Page 94 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

76
ในทํ
านองเดี
ยวกั
นศิ
ลปะแบบบาปวนซึ
งแต่
เดิ
มกํ
าหนดให้
มี
อายุ
เกื
อบร้
อยปี
ระหว่
างราว พ.ศ. 1550 – ราว พ.ศ. 1625 โดยนิ
ยามศิ
ลปะนี
ขึ
นจากชื่
อของปราสาทบาปวนซึ
สถาปนาขึ
นราว พ.ศ. 1600 ในรั
ชกาลของพระเจ้
าอุ
ทั
ยทิ
ตยวรมั
นที่
2 แต่
จะเห็
นได้
ว่
าการกํ
าหนด
นิ
ยามดั
งกล่
าวคํ
าดู
จะขั
ดกั
บหลั
กของความจริ
งและดู
จะไม่
เป็
นเหตุ
เป็
นผลว่
า เพราะเหตุ
ใดรู
ปแบบ
ของปราสาทบาปวนซึ
งสร้
างขึ
นในช่
วงครึ
งหลั
งของศิ
ลปะแบบบาปวนจึ
งสามารถนํ
ามาใช้
กํ
าหนด
รู
ปแบบของศิ
ลปะหรื
อปราสาทที่
เกิ
ดขึ
นก่
อนหน้
าการสร้
างปราสาทแห่
งนี
ถึ
งกว่
าห้
าสิ
บปี
ได้
นอกจากนี
ย ั
งเป็
นที่
น่
าสั
งเกตว่
าระหว่
างราวปี
พ.ศ. 1625 ซึ
งเป็
นปี
ที่
ศิ
ลปะแบบบาปวนสิ
นสุ
ดลง
จนกระทั
งถึ
งราวปี
พ.ศ. 1650 ซึ
งเป็
นปี
ที่
เริ
มต้
นของศิ
ลปะแบบนครวั
ดนั
นนั
กวิ
ชาการชาวฝรั
งเศส
มิ
ได้
กํ
าหนดรู
ปแบบของศิ
ลปะขอมแบบใดขึ
น อาจเป็
นไปได้
ว่
าในช่
วงเวลานี
ตรงกั
บรั
ชกาลของเจ้
ชั
ยวรมั
นที่
6 ผู
ทรงสถาปนาราชวงศ์
มหิ
ธรปุ
ระซึ
งคงตั
งอยู
ในดิ
นแดนภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของ
ประเทศไทยจึ
งทํ
าให้
นั
กวิ
ชาการชาวฝรั
งเศสไม่
ได้
จํ
าแนกรู
ปแบบศิ
ลปะที่
สร้
างขึ
นในช่
วงเวลานี
ไว้
เลย จากข้
อเท็
จจริ
งดั
งกล่
าวในที่
นี
จึ
งเห็
นสมควรที่
จะกํ
าหนดอายุ
ของศิ
ลปะแบบบาปขึ
นใหม่
ให้
อยู
ระหว่
างราว พ.ศ. 1600 – ราว พ.ศ. 1650 ในรั
ชกาลของพระเจ้
าอุ
ทั
ยทิ
ตยวรมั
นที่
2 และพระเจ้
ชั
ยวรมั
นที่
6 ซึ
งมี
อายุ
เวลาลดลงเหลื
อเพี
ยงราวห้
าสิ
บปี
แทนที่
จะกํ
าหนดให้
มี
อายุ
ยาวถึ
งเกื
อบหนึ
ร้
อยปี
ดั
งที่
กํ
าหนดมาแต่
เดิ
2.9 ศิ
ลปะแบบนครวั
ด (Angkor wat Style อ่
านว่
า นคร – วั
ด) ราว พ.ศ. 1650 ถึ
พ.ศ. 1725 นั
กวิ
ชาการชาวฝรั
งเศสได้
นิ
ยามชื่
อศิ
ลปะแบบนครวั
ดตามชื่
อของปราสาทนครวั
ด ซึ
พระเจ้
าสู
รยวรมั
นที่
2 ทรงสถาปนาขึ
นเพื่
อประดิ
ษฐานเทวรู
ปฉลองพระองค์
ของพระองค์
เองในรู
ของพระวิ
ษณุ
ซึ
งต่
อมาหลั
งจากที่
พระองค์
สิ
นพระชนม์
แล้
วได้
ถวายพระนามว่
า บรมวิ
ษณุ
โลก
ปราสาทนครวั
ดได้
เริ
มสร้
างเมื่
อแรกเสวยราชย์
ในปี
พ.ศ. 1656 และสํ
าเร็
จลงภายหลั
งที่
พระองค์
สิ
นพระชนม์
ราวปี
พ.ศ. 1700
อย่
างไรก็
ดี
คํ
าว่
านครวั
ดนี
เป็
นนามซึ
งเรี
ยกกั
นในชั
นหลั
ง ด้
วยเหตุ
ที่
ว่
าไม่
ได้
ค้
นพบชื่
อเดิ
มซึ
งเป็
นภาษาสั
นสกฤตจากศิ
ลาจารึ
กแต่
อย่
างใด เนื่
องจากปราสาทแห่
งนี
มี
ขนาดใหญ่
มากเช่
นเดี
ยวกั
บเมื
องหรื
อนครและภายหลั
งได้
ถู
กแปลงเป็
นวั
ดในพุ
ทธศาสนาลั
ทธิ
เถรวาทแทน
เทวาลั
ยในศาสนาฮิ
นดู
จึ
งได้
ขนานนามปราสาทแห่
งนี
ว่
า นครวั
ด ปราสาทนครวั
ดนี
ได้
ใช้
เป็
ตั
วแทนของศิ
ลปะแบบนครวั
ดในช่
วงรั
ชกาลของพระเจ้
าสู
รยวรมั
นที่
2 ซึ
งนอกจากนี
ย ั
งมี
ปราสาท
พระป่
าเลไลย์
(Prah Pillilay)ปราสาทยอดของปราสาทบากองส่
วนสํ
าคั
ญที่
ปราสาทพระปิ
ถุ
(Prah
Pithu) ปราสาทเจ้
าสายเทวดา(Chao Say Tevoda)ปราสาทธมมานนท์
(Thommanon) ปราสาทบั
ทายสํ
าเหร่
(Banteay Samre)ปราสาทเสาภาพ (Sau Pheap) ปราสาทวั
ดอั
ถวา (Wat Athava)
รวมทั
งส่
วนกลางที่
ปราสาทพระขรรค์
ณ กาปงสวาย (Prah Khan Kompong Svay) ด้
วย