Page 97 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

77
มาตรา 4
เกวี
ยนต้
องมี
ขนาดระหว่
างล้
อทั
ง 2 ล้
อเท่
ากั
นทั
งสิ
น คื
อวั
ดแต่
ล้
อข้
างหนึ
งถึ
งล้
ออี
กข้
างหนึ
เมื่
อดุ
มชิ
ดกั
บปะแหรกแล้
ว ต้
องให้
ได้
1 เมตร 45 เซ็
นติ
เมตร เป็
นส่
วนกว้
างของเรื
อนเกวี
ยน แต่
ส่
วน ยาวและ
ส่
วนอื่
นๆ ของเกวี
ยนนั
นไม่
จํ
ากั
ด สุ
ดแต่
ผู
ทํ
าจะให้
ยาวเหมาะแก่
การใช้
สั
ตว์
พาหนะชนิ
ดใดก็
ได้
แต่
เพื่
อที่
จะให้
เข้
าใจง่
ายในการกํ
าหนดขนาดเกวี
ยน ดั
งได้
กล่
าวมาแล้
วในมาตรานี
ให้
ผู
บั
ญชาการปกครองท้
องที่
ทํ
าตั
วอย่
าง
เกวี
ยนขึ
นไว้
ย ั
งที่
ว่
าการเล่
มหนึ
ง ห้
ามมิ
ให้
ผู
หนึ
งผู
ใดทํ
าเกวี
ยนหรื
อใช้
เกวี
ยนซึ
งมี
ขนาดระหว่
างล้
อทั
ง 2 ล้
อผิ
กั
บตั
วอย่
างและขนาดที่
ได้
กํ
าหนด ไว้
ในมาตรานี
เป็
นอั
นขาด เว้
นแต่
เกวี
ยนบางเล่
มที่
มี
อยู
แล้
วก่
อนวั
นใช้
พระราชบั
ญญั
ติ
นี
ซึ
งผู
ว่
าราชการเมื
องผู
ปกครองท้
องที่
จะได้
ผ่
อนเวลาให้
แก้
ไขเปลี่
ยนแปลงตามความในมาตรา 5
มาตรา 5
เมื่
อได้
ประกาศให้
ใช้
พระราชบั
ญญั
ติ
นี
แล้
ว ถ้
าปรากฏว่
าผู
ใด มี
เกวี
ยนอั
นผิ
ดขนาดตามที่
ได้
กล่
าวไว้
ในมาตรา 4 ก็
ให้
ผู
นั
นแก้
ไขเปลี่
ยนแปลง เกวี
ยนของตนเสี
ย ให้
ถู
กต้
องตามความประสงค์
ของ
พระราชบั
ญญั
ติ
นี
ภายในเวลา ที่
ผู
ว่
าราชการเมื
องผู
ปกครองท้
องที่
จะได้
กํ
าหนดผ่
อนผั
นให้
ตามสมควร และให้
ผู
ว่
าราชการเมื
องผู
ปกครองท้
องที่
ออกใบอนุ
ญาตให้
ใช้
ได้
ชั
วคราวไว้
เป็
นสํ
าคั
ญแขวงเมื
องใดมี
กํ
าหนดเวลาผ่
อน
ผั
นให้
แก้
ไขเปลี่
ยนแปลงเท่
าใด ให้
ผู
ว่
าราชการ เมื
อง ผู
ปกครองท้
องที่
เมื
องนั
นประกาศให้
ราษฎรทราบทั
วกั
และให้
เสนาบดี
ผู
ปกครองท้
องที่
ลงประกาศกํ
าหนดเวลาในหนั
งสื
อราชกิ
จจานุ
เบกษาด้
วย ถ้
าพ้
น กํ
าหนดนั
นไป
ต้
องถื
อว่
าผู
ที่
มี
เกวี
ยนขนาดระหว่
างล้
อ 2 ล้
อ ผิ
ดจากขนาดที่
ว่
าไว้
ในมาตรา 4 นั
นมี
ความผิ
ว่
าด้
วยการจดทะเบี
ยนเกวี
ยน
มาตรา 6
บรรดาเกวี
ยนทั
งปวง แม้
เจ้
าของจะใช้
หรื
อมิ
ใช้
ก็
ตาม เมื่
อย ั
งปรากฏเป็
นรู
ปเกวี
ยนอยู
แล้
เจ้
าของเกวี
ยนจะต้
องนํ
ามาจดทะเบี
ยน และให้
เจ้
าพนั
กงานทํ
าเครื่
องหมายสํ
าหรั
บเกวี
ยน ณ ที่
ที่
ผู
ว่
าราชการ
เมื
องจะได้
ออกประกาศกํ
าหนดท้
องที่
ที่
จะจดทะเบี
ยนให้
ทราบทั
วกั
น และให้
กํ
าหนด ในที่
ซึ
งจะเป็
นการ
สะดวกที่
สุ
ดสํ
าหรั
บประชาชน อย่
าต้
องให้
เดิ
นทางไกลเสี
ย เวลาทํ
ามาหากิ
น ทั
งให้
เจ้
าพนั
กงานทํ
าการจด
ทะเบี
ยนโดยรวดเร็
วที่
สุ
ด เพื่
อ มิ
ให้
เปลื
องเวลาของเจ้
าของเกวี
ยนเกิ
นกว่
าเหตุ
ด้
วย เกวี
ยนที่
เจ้
าพนั
กงาน ได้
จด
ทะเบี
ยนทํ
าเครื่
องหมายแล้
วจึ
งจะใช้
ได้
โดยชอบด้
วยพระราชบั
ญญั
ติ
นี
เว้
นแต่
เกวี
ยนบางเล่
มที่
ผู
ว่
าราชการ
เมื
องผู
ปกครองท้
องที่
จะผ่
อนผั
นออก ใบอนุ
ญาตให้
ใช้
ได้
ชั
วคราวในระหว่
างแก้
ไขเปลี่
ยนแปลงตามความใน
มาตรา 5 นั
มาตรา 7
การจดทะเบี
ยนนั
น เจ้
าพนั
กงานต้
องจดข้
อความต่
าง ๆ ลงในสมุ
ดทะเบี
ยน และใน
ใบอนุ
ญาตออกให้
แก่
เจ้
าของเกวี
ยนเป็
นสํ
าคั
ญ อย่
างหนึ
ง กั
บต้
องทํ
าเครื่
องหมายประจํ
าที่
ตั
วเกวี
ยนให้
ตรงกั
สํ
าคั
ญที่
หมายใน ใบอนุ
ญาตอี
กอย่
างหนึ
งด้
วย จึ
งจะนั
บว่
าเป็
นอั
นถู
กต้
องชอบด้
วยพระราชบั
ญญั
ติ
นี
ใน
การจดทะเบี
ยนนี
ห้
ามมิ
ให้
เรี
ยกเงิ
นอย่
างใด ๆ จากเจ้
าของเกวี
ยนเป็
น อั
นขาด
ว่
าด้
วยโทษ
มาตรา 8
ผู
ใดทํ
าเกวี
ยน หรื
อใช้
เกวี
ยน หรื
อมี
เกวี
ยนที่
ผิ
ดขนาด ดั
งที่
ได้
กล่
าวไว้
ในมาตรา 4 และ
มาตรา 5 แห่
งพระราชบั
ญญั
ติ
นี
ก็
ดี
และ เจ้
าของเกวี
ยนหรื
อผู
ใช้
เกวี
ยนที่
ไม่
จดทะเบี
ยนตามความในมาตรา 6
แห่
ง พระราชบั
ญญั
ติ
นี
ก็
ดี
ผู
นั
นมี
ความผิ
ดต้
องระวางโทษปรั
บครั
งหนึ
งเป็
นเงิ
น ไม่
เกิ
น 20 บาท