องอาจ อิ
นทนิ
เวศ ลั
กษณะเฉพาะทางทํ
านองการขั
บซอ /
72
ประโยคที่
2
วรรคที่
3
วรรคที่
4
ประโยคที่
3
วรรคที่
5
วรรคที่
6
ประโยคที่
4
วรรคที่
7
วรรคที่
8
ประโยคที่
5
วรรคที่
9
วรรคที่
10
ประโยคที่
6
วรรคที่
11
วรรคที่
12
ประโยคที่
7
วรรคที่
13
วรรคที่
14
ท่
อน
C
ประโยคที่
1
วรรคที่
1
วรรคที่
2
ประโยคที่
2
วรรคที่
3
วรรคที่
4
ประโยคที่
3
วรรคที่
5
วรรคที่
6
ในการแสดงจริ
งนั
้
น ตามประเพณี
เดิ
มของการขั
บซอในทํ
านองนองตั
้
งเชี
ยงใหม่
ช่
างซอชาย
จะเป็
นผู
้
ขั
บซอก่
อน โดยเริ
่
มตั
้
งแต่
ท่
อน
A-B1-B2-C
จากนั
้
นช่
างซอหญิ
งจะเป็
นฝ่
ายรั
บ โดยเริ
่
มจาก
ท่
อน
A-B1-B2-C
เช่
นกั
น หลั
งจากนั
้
น ฝ่
ายชายจะขั
บซอรั
บอี
กครั
้
ง ในรู
ปแบบท่
อน
A-B1
เพื่
อลง
จบท่
อนทํ
านองตั
้
งเชี
ยงใหม่
2)
บั
นไดเสี
ยง หรื
อโมด
จากการศึ
กษาวิ
เคราะห์
ทํ
านองตั
้
งเชี
ยงใหม่
พบว่
าระดั
บเสี
ยงของทํ
านองการขั
บซอ มี
การ
เคลื่
อนที่
ของเสี
ยงทํ
านองในระบบ
7
เสี
ยง โดยผู
้
วิ
จั
ยแสดงการจั
ดระยะความห่
างของเสี
ยงเพื่
อหา
ระบบเป็
นบั
นไดเสี
ยง ใช้
สั
ญลั
กษณ์
แทนระยะห่
าง 1 เสี
ยงเต็
ม
(2 Semitone)
และ
สั
ญลั
กษณ์
แทนระยะห่
าง ครึ
่
งเสี
ยง
(1 Semitone)
แยกวิ
เคราะห์
เป็
นแนวเสี
ยงของ
ช่
างซอชายและหญิ
งได้
ดั
งนี
้