Page 231 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

213
ชนบท รวมทั
งได้
นํ
าไปแสดงในเวที
ต่
างๆ ทั
วประเทศแสดงในทุ
กๆ งานทั
งใน และนอกราชํ
านั
ก ใน
เวที
ธรรมดา เวที
เล็
กใหญ่
ทั
งในและนอกประเทศ เพื่
อเป็
นการแสวงหากํ
าไร หรื
อเป็
นการเผยแพร่
วั
ฒนธรรม แม้
รู
ว่
า ระบํ
าอั
ปสราเป็
นระบํ
าศั
กดิ
สิ
ทธิ
ไม่
สามารถนํ
าไปแสดงในเวที
ธรรมดาก็
ตาม
นอกจากนี
ในปั
จจุ
บั
น เมื่
อสงครามกลางเมื
องหยุ
ดลง ระบบเขมรแดงล่
มสลาย ระบํ
าอั
ปสรา
ได้
ถู
กฟื
นฟู
ใหม่
ให้
มี
ความเจริ
ญก้
าวหน้
ามากกว่
าเดิ
ม ส่
วนคุ
ณครู
ดวง สุ
จิ
นดา (2554. มกราคม, 6 )
กล่
าวว่
า ในปั
จจุ
บั
นนี
หลั
งจากสงครามกลางเมื
องจบสิ
นลง และกั
มพู
ชากลั
บมาปกครองประเทศ
ตามระบอบประชาธิ
ปไตยโดยมี
พระมหากษั
ตรทรงเป็
นพระประมุ
ข ทํ
าให้
การฟื
นฟู
ระบํ
าท่
วงท่
โบราณมี
ความก้
าวหน้
าอย่
างมาก รวมทั
งกั
มพู
ชาก็
ได้
เปิ
ดประเทศให้
นั
กท่
องเที่
ยวได้
เข้
าชมปราสาท
โบราณ และได้
สั
มผั
สกั
บขนบธรรมเนี
ยม ประเพณี
การฟ้
อนรํ
าของต้
นแบบ ทํ
าให้
ด้
านการท่
องเที่
ยว
มี
การพั
ฒนาอย่
างรวดเร็
ว โรงแรม ภั
ตตาคาร โรงอาหาร สถานที่
บั
นเทิ
งต่
างๆ เกิ
ดขึ
นนั
บไม่
ถ้
วน
ความต้
องการชมระบํ
าเขมรของนั
กท่
องเที่
ยวมี
มากขึ
น หรื
อนั
กธุ
รกิ
จด้
านบริ
การนั
กท่
องเที่
ยวก็
อยากจะนํ
าระบํ
าอั
นงดงามของเขมรไปแสดงให้
นั
กท่
องเที่
ยวดู
ด้
วย จึ
งทํ
าให้
มี
การจั
ดตั
งกลุ ่
นั
กแสดงระบํ
าโบราณหลายกลุ
มโดยเฉพาะอย่
างยิ ่
งในเมื
องท่
องเที่
ยว และในโรงเรี
ยนต่
างๆ เพื่
นํ
าไปแสดงในสถานประกอบการเหล่
านั
น นอกจากนี
มี
องค์
กรนอกรั
ฐบาลต่
างๆ ที่
ได้
รั
บทุ
นจาก
ต่
างประเทศก็
ได้
เข้
ามาช่
วยสนั
บสนุ
น ส่
งเสริ
ม ฟื
นฟู
การฝึ
กซ้
อมระบํ
าโบราณเขมรด้
วย ทํ
าให้
กลุ
นั
กแสดง และครู
ระบํ
าก็
มี
การเพิ
มขึ
นเรื่
อยๆ ได้
ออกไปช่
วยฝึ
กหั
ด ฝึ
กซ้
อม เด็
กๆ ที่
เป็
นผู
หญิ
งใน
หลายพื
นที่
เพื่
อให้
สามารถนํ
าไปแสดงให้
ชาวต่
างชาติ
และนั
กท่
องเที่
ยวชมได้
เกื
อบทุ
กที่
การผสมผสานวั
ฒนธรรมของนาฏศิ
ลป์
ไทยและกั
มพู
ชา
จากหลั
กฐานปรากฏนาฏศิ
ลป์
กั
มพู
ชาตั
งแต่
สมั
ยก่
อนพระนคร (ค.ศ. 540-800) แล้
ว เช่
น รู
ปั
นดิ
นเหนี
ยวสมั
ยนครบุ
รี
(Angkorborei) เป็
นรู
ปบุ
คคลร่
ายรํ
า และจารึ
กที่
กล่
าวถึ
ง "คนรํ
า" เป็
ภาษาเขมร ในจารึ
กสมั
ยพระนคร (ค.ศ. 825-ราวคริ
สต์
ศตวรรษที่
14) พบคํ
าสั
นสกฤต "ภาณิ
" ซึ
หมายถึ
งการแสดงเล่
าเรื่
อง และหากดู
ภาพสลั
กจํ
านวนมากในปราสาทขอม ยิ ่
งแสดงให้
เห็
นชั
ดเจน
ว่
าในอาณาจั
กรขอมมี
การร่
ายรํ
า การแสดง เป็
นเรื่
องปรกติ
ธรรมดาสํ
าหรั
บการบั
นเทิ
งในราชสํ
านั
และประชาชน ในจารึ
กที่
กล่
าวถึ
งข้
าพระที่
ประจํ
าศาสนสถานนั
นมั
กมี
"คนรํ
า" ประจํ
าอยู
ด้
วย
นาฏศิ
ลป์
กั
มพู
ชาโบราณคงได้
รั
บอิ
ทธิ
พลอิ
นเดี
ยเป็
นพื
น และสื
บต่
อพั
ฒนาจนรุ
งโรจน์
ไม่
แพ้
ศิ
ลปะ
วิ
ทยาการด้
านอื่
นๆ ในสมั
ยพระนคร และน่
าจะมี
อิ
ทธิ
พลไม่
น้
อยต่
ออยุ
ธยาหลั
งจากที่
มี
การตี
เมื
อง
พระนครแตกและกวาดต้
อนผู
คนมาสู
กรุ
งศรี
อยุ
ธยา จํ
านวนหนึ
งในผู
คนเหล่
านั
นอาจจะมี
นั
กรํ
าอยู
ด้
วย หลั
กฐานทางภาษาอย่
างหนึ
ง คื
อ ไทยรั
บคํ
า "รํ
า" ในภาษาเขมรมาแทนที่
คํ
า "ฟ้
อน" ที่
เดิ
มใช้
ใน
ภาษาไทย และไทยก็
รั
บเอามาผสมผสานกั
บสิ ่
งที่
มี
อยู
เดิ
มและพั
ฒนานาฏศิ
ลป์
สื
บเนื่
องต่
อจากนั