204
ลํ
า
ดั
บ
ระบํ
าอั
ปสรสราญ
ระบํ
าเทพอั
ปสราเขมร
ทั
บหลั
งปราสาทศี
ขรภู
มิ
8
ใส่
เข็
มขั
ดมี
หั
วเข็
มขั
ด
ไม่
ใส่
เข็
มขั
ด
ไม่
ใส่
เข็
มขั
ด
9
ใส่
รั
ดสะเอวเงิ
นห้
อย
สํ
าหรั
บตั
วเอก ส่
วนตั
ว
รองใส่
รั
ดสะเอวปั
ก
ใส่
รั
ดสะเอวห้
อย
ใส่
รั
ดสะเอว
10
สวมสายสั
งวาล 2 เส้
น
ขวา – ซ้
าย
สวมสายสั
งวาลห้
อยต่
อ
จากกรองคอ 2 ข้
าง ขวา
– ซ้
าย
ไม่
สวมสายสั
งวาล
11
ใส่
กํ
าไลข้
อเท้
าข้
างละ 2
คู
่
ใส่
กํ
าไลข้
อเท้
า
ไม่
ใส่
กํ
าไล
12
กิ ่
งดอกไม้
สํ
าหรั
บถื
อ
กิ ่
งดอกไม้
สํ
าหรั
บถื
อ
ไม่
มี
ดอกไม้
ที่
มา : (เครื
อจิ
ต ศรี
บุ
ญนาค. 2540 : 138)
โดยสรุ
ป รู
ปแบบการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมของระบํ
าอั
ปสรสราญ ของมหาวิ
ทยาลั
ย
ราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ประเทศไทย เป็
นการผสมผสานในแนวราบ ผ่
านระบบคิ
ดจากนั
กนาฏยประดิ
ษฐ์
คื
อ ผู
้
ช่
วยศาสตราจารย์
ดร.เครื
อจิ
ต ศรี
บุ
ญนาค ซึ
่
งเป็
นครู
สอนนาฏศิ
ลป์
ในมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏ
สุ
ริ
นทร์
สร้
างขึ
้
น เมื่
อปี
พ.ศ.2535 แสดงครั
้
งแรกในงาน 100 ปี
การฝึ
กหั
ดครู
ไทย ที่
เวที
กลางแจ้
ง
ศาลากลางจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ถ่
ายทอดให้
นั
กศึ
กษาสาขานาฏศิ
ลป์
ทุ
กรุ
่
นจนถึ
งปั
จจุ
บั
น และขยายลงสู
่
ชุ
มชนในพื
้
นที่
มี
การนํ
าไปปรั
บประยุ
กต์
ให้
เข้
ากั
บพื
้
นที่
ของตน ทํ
าให้
คนในพื
้
นที่
เกิ
ดความรู
้
ความ
เข้
าใจและรั
กในท้
องถิ
่
น สร้
างความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
มี
ผลต่
อด้
านเศรษฐกิ
จ การปกครอง และวั
ฒนธรรม
ที่
เชื่
อมโยงเข้
าสู
่
ระบบการศึ
กษา มี
การพลิ
กฟื
้
นวั
ฒนธรรมความเชื่
อจากศิ
ลปะขอมขยายลงสู
่
ท้
องถิ ่
น
เช่
น จั
ดแสดงตามโรงเรี
ยน และตามปราสาท เป็
นต้
น
การผสมผสานทางวั
ฒนธรรมในระบํ
าอั
ปสรา (กั
มพู
ชา)
1. การผสมผสานด้
านประวั
ติ
ความเป็
นมา
ระบํ
าอั
ปสรา เป็
นการผสมระหว่
างระบํ
าท่
วงท่
าโบราณเขมร หรื
อระบํ
าพระราชทรั
พย์
ซึ
่
งเป็
นระบํ
าที่
ใช้
ท่
ารํ
าดั
้
งเดิ
มสื
บทอดกั
นมาตั
้
งแต่
ก่
อนสมั
ยเมื
องพระนครเสี
ยอี
ก ในการค้
นคว้
าจาก