องอาจ อิ
นทนิ
เวศ ลั
กษณะเฉพาะทางทํ
านองการขั
บซอ /
194
จากตั
วอย่
างที่
5.109
เป็
นทํ
านองในท่
อน
B
ทํ
านองละม้
าย ของช่
างซอชาย จากเสี
ยงหลั
ก
ของแนวทํ
านอง ในประโยคที่
3
จากระดั
บเสี
ยงการขั
บซอ สามารถแทนค่
าเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ตั
วเลข ได้
ดั
งนี
้
คื
อ
3/1/-2/3/2/3/-3/-2/3/3/2/1/1/-3/-3/-1/1
เป็
นต้
น ส่
วนเสี
ยงหลั
กของเสี
ยงแม่
กระด้
าง มี
โน้
ตที่
ปรากฏ แทนค่
าเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ตั
วเลข ได้
ดั
งนี
้
คื
อ
2/1/5/5/3/5/5/5/4/2/4/1/1/-3/-3/-1/1
เป็
นต้
น แสดงทิ
ศทางการดํ
าเนิ
นทํ
านองเป็
นแผนภู
มิ
ได้
ดั
งนี
้
-4
-3
-2
-1
0
1
2
3
4
5
6
1 3 5 7 9 11 13 15 17 19
ชุ
ดข้
อมู
ล
1
ชุ
ดข้
อมู
ล
2
แผนภู
มิ
ที่
5.62
แสดงทิ
ศทางการดํ
าเนิ
นทํ
านองละม้
าย ท่
อน
B
ชาย ประโยคที่
3
จากแผนภู
มิ
ที่
5.62
เป็
นการเคลื่
อนที่
ของทํ
านองการขั
บซอกั
บทํ
านองปี่
จุ
ม ผลการวิ
เคราะห์
พบว่
า วรรคที่
5
มี
ระยะห่
างคู
่
M2-P1-m7-m3-M2
และ
m3
เป็
นตั
วเชื่
อมเข้
าวรรคที่
6
วรรคที่
6
มี
ระยะห่
างคู
่
P8-m7-m2-M2-m3-P1-P1-P1-P1-P1
และ
P1
เป็
นตั
วส่
งจบประโยค
เห็
นได้
ว่
า ประโยคที่
3
ซึ
่
งเป็
นประโยคสุ
ดท้
ายของท่
อน ในวรรคที่
5
มี
ระยะห่
างของเสี
ยง
ขั
้
นคู
่
m3
เป็
นจุ
ดเชื่
อมวรรคที่
6
ส่
วนในวรรคที่
6
ซึ
่
งเป็
นวรรคสุ
ดท้
ายของท่
อนทํ
านอง มี
ระยะห่
าง
ของเสี
ยงคู
่
ที่
พบมากที่
สุ
ดคื
อ คู
่
P1
และใช้
เป็
นจุ
ดลงจบของทํ
านอง
6)
การประดั
บทํ
านอง
จากการวิ
เคราะห์
แนวทํ
านองการขั
บซอในทํ
านองละม้
าย พบว่
าช่
างซอมี
การใช้
เทคนิ
คใน
การประดั
บทํ
านองที่
เกิ
ดขึ
้
นในระดั
บเสี
ยง หรื
อที่
เรี
ยกว่
า
“
เม็
ดพราย
”
หลากหลายชนิ
ด โดยผู
้
วิ
จั
ย
สามารถรวบรวมลั
กษณะของการประดั
บทํ
านองชนิ
ดต่
างๆ โดยจํ
าแนกเป็
นประเภทของเทคนิ
คใน
การประดั
บทํ
านองการขั
บซอของช่
างซอชายและหญิ
ง สามารถจํ
าแนกออกเป็
นเทคนิ
คได้
ดั
งนี
้
M2
จุ
ดเชื่
อมวรรค คู ่
m3
จุ
ดลงจบท่
อน P1