Page 256 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

238
กิ
จกรรมของมนุ
ษย์
ทั
กษะการคิ
ดแก้
ปั
ญหาอย่
างมี
วิ
จารณญาน สามารถช่
วยแก้
ปั
ญหาสิ ่
งที่
ซั
บซ้
อน
และคั
ดเลื
อกสิ ่
งที่
เหมาะสม มุ
งทํ
าประโยชน์
ให้
แก่
ชี
วิ
ต และสั
งคม การรั
บรู
และยอมรั
บ ตาม
ความหมายที่
พระธรรมปิ
ฎก (ป.ก. ปยุ
ตตโต) เสนอว่
า เทคโนโลยี
คื
อการนํ
าเอาความรู
โดยเฉพาะ
ความรู
วิ
ทยาศาสตร์
มาจั
ดทํ
าดํ
าเนิ
นการ เพื่
อให้
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของมนุ
ษย์
เป็
นอยู
อย่
างได้
ผลดี
ยิ ่
งขึ
และการทํ
าการต่
าง ๆ ได้
สมฤทธิ
ผลดี
ยิ
งขึ
น เพราะฉะนั
น เทคโนโลยี
จึ
งไม่
ได้
อยู
แค่
ความหมาย
หยาบ คื
อสิ ่
งสํ
าเร็
จรู
ปที่
เป็
นเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
แต่
โยงไปหาเหตุ
ปั
จจั
ยของสิ ่
งเหล่
านั
น คื
อการนํ
ความรู
มาใช้
นั ่
นคื
อตั
วเหตุ
ความหมายที่
แท้
จริ
งต้
องลงไปถึ
งความรู
ถ้
าไม่
มี
ความรู
เทคโนโลยี
ที่
เข้
าใจว่
าเป็
นวั
ตถุ
เครื่
องใช้
นั
นก็
เกิ
ดไม่
ได้
ดั
งนั
นการมองเทคโนโนโลยี
จะต้
องมองลงไปถึ
ความหมายพื
นฐานคื
อตั
วภู
มิ
ปั
ญญาหรื
อตั
วความรู
และการมองอย่
างนี
จะโยงไปหาวิ
ทยาศาสตร์
พอ
มองอย่
างนี
ก็
จะเห็
นว่
า Science คู
กั
บ Technology ถ้
าเทคโนโลยี
ไม่
มี
วิ
ทยาศาสตร์
เป็
นฐาน
เทคโนโลยี
พั
ฒนาไม่
ได้
จึ
งต้
องพั
ฒนาวิ
ทยาศาสตร์
มาเป็
นฐานของการพั
ฒนาเทคโนโลยี
ถ้
ามองลึ
ไปถึ
งในแง่
มุ
มเพิ ่
มขึ
นอี
ก เพื่
อจะได้
พั
ฒนาคนและพั
ฒนาทุ
กอย่
างให้
ถู
กต้
อง ต้
องเชื่
อมโยงออกมาสู
การกระทํ
าจะต้
องมี
ความรู
คิ
ดหย ั
งเห็
นในหนทางและวิ
ธี
การที่
จะจั
ดนํ
าความรู
มาใช้
และมี
ฝี
มื
อที่
จะ
ทํ
าให้
วั
ตถุ
ประสงค์
สั
มฤทธิ
ผล แสดงความสามารถใน 2 อย่
าง เรี
ยกว่
า ศิ
ลปะ เทคโนโลยี
จึ
งมี
ศิ
ลปะรวมอยู
ด้
วย เทคโนโลยี
จึ
งทํ
าให้
วิ
ทยาศาสตร์
เกิ
ดประโยชน์
แก่
ชี
วิ
ตและสั
งคม หรื
อแก่
มวล
มนุ
ษย์
และแก่
โลกทั
งหมด (พระธรรมปิ
ฎก (ป.อ.ปยุ
ตตโต). 2540 : 9)
ด้
านแนวโน้
มเนื
อหาการศึ
กษาเทคโนโลยี
สมั
ยใหม่
ถ้
ามอง เทคโนโลยี
ทางด้
านการสื่
อสาร
ที่
สํ
าคั
ญได้
แก่
อิ
นเทอร์
เนต ซึ
งมี
ผลกระทบอย่
างกว้
างขวาง และลึ
กซึ
งต่
อการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของพลโลก
มี
นั
กเศรษฐศาสตร์
ญี่
ปุ
นบางท่
านทํ
านายว่
า ศู
นย์
กลางเศรษฐกิ
จโลกจะย ้
ายจากกรุ
งนิ
วยอร์
กไปสู
โลก
เสมื
อนจริ
งของไซเบอร์
สเปซ (Cyber – space) ส่
งเสริ
มแบบการสื่
อสารแบบโต้
ตอบได้
ทางด้
าน
ดนตรี
เพลง ไปจนถึ
งความบั
นเทิ
งอื่
น ๆ จนบางคนกล่
าว่
า ในอนาคตเศรษฐกิ
จโลกจะกลายเป็
เศรษฐกิ
จบั
นเทิ
ง ( Entertainment Economy) กล่
าวอี
กอย่
างหนึ
งคื
อ อิ
นเทอร์
เนตจะปฏิ
วั
ติ
วิ
ธี
การ
ทํ
างาน การสร้
างและการกระจายความรู
ชี
วิ
ตทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมของทั
งโลก (อนุ
ช อาภาภิ
รม
และคณะ. 2543 : 36) สํ
าหรั
บพื
นที่
ของประเทศไทย และกั
มพู
ชามี
การปฏิ
วั
ติ
มานานตั
งแต่
สมั
วั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเผยแผ่
เข้
ามาระหว่
าง พ.ศ. 200 – 300 ดั
งที่
สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศกล่
าวว่
า หลั
งพระพุ
ทธเจ้
เสด็
จดั
บขั
นธปริ
นิ
พพานแล้
ว ราว ๆ 300 ปี
หรื
ออาจกล่
าวได้
ว่
าระหว่
าง พ.ศ. 200 – 300 มี
พระสงฆ์
2 รู
ป คื
อ พระโสณะกั
บพระอุ
ตตระ อาศั
ยเรื
อพ่
อค้
าเข้
ามาเผยแผ่
พระพุ
ทธศาสนาเป็
นครั
งแรกที่
ดิ
แดนสุ
วรรณภู
มิ
ส่
งผลให้
พระพุ
ทธศาสนาเริ
มประดิ
ษฐานลงในภู
มิ
ภาคนี
เป็
นครั
งแรก ตรงบริ
เวณที่
อยู
ระหว่
างลํ
านํ
าแม่
กลอง – ท่
าจี
น พร้
อมกั
นครั
งนั
นพวกพราหมณ์
ก็
เข้
ามาเผยแผ่
ศาสนาฮิ
นดู
ด้
วยทํ
ให้
ชุ
มชนท้
องถิ
นใกล้
ทะเลบางแห่
งรั
บพระพุ
ทธศาสนา บางแห่
งรั
บศาสนาฮิ
นดู
แต่
มี
บางชุ
มชนรั