๒๘
๒. การสั
มภาษณ์
ผู
้
วิ
จั
ยใช้
วิ
ธี
การสั
มภาษณ์
ดั
งนี
้
๒.๑ การสั
มภาษณ์
แบบเป็
นทางการจากผู
้
ให้
ข้
อมู
ลหลั
ก (Key Informants)
๒.๒ การสั
มภาษณ์
แบบไม่
เป็
นทางการจากบุ
คคลทั
่
วไปที่
มาท่
องเที่
ยว ซึ
่
งประเด็
นสั
มภาษณ์
เกี่
ยวข้
องกั
บการวิ
จั
ย
๓. การสั
งเกตการณ์
ผู
้
วิ
จั
ยใช้
การสั
งเกตการณ์
แบบมี
ส่
วนร่
วม และการสั
งเกตการณ์
แบบไม่
มี
ส่
วนร่
วม ดั
งนี
้
๓.๑ การสั
งเกตการณ์
แบบมี
ส่
วนร่
วมในการประกอบพิ
ธี
กรรมในครอบครั
ว ในบางขั
้
นตอน
ได้
แก่
การจั
ดเตรี
ยมเครื่
องเซ่
นไหว้
การประกอบพิ
ธี
ทางศาสนา เพื่
อให้
เห็
นและเข้
าใจรู
ปแบบและขั
้
นตอนได้
ชั
ดเจนยิ
่
งขึ
้
น
๓.๒ การสั
งเกตการณ์
แบบไม่
มี
ส่
วนร่
วมในการประกอบพิ
ธี
กรรมในครอบครั
วในบางขั
้
นตอน
ได้
แก่
การประกอบพิ
ธี
เซ่
นไหว้
บรรพบุ
รุ
ษ และในการร่
วมงานเทศกาลกล้
วยแสนหวี
ประเพณี
แซนโดนตา
บู
ชาศาลหลั
กเมื
อง
ระยะเวลาในการศึ
กษา
ระหว่
างเดื
อนพฤษภาคม – กั
นยายน ๒๕๕๑
วิ
ธี
การวิ
เคราะห์
ข้
อมู
ล
การวิ
เคราะห์
ข้
อมู
ลใช้
มุ
มมองจากบริ
บทของชุ
มชน และสื่
อพื
้
นบ้
าน โดยการพรรณนาอธิ
บาย
ตี
ความหมายจากข้
อมู
ลภาคสนามที่
ได้
จากการสั
งเกต การจั
ดเวที
เสวนา และการสั
มภาษณ์
เป็
นหลั
ก
การนํ
าเสนอผลการวิ
จั
ย
ในการวิ
จั
ยนี
้
ผู
้
วิ
จั
ยจะนํ
าเสนอผลการวิ
จั
ยในรายละเอี
ยด ดั
งนี
้
บทที่
๑
บทนํ
า
บทที่
๒
การทบทวนวรรณกรรม
บทที่
๓
ระเบี
ยบวิ
ธี
การวิ
จั
ย
บทที่
๔
ผลการศึ
กษาและข้
อเสนอแนะ