Page 139 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 131 -
ท่
าน ชาวบ้
านหลายครอบครั
วได้
มี
โอกาสช่
วงหนึ
งที่
สามารถมี
เงิ
นก้
อนพอที่
จะซื
อรถยนต์
มาใช้
ได้
ทั
งการขายฝู
งสั
ตว์
และการขายลิ
นจี่
เป็
นช่
วงเศรษฐกิ
จที่
ดี
ช่
วงหนึ
ง ระยะผ่
านไปเมื่
อท่
านเกษี
ยณอายุ
ราชการแล้
ว ชาวบ้
านก็
สนั
บสนุ
นให้
นายเลาแสง แซ่
พร่
าน ลู
กชายเพี
ยงคนเดี
ยวของนายแซ้
งหวั
แซ่
พร่
าน ผู
ประกอบพิ
ธี
กรรมใหญ่
ของหมู
บ้
าน จึ
งต้
องดํ
ารงตํ
าแหน่
งเป็
นผู
ใหญ่
บ้
านทั
งๆที่
ไม่
ยอม
สมั
ครและหนี
ไปจากสถานที่
ชุ
มนุ
มในระหว่
างที่
มี
การประชุ
มซาวเสี
ยง แต่
ทนต่
อเสี
ยงเรี
ยกร้
องของ
ชาวบ้
านไม่
ไหวจึ
งรั
บตํ
าแหน่
งนี
มา(รายละเอี
ยดโปรดดู
ภาคผนวก “บั
นทึ
กการประชุ
มฉบั
ยที่
3”)
นายเลาแสง แซ่
พร่
าน ได้
ดํ
ารงตํ
าแหน่
งผู
ใหญ่
บ้
านเป็
นเวลาสิ
บสามปี
ได้
มี
การดํ
าเนิ
นการ
ด้
านสิ
งแวดล้
อมต่
อมาจากนายเหล และนายจั ๋
นออน ที่
ได้
กั
นพื
นที่
ป่
าชุ
มชนไว้
แล้
ว ท่
านเป็
นคนแรก
ที่
ใช้
นโยบายกํ
าจั
ดคนชั
วด้
วยกลุ ่
มแกนนํ
าชุ
มชน
แกนนํ
าชุ
มชนในชุ
ดของท่
านปั
จจุ
บั
นคื
อกลุ
สมาชิ
กสภาที่
ปรึ
กษาอาวุ
โสทั
งหลาย มี
การจั
บคนที่
บุ
กรุ
กป่
าต้
นนํ
ามาปรั
บค่
าเสี
ยหาย และเผาทํ
าลาย
ทรั
พย์
สิ
นของคนที่
บุ
กรุ
กที่
ดิ
นป่
าชุ
มชน
ในช่
วงของท่
านมี
การวางกติ
กาว่
าผื
นป่
ารอบอาณาเขต
หมู
บ้
านเป็
นพื
นที่
กั
นชน ห้
ามมี
การเปิ
ดเป็
นที่
ทํ
ากิ
น การเริ ่
มต้
นยุ
คแห่
งการควบคุ
มสั
ตว์
เลี
ยงจํ
าพวก
สั
ตว์
จตุ
บาทที่
มั
กจะรบกวนพื
ชไร่
พื
ชสวนด้
วยการขั
ง การพั
ฒนาทางด้
านการจั
ดสรรสาธารณู
ปโภค
โดยเฉพาะการประปา สถานศึ
กษา สถานี
อานามั
ยชุ
มชน ท่
านเสนอโครงการจั
ดสร้
างหลายอย่
าง
และการขอสั
ญชาติ
ให้
แก่
ชาวเขาเผ่
าลาหู
จนกระทั
งถึ
งปี
พ.ศ. 2540 ได้
ลาออกจากตํ
าแหน่
ผู
ใหญ่
บ้
าน เนื่
องจากการปกครองด้
วยระบบเก่
าเริ ่
มล้
าสมั
ย ไม่
ทั
นใจคนรุ ่
นใหม่
ที่
มี
การศึ
กษามาจาก
ที่
อื่
น ท่
านและคณะกรรมการหมู
บ้
านก็
ลาออกตามที่
ชาวบ้
านแนะนํ
า เป็
นการเปิ
ดโอกาสให้
คนรุ
ใหม่
เข้
าทํ
างานพั
ฒนาชุ
มชน จากนั
นนายเลาหลู
ก็
ได้
ดํ
ารงตํ
าแหน่
งผู
ใหญ่
บ้
านแล้
วได้
วางระบบการ
จั
ดการสิ
งแวดล้
อมแนวใหม่
ที่
เน้
นความเด็
จขาด ห้
ามคื
อห้
าม จงคื
อต้
องทํ
า หมู
บ้
านอยู
ในภาวะที่
เข้
มแข็
งมากขึ
นกลุ ่
มเยาวชนในหมู
บ้
านได้
รั
บการส่
งเสริ
มให้
มี
บทบาทมากขึ
จนได้
วางแผนการ
พั
ฒนาชุ
มชนอย่
างเป็
นระบบ แต่
ในปี
พ.ศ. 2542 ท่
านถู
กปลดออกจากการดํ
ารงตํ
าแหน่
ง แล้
น้
องชายของท่
านก็
เข้
าดํ
ารงตํ
าแหน่
งผู
ใหญ่
บ้
านต่
อมา
ช่
วงเวลาที่
นายเกี
ยรติ
ศั
กดิ
ศั
กดิ
ศรี
ชมพู
เป็
นผู
ใหญ่
บ้
านคื
อช่
วงของการปกครองแบบชุ
มชน
มี
ส่
วนร่
วมมากที่
สุ
การจั
ดการบริ
หารปกครองภายในหมู
บ้
าน
มี
การแบ่
งสายงานรั
บผิ
ดชอบ
เยาวชนประสบผลสํ
าเร็
จหลากหลานด้
านมากขึ
น การจั
ดการด้
านสิ
งแวดก็
มี
ความจริ
งจั
งและต่
อเนื่
อง
โดยได้
มี
การประชุ
มวางแผนการจั
ดทํ
าแนวกั
นไฟ ปลู
กป่
าซ่
อมแซมพื
นที่
ป่
าเสื่
อมโทรม การจั
ดโซน
พื
นที่
ป่
าอนุ
รั
กษ์
และการก่
อตั
งคณะกรรมการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ ่
งแวดล้
อมบ้
านผาลั
ขึ
น และก่
อตั
งกลุ ่
มผู
สู
งอายุ
ซึ
งในเวลาต่
อมาได้
ยกระดั
บขึ
นเป็
นสภาที่
ปรึ
กษาอาวุ
โสบ้
านผาลั
ง ตาม
คํ
าแนะนํ
าของชมรมเยาวชนบ้
านผาลั
งต่
อผู
ใหญ่
บ้
านคนปั
จจุ
บั
สมั
ยนั
นเยาวชนและชาวบ้
าน
รวมตั
วกั
นได้
จนมี
การเสนอให้
ขยายสถานศึ
กษาภายในชุ
มชนให้
มี
ถึ
งระดั
บมั
ธยมตอนต้
นชั
นปี
ที่
สาม นั
กเรี
ยนภายในหมู
บ้
านขณะนั
นมี
ประมาณสามร้
อยคน ชุ
มชนบ้
านผาลั
งมี
ความคึ
กคั
กมากเป็
พิ
เศษ ระบบการเก็
บกวาดขยะและควบคุ
มการปล่
อยสั
ตว์
เลี
ยง ถู
กผลั
กดั
นให้
เป็
นระบบกระสุ
นนํ