ ่
มนี
้
จะเป็
นเยาวชนที่
มี
ความภาคภู
มิ
ใจ
ในความเป็
นชนเผ่
าสู
งและไม่
ถู
กเพื่
อนฝู
งปฏิ
เสธ เนื่
องจากความเปิ
ดเผยและภาคภู
มิ
ใจในชาติ
กํ
าเนิ
ด
ของตนที่
สื
บเนื่
องมาจากมี
พ่
อแม่
ที่
ดี
คอยส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
นให้
มี
การศึ
กษาคู
่
คุ
ณธรรม
การขาดบุ
คลากรผู
้
สื
บทอดองค์
ความรู
้
นั
้
น เป็
นประเด็
นปั
ญหาหนึ
่
งที่
มาจากครอบครั
วด้
วย
เนื่
องจากไม่
ได้
สร้
างความเป็
นลู
กหลานที่
มี
ความภาคภู
มิ
ใจในเกี
ยรติ
ยศและศั
กดิ
์
ศรี
ของความเป็
น
มนุ
ษย์
หรื
อตั
้
งใจที่
จะผลั
กดั
นให้
ลู
กไปได้
ดี
จากสั
งคมโลกกว้
าง แต่
ย ั
งไม่
ได้
สร้
างภู
มิ
ต้
านตานสิ
่
งไม่
ดี
จากสั
งคมที่
ล้
มเหลว ทํ
าให้
เยาวชนที่
ถู
กผลั
กออกไปจากชุ
มชนเข้
าใจว่
าตนเองต้
องปิ
ดซ่
อนตั
วตนของ
ความเป็
นชนเผ่
าถึ
งจะสามารถประสบผลสํ
าเร็
จตามที่
พ่
อแม่
คาดหวั
ง แต่
เมื่
อพื
้
นฐานทางวั
ฒนธรรม