๓๒
จั
งหวั
ดกาญจนบุ
รี
มี
ขวานสั
น เครื่
องมื
อตั
ดสั
บ จนถึ
งการท้
าเครื่
องปั้
นดิ
นเผาเป็
นภาชนะต่
าง ๆ
ส่
วนที่
อ้
าเภอหนองหานจั
งหวั
ดอุ
ดรธานี
มนุ
ษย์
ก็
ได้
พั
ฒนาการเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
จากหิ
น กระดู
ก
เครื่
องปั้
นดิ
นเผา จนเป็
นแหล่
งโบราณคดี
ที่
ผู้
คนยุ
คปั
จจุ
บั
นต่
างเดิ
นทางไปศึ
กษาเรี
ยนรู้
๓๔
ส้
าหรั
บ
การเรี
ยนรู้
เกี่
ยวกั
บศิ
ลปะพื
นบ้
านนั
น วั
ฒนะ จู
ฑะวิ
ภาต กล่
าวว่
า ก่
อนเรี
ยนรู้
งานศิ
ลปะพื
นบ้
าน
นั
นควรรั
บทราบความหมายหรื
อค้
าจ้
ากั
ดความของค้
าว่
า “ศิ
ลปะ คื
อ การแสดงออกโดยยึ
ด
อารมณ์
และความรู้
สึ
กเป็
นสิ่
งผลั
กดั
นให้
เกิ
ดความสวยงาม” “หั
ตถกรรม หมายถึ
ง งานฝี
มื
อต่
าง ๆ
เช่
น งานจั
กสาน การแกะสลั
กที่
เกดจากฝี
มื
อช่
างเพี
ยงคนเดี
ยวหรื
อมากกว่
า” และ “พื
นบ้
าน
หมายถึ
งกลุ่
มชนใดกลุ่
มชนหนึ่
งที่
มี
เอกลั
กษณ์
ร่
วมกั
น เช่
น อาชี
พเดี
ยวกั
น พู
ดภาษาเหมื
อนกั
น มี
ความคิ
ด ความเชื่
อ ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
และนั
บถื
อศาสนาเดี
ยวกั
น มี
เอกลั
กษณ์
เดี
ยวกั
นและ
พ้
นจากอิ
ทธิ
พลของวั
ฒนธรรมเมื
องหรื
อวั
ฒนธรรมของกลุ่
มชนอื่
น ๆ ”
๓๕
๒.๔.๘.๑ ความหมายของศิ
ลปะพื้
นบ้
าน
ค้
าว่
า “ศิ
ลปะชาวบ้
าน” มี
ปรากฏเมื่
อพระยาอนุ
มานราชธน ได้
แปล
ศั
พท์
ศิ
ลป์
ของศิ
ลป์
พี
ระศรี
และตี
พิ
มพ์
เป็
นหนั
งสื
อชื่
อ “ศิ
ลปะสงเคราะห์
” ในปี
๒๕๐๐ โดยเรี
ยก
ค้
าว่
า “ Folk Art” ว่
า “ศิ
ลปะชาวบ้
าน” โดยการอธิ
บายว่
า คื
อการร้
องร้
าท้
าเพลง จิ
ตรกรรม
วาดเขี
ยนและอื่
น ๆ ซึ่
งมี
ก้
าเนิ
ดมาจากชี
วิ
ตจิ
ตใจของประชาชน” วิ
มล จิ
โรจพั
นธ์
ประชิ
ด
สกุ
ณะพั
ฒน์
และ อุ
ดม เชยกี
วงศ์
๓๖
กล่
าวว่
า ศิ
ลปะพื
นบ้
าน ก็
คื
อสิ่
งที่
ชาวบ้
านได้
คิ
ดค้
นและและ
ประดิ
ษฐ์
ขึ
น โดยการยึ
ดประโยชน์
ในการใช้
สอยและความสวยงามเป็
นหลั
ก อั
นประกอบด้
วย ๑)
เครื่
องใช้
ในครั
วเรื
อนที่
ประดิ
ษฐ์
อย่
างประณี
ตสวยงาม เช่
น กล่
องยาสู
บ เชี่
ยนหมาก ขั
นน ้
า ตู้
กระต่
ายขู
ดมะพร้
าว ฯลฯ ๒) เครื่
องแต่
งกาย เครื่
องประดั
บและการแต่
งกาย เช่
น เสื
อ ผ้
านุ่
ง
แหวน ก้
าไล สายสร้
อย ฯลฯ ๓) เครื่
องประกอบการละเล่
น เช่
น ตุ๊
กตา ตั
วหมากรุ
ก หนั
งตะลุ
ง
ฯลฯ ๔) เครื่
องใช้
ประกอบพิ
ธี
กรรมทางศาสนา เช่
น พานพุ่
มดอกไม้
เที
ยนพรรษา พระพุ
ทธรู
ป
เทวรู
ป ฯลฯ
ศิ
ลปะพื
นบ้
านหรื
อศิ
ลปะชาวบ้
าน ตรงกั
บค้
าในภาษาอั
งกฤษว่
า Folk
Art ซึ่
งหมายถึ
ง งานประณี
ตหั
ตถกรรมพื
นบ้
านหรื
อผลงานศิ
ลปะที่
ช่
างในท้
องถิ่
นได้
ประดิ
ษฐ์
คิ
ดท้
า
ขึ
นตามความคิ
ดเห็
นที่
ดี
งามของตนเองและประโยชน์
ใช้
สอย โดยได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากสภาพธรรมชาติ
ลั
ทธิ
ความเชื่
อ วั
ฒนธรรม ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ตลอดจนสภาพความเป็
นอยู่
ของสั
งคม โดยมี
สาระส้
าคั
ญคื
อ (๑) งานนั
นเป็
นผลงานของช่
างนิ
รนามที่
ท้
าขึ
นเพื่
อประโยชน์
ใช้
สอยใน
ชี
วิ
ตประจ้
าวั
น (๒) มี
รู
ปแบบที่
เรี
ยบง่
าย (๓) ผลิ
ตขึ
นเป็
นจ้
านวน (๔) มี
ความเป็
นธรรมชาติ
ปรากฏอยู่
(๕) แสดงเอกลั
กษณ์
ท้
องถิ่
น (๖) ผลงานท้
าด้
วยมื
อ (Hand Made)
๓๗
เมื่
อกล่
าวถึ
งค้
า
ว่
า “ศิ
ลปะพื
นบ้
าน” แล้
วนั
กวิ
ชาการได้
ให้
ความหมายไว้
ดั
งนี
๓๔
สวนศรี
ศรี
แพงพงษ์
. (๒๕๓๖). สาเหตุ
ที่
เกิ
ดศิ
ลปะพื
นบ้
าน. ใน
จั
นทรเกษมศิ
ลป์
.
นิ
ทรรศการผลงานศิ
ลปะนิ
พนธ์
ณ
ห้
องสั
มมนาอาคารหอสมุ
ดมานิ
จ ชุ
มสาย สถาบั
นราชภั
ฏจั
นทรเกษม, หน้
า ๔๑.
๓๕
วั
ฒนะ จู
ฑะวิ
ภาต. (๒๕๓๕). ศิ
ลปะพื
นบ้
าน . ใน
ศิ
ลปศึ
กษา ศึ
กษาศิ
ลปะ.
สั
นติ
คุ
ณประเสริ
ฐ สมใจ สิ
ทธิ
ชั
ย
บรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ : ส้
านั
กพิ
มพ์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย, หน้
า ๒๘๓-๓๒๒.
๓๖
วิ
มล จิ
โรจพั
นธุ์
ประชิ
ด สกุ
ณะพั
ฒน์
และ อุ
ดม เชยกี
วงศ์
. (๒๕๔๘).
ศิ
ลปะและวั
ฒนธรรมไทย.
กรุ
งเทพฯ : แสงดาว,
หน้
า ๓๔.
๓๗
วั
ฒนะ จู
ฑะวิ
ภาต. (๒๕๔๕).
ศิ
ลปะพื้
นบ้
าน.
กรุ
งเทพฯ : สิ
ปประภา, หน้
า ๑๑-๑๒.