บั
ณฑิ
ตวิ
ทยาลั
ย มหาวิ
ทยาลั
ยมหิ
ดล ศศ.ม. (ดนตรี
) /
251
3)
ทํ
านองละม้
าย
การศึ
กษาวิ
เคราะห์
ทํ
านองละม้
ายพบว่
า รู
ปแบบของทํ
านองแบ่
งออกเป็
น
2
ท่
อนเหมื
อนกั
บ
ทํ
านองจะปุ
การใช้
ทํ
านองละม้
ายนั
้
น จะใช้
ต่
อจากทํ
านองจะปุ
กล่
าวคื
อ เมื่
อช่
างซอขั
บซอในทํ
านอง
จะปุ
ไปได้
สั
กระยะหนึ
่
ง เนื
้
อหาของเครื
อซอเริ
่
มมี
การโต้
ตอบกั
นมากขึ
้
นระหว่
างช่
างซอชายและ
หญิ
ง ช่
างซอจะเปลี่
ยนจากทํ
านองจะปุ
เข้
าสู
่
ทํ
านองละม้
าย เพื่
อให้
ทํ
านองมี
ความสนุ
กสนานและ
กระชั
บมากยิ ่
งขึ
้
น
ระดั
บเสี
ยงที่
ใช้
พบว่
า ช่
างซอหญิ
งมี
การใช้
ระดั
บเสี
ยงที่
แตกต่
างกั
น ระหว่
างท่
อน
A
และท่
อน
B
โดยท่
อน
A
ภาพรวมสามารถวิ
เคราะห์
โครงสร้
างบั
นไดเสี
ยงได้
เป็
น ที
มิ
กโซลิ
เดี
ยน
โมด และท่
อน
B
สามารถวิ
เคราะห์
โครงสร้
างบั
นไดเสี
ยงได้
เป็
น
ที
เนเจอรั
ล ไมเนอร์
ส่
วนช่
างซอ
ชายมี
การเคลื่
อนที่
ของเสี
ยงในท่
อน
A
และ ท่
อน
B
เหมื
อนกั
นสามารถวิ
เคราะห์
โครงสร้
างบั
นได
เสี
ยงได้
เป็
น ฟาชาร์
ป
โดเรี
ยน โมด
พิ
สั
ยเสี
ยงที่
วิ
เคราะห์
ในทํ
านองละม้
ายพบว่
าช่
วงเสี
ยงที่
ช่
างซอ
ชาย และช่
างซอหญิ
งใช้
นั
้
นจะอยู
่
ในช่
วงเสี
ยงคู
่
8
เสี
ยงหลั
กที่
พบมากในทํ
านองละม้
ายที่
ช่
างซอหญิ
ง
ใช้
ตามการวิ
เคราะห์
พบว่
ามี
การใช้
โน้
ต
4
เสี
ยงหลั
กในท่
อน
A
และ
7
เสี
ยงหลั
กในท่
อน
B
แสดง
เป็
นโน้
ตตั
วอย่
างได้
ดั
งนี
้
ตั
วอย่
างเสี
ยงหลั
กของแนวทํ
านองละม้
าย ท่
อน
A
ช่
างซอหญิ
ง
ตั
วอย่
างเสี
ยงหลั
กของแนวทํ
านองละม้
าย ท่
อน
B
ช่
างซอหญิ
ง
เสี
ยงหลั
กที่
พบมากในทํ
านองละม้
ายที่
ช่
างซอชายใช้
ตามการวิ
เคราะห์
พบว่
า ท่
อน
A
ช่
าง
ซอชายมี
เสี
ยงหลั
กของแนวทํ
านองที่
เกิ
ดขึ
้
นสู
งกว่
าในช่
วงคู
่
แปด ส่
วนในท่
อน
B
มี
เสี
ยงหลั
กของ
แนวทํ
านองแคบกว่
าช่
วงคู
่
แปด แสดงเป็
นโน้
ตตั
วอย่
างได้
ดั
งนี
้
ตั
วอย่
างเสี
ยงหลั
กของแนวทํ
านองละม้
าย ท่
อน
A
ช่
างซอชาย
ตั
วอย่
างเสี
ยงหลั
กของแนวทํ
านองละม้
าย ท่
อน
B
ช่
างซอชาย
การวิ
เคราะห์
ทิ
ศทางความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างทํ
านองการขั
บซอกั
บทํ
านองกลางของเสี
ยงปี่
โดยภาพรวมพบว่
า มี
ลั
กษณะเหมื
อนกั
บทํ
านองตั
้
งเชี
ยงใหม่
และทํ
านองจะปุ