71
บรรพบุ
รุ
ษ ระหว่
างเดื
อน 6 และเดื
อน 3 ทุ
กปี
ก็
จะมี
การเลี
้
ยงปู
่
ตาหรื
อเซ่
นไหว้
บรรพบุ
รุ
ษ เป็
นการแสดง
ความเคารพ ข้
าวปลาอาหารอุ
ดมสมบู
รณ์
อยู
่
เย็
นเป็
นสุ
ข ปกป้
องคุ
้
มครองปลอดภั
ยและอั
นตรายทั
้
งปวง
ครอบครั
วเรื
อนจะต้
องมี
ไก่
ต้
ม1ตั
ว เหล้
า 1 ขวดหมากพลู
ดอกไม้
ธู
ปเที
ยน เป็
นของเซ่
นไหว้
หากครั
วเรื
อนใด
มิ
ไปเซ่
นไหว้
ถื
อว่
าเป็
นการไม่
เคารพหรื
อหลบหลู
่
ผี
บรรพบุ
รุ
ษ (ปู
่
ตา) อาจจะได้
รั
บความเดื
อดร้
อน
ต่
างๆ นานาอย่
างใด อย่
างหนึ่
งโดยไม่
ทราบสาเหตุ
ซึ่
งเป็
นความเชื่
อที่
สื
บทอดกั
นมายาวนานเป็
น
ประเพณี
จะต้
องปฏิ
บั
ติ
กั
นอย่
างเคร่
งครั
ดของชุ
มชนจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ณ ศาลปู
่
ตา ซึ่
งเป็
นสถานที่
ศั
กดิ ์
สิ
ทธิ
์
เพราะมี
ใบเสมาหิ
นขนาดใหญ่
กว้
าง 80 ซม. สู
งประมาณ 130 ซม. หนา 29 ซม. เป็
นวั
ตถุ
โบราณสร้
างด้
วยศิ
ลาแลงฝี
มื
อค่
อนข้
างหยาบตั
้
งไว้
บริ
เวณวั
ด จํ
านวน 15 ชิ
้
น สร้
างศาลาชั่
วคราวมุ
ง
สั
งกะสี
คลุ
มไว้
กรมศิ
ลปากรได้
รั
งวั
ดขึ
้
นทะเบี
ยนเป็
นวั
ตถุ
โบราณแล้
ว
- ประเพณี
/พิ
ธี
กรรม
ชาวบ้
านตรึ
มมี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
กระเดื
ยด
ไปทางเชื่
อมั่
นและฝั
งใจ ดั
งนั
้
น การประกอบพิ
ธี
การต่
างๆ ตามประเพณี
จึ
งต้
องยึ
ดถื
อการเซ่
นไหว้
บวงสรวงสั
งเวยผี
บรรพบุ
รุ
ษเสี
ยก่
อนทุ
กครั
้
งไป ไม่
ว่
างานมงคลสมรส งานบวช ขึ
้
นบ้
านใหม่
และ
ก่
อนหลั
งทํ
านา งานบุ
ญบั
้
งไฟ บุ
ญพระเวส บุ
ญข้
าวจี
้
เหล่
านี
้
จะละเว้
นการบวงสรวงสั
งเวยเสี
ยมิ
ได้
เพราะความเชื่
อในผี
บรรพบุ
รุ
ษผู
้
ล่
วงลั
บไปแล้
วแต่
อดี
ต ไม่
ว่
าจะเนิ
นนานไปเท่
าใดก็
ตาม โดยเชื่
อว่
า
วิ
ญญาณของท่
านเหล่
านั
้
น ได้
เกิ
ดเป็
นเทพสิ
งสถิ
ตวนเวี
ยนอยู
่
ใกล้
กั
บตั
วลู
กหลานไม่
ทอดทิ
้
งไปไหน
จะคอยปกปั
กรั
กษาอํ
านวยโชค อํ
านวยความปลอดภั
ยแก่
ลู
กหลานที่
กระทํ
าดี
คอยลงโทษผู
้
กระทํ
าชั่
ว
การกระทํ
าผิ
ดประเพณี
ที่
ดี
งาม วิ
ญญาณของบรรพบุ
รุ
ษจึ
งเป็
นจุ
ดรวมนํ
้
าใจของลุ
กหลานทั
้
งมวล
และก็
ได้
รั
บการยกย่
องเรี
ยกขานกั
นว่
า “เผาะจุ
๊
” ซึ่
งแปลว่
า “ปู
่
ตา” และสร้
างศาลไว้
เป็
นที่
สิ่
งสถิ
ต
โดยมี
บุ
คคลสํ
าคั
ญ ผู
้
สู
งอายุ
ในหมู
่
บ้
านคอยปฏิ
บั
ติ
ดู
แลรั
กษาบางโอกาสเรี
ยกว่
า “เคาจํ
้
า” หรื
อตาเคาจํ
า
มี
อยู
่
ทุ
กหมู
่
บ้
าน ชนเผ่
ากู
ย และเผาอื่
นๆ ตามชนบทในภาคอี
สาน มี
วั
ฒนธรรมประเพณี
ที่
เป็
น
เอกลั
กษณ์
ที่
เป็
นส่
วนตนและผสมผสานของวั
ฒนธรรมย่
อย หรื
อวั
ฒนธรรมเฉพาะส่
วน จะกล่
าวคื
อ
วั
ฒนธรรมที่
สื
บทอดจากเผ่
าส่
วย (กู
ย) เขมรและลาว ตลอดทั
้
งจากไทยภาคกลางโดยมี
พระพุ
ทธศาสนาเป็
นแกนฐานหลั
กของวั
ฒนธรรมบ้
านตรึ
ม
- ศิ
ลปะการแสดงพื
้
นบ้
าน
ชุ
มชนบ้
านตรึ
มในหมู
่
บ้
านได้
ร่
วมกั
นเสี่
ยง
ทายแกลมอ มี
หมอแคน หมอกลอง การแต่
งตั
วแบบพื
้
นบ้
านไทย ส่
วย ตามความเหมาะสม มาฟ้
อนรํ
า
ในปะรํ
าพิ
ธี
คนที่
จะมาเสี่
ยงแกลมอ ก็
จะแก้
พิ
ธี
ก่
อน เมื่
ออาจารย์
แกลมอเข้
าสิ
งสถิ
ตอยู
่
ในร่
างกาย
แล้
ว ก็
จะมี
การฟ้
อนรํ
าแกลมอได้
เพราะไทยกวยชอบแต่
งกายนิ
ยมนุ
่
งผ้
าที่
มี
หั
วซี
นสี
แดงลายขิ
ด มี
ตี
นซิ
นสี
ดํ
า ริ
้
วเหลื
องแดง และแสดง “เซิ
้
งกะติ
บ” เป็
นการแสดงเซิ
้
งต่
างๆ ส่
วนแกลมอเป็
นการแสดง
ประยุ
กต์
ในปั
จจุ
บั
น