Page 286 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

268
หลั
งมี
เส้
นทางรถไฟตั
ดผ่
านคื
อ นายพิ
มพ์
เจริ
ญพั
นธุ
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บเจ้
าหน้
าที่
การปกครองได้
อย่
างดี
มี
กิ
จการโรงสี
ไฟ 2 แห่
ง และขยายกิ
จการไปตั
งที่
สถานี
รถไฟที่
สํ
าโรงทาบอี
ก 1 แห่
สนั
บสนุ
นการศึ
กษาให้
เปิ
ดโรงเรี
ยนสอนภาษาจี
นที่
ตลาดศี
ขรภู
มิ
บริ
เวณใกล้
สถานี
รถไฟมี
ชาวบ้
าน
ย ั
งเป็
นพื
นที่
แลกเปลี่
ยนสิ
นค้
าระหว่
างพ่
อค้
ากั
บชาวบ้
าน มี
กิ
จกรรมของกลุ ่
มชนต่
าง ๆ การแสดงงิ
ประจํ
าปี
ของชาวจี
น กั
นตรึ
มชองชาวเขมร ลิ
เกของชาวโคราช หมอลํ
าของชาวลาว การแสดงมายา
กลของคนไทย กิ
จกรรมการรวมกลุ ่
มเพื่
อความมั
นคงของรั
ฐ และเป็
นพื
นที่
สื่
อประชาสั
มพั
นธ์
ของ
ทางราชการ เช่
น ช่
วยประชาสั
มพั
นธ์
ด้
วยการสร้
างองค์
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จํ
าลอง ในสมั
ยนายอํ
าเภอ
สมพงษ์
นิ
ยมตรง (2537 – 2538) ใกล้
สถานี
รถไฟให้
เห็
นความสํ
าคั
ญของคนท้
องถิ
น และนอก
ท้
องถิ ่
น เพราะอนาคตแนวโน้
มปราสาทศี
ขรภู
มิ
ต้
องเป็
นที่
รู
จั
กของคนทั
งโลก จุ
ดเด่
นคื
อมี
ทั
บหลั
ปราสาทสวยงามและมี
สาระเนื
อหาในกรอบประตู
ปราสาทที่
สมบู
รณ์
ที่
สุ
ดในประเทศไทย
เมื่
อปราสาทศี
ขรภู
มิ
ได้
กลายเป็
นแหล่
งท่
องเที่
ยวของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
ผลต่
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตของ
ชาวบ้
าน คื
อ ได้
คิ
ดผลิ
ตสิ
นค้
าพื
นบ้
านเสริ
มสร้
างรายได้
ท้
องถิ
น ได้
แก่
ผลิ
ตสิ
นค้
ากาละแม
สั
ญลั
กษณ์
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ร้
านค้
าด้
านศิ
ลปะผลิ
ตรู
ปปั
นนางอั
ปสราขาย ชาวสุ
ริ
นทร์
จํ
าลอง
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
พร้
อมภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสราเชิ
ญชวนลู
กค้
ารู
จั
กสิ
นค้
า เช่
น ซองขนมทอฟฟี่
โบราณ
ร้
านตรา 5 ดาวสุ
ดยอดของฝากจากเมื
องสุ
ริ
นทร์
ในซองได้
มี
สลากอาหารประกอบภาพปราสาท
พร้
อมภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสรา ด้
านวงดนตรี
พื
นบ้
านมี
การทํ
าฉากเวที
แสดงกั
นตรึ
มเป็
นภาพ
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
พร้
อมภาพนางอั
ปสราประกอบฉาก เพื่
อสื่
อประชาสั
มพั
นธ์
ด้
านการบริ
การไปแสดง
กั
นตรึ
ม อย่
างไรก็
ตามองค์
ปราสาท ภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสรา กั
นตรึ
มพื
นบ้
านมี
ความสั
มพั
นธ์
เป็
ส่
วนประกอบร่
วมเคี
ยงกั
นให้
มี
ชี
วิ
ตชี
วา ดั
งเช่
น คณะกั
นตรึ
มพื
นบ้
านบรรเลงเพลงกั
นตรึ
มถวาย
สมเด็
จฯ กรมดํ
ารงราชานุ
ภาพที่
ปราสาทระแงง อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
วั
นที่
28 มกราคม
พ.ศ. 2472 สะท้
อนให้
เห็
นสั
ญลั
กษณ์
รู
ปแบบที่
โดดเด่
นในพื
นที่
อี
สานใต้
ดั
งที่
กวี
กวี
นิ
พนธ์
เชิ
สั
งวาสของกวี
รั
ตนโกสิ
นทร์
เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
เขี
ยนไว้
ว่
า “... ร่
ายรํ
าสํ
าอาง เหมื
อนดั
งนางฟ้
ลาวั
ลย์
ดั
จฉะบี
กั
นตรึ
มกระชั
น เจรี
ยงรั
บอั
ปสรา” จึ
งกล่
าวได้
ว่
านางอั
ปสราอยู
เคี
ยงข้
างกั
บเครื่
อง
ดนตรี
กั
นตรึ
มแบบโบราณจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ทุ
กวั
นนี
มี
วงกั
นตรึ
มบรรเลงก็
จะมี
นางฟ้
อนรํ
าร่
วมกั
ประสานเสี
ยงศิ
ลปะดนตรี
ที่
กลมกลื
นเข้
าด้
วยกั
นมานานแล้
วเป็
นมรดกตกทอดจนถึ
งปั
จจุ
บั
ส่
วนสภาพความเป็
นจริ
งในวิ
ถี
ชี
วิ
ต จากภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสราชาวบ้
านเชื่
อว่
าเป็
นางงาม สาวสวย มี
คุ
ณธรรมตามคุ
ณลั
กษณะพื
นบ้
านท้
องถิ ่
น ภาพจิ
นตนาการในสภาพกายภาพ
รู
ปร่
างความจริ
งผิ
วพั
นแบบชาวบ้
านไม่
ออกผิ
วขาวอย่
างชาวจี
นหรื
อชาวไทยภาคกลางของประเทศ
ไทย แต่
ผิ
วพั
นของชาวบ้
านเขตชุ
มชนชาวเขมร กู
ย ลาวค่
อนข้
างผิ
วคลํ
าเนี
ยนแต่
มี
องค์
ประกอบ
ลั
กษณะนิ
สั
ยใจคอตามจริ
ยธรรมในครอบครั
วไทย จึ
งเป็
นเสน่
ห์
ของชาวต่
างชาติ
ที่
พบเห็
น กระแส