26
ตลอาดจนอํ
านวยความสะดวกในด้
านต่
างๆ จนเป็
นที่
รู
้
จั
กกั
นดี
ของบรรดานั
กท่
องเที่
ยว ทั
้
งชาวไทย
และชาวต่
างประเทศได้
มาร่
วมชมการจั
ดงานนี
้
จึ
งทํ
าให้
คนทั ่
วไปรู
้
และถื
อเป็
นงานที่
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของจั
งหวั
ดยโสธรไปในที่
สุ
ด
ปรี
ชา พิ
ณทอง (2534
:
86-111) กล่
าวถึ
งบุ
ญบั
้
งไฟว่
า จั
ดงานในเดื
อนหก เราจึ
งเรี
ยก
บุ
ญเดื
อนหก เชื่
อกั
นว่
าบนสวรรค์
ชั
้
นฟ้
ามี
เทพบุ
ตรนามว่
า วั
สสกาลเทพบุ
ตร เป็
นเทพบั
นดาลนํ
้
าฝน
ให้
ตก ขึ
้
นอยู
่
กั
บว่
า ใครจะทํ
าถู
กใจหรื
อไม่
คนจึ
งทํ
าบั
้
งไฟให้
ถู
กใจ มี
การชุ
มนุ
มกั
นทํ
าเป็
นกลุ
่
ม
การละเล่
น การเซิ
้
งประกอบ รวมทั
้
งมี
คํ
าเซิ
้
ง (กาพย์
เซิ
้
ง) เล่
าตํ
านานต่
างๆ มี
เซิ
้
งขอ เซิ
้
งตลก เซิ
้
งให้
พร เซิ
้
งเล่
านิ
ทาน แม้
จุ
ดแล้
วย ั
งมี
การฟ้
อนรํ
าเซิ
้
ง เรี
ยกว่
า นํ
าฮอยไฟ
คณะกรรมการประชาสั
มพั
นธ์
(2535
: 7
) ได้
กล่
าวถึ
งหลั
กเกณฑ์
ของการประกวดบั
้
งไฟไว้
ว่
า มี
3 ประเภท คื
อ
1. ประเภทขบวนแห่
สวยงาม ประกอบด้
วยผู
้
รํ
าเซิ
้
ง 45 คน ซึ
่
งแต่
งกายตามแบบอี
สาน และ
ท่
ารํ
าแบบอี
สาน รํ
าเคลื่
อนไหวไปข้
างหน้
า รํ
าจุ
ดให้
คะแนน และกองอํ
านวยการกลาง นอกจากนั
้
น
ต้
องมี
บั
้
งไฟสวยงามในขบวน
2. ประเภทบั
้
งไฟสวยงาม ซึ
่
งติ
ดบนยานพาหนะ ตกแต่
งเคลื่
อนที่
ได้
3. ประเภทบั
้
งไฟขึ
้
นสู
ง มี
บั
้
งไฟแสน และบั
้
งไฟหมื่
น ซึ
่
งทํ
าด้
วยท่
อเอสล่
อนเท่
านั
้
น
นิ
ธิ
เอี
ยวศรี
วงศ์
(2536
:
20) ได้
กล่
าวถึ
งงานประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟว่
า ตามที่
ทํ
ากั
นมาแต่
โบราณ
นั
้
น เป็
นพิ
ธี
กรรมที่
เกี่
ยวกั
บชุ
มชนเกษตรกรรมขนาดเล็
ก ตั
้
งพิ
ธี
กรรมที่
ลั
กษณะผสมกั
นระหว่
างงาน
เทศกาลของชุ
มชน กั
บพิ
ธี
กรรมทางความเชื่
อ หรื
อศาสนา ทุ
กคนที่
ร่
วมในงานต่
างมี
ระบบ
ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมแบบเดี
ยวกั
น และเพราะเป็
นพิ
ธี
กรรมทางศาสนาอยู
่
ด้
วยนี่
เอง ที่
ทํ
าให้
ทุ
กคน
ที่
เข้
ามาร่
วมงาน ล้
วนมี
บทบาท ที่
ถู
กกํ
าหนดไว้
ให้
แล้
ว เป็
นบทบาทที่
เด่
นบ้
าง ไม่
เด่
นบ้
าง แต่
ต่
าง
หน้
าที่
ของตั
ว และความรู
้
ความหมายของพฤติ
กรรมของผู
้
อื่
น
วิ
กรณ์
มากดี
(2536
:
74) ได้
กล่
าวถึ
งบุ
ญบั
้
งไฟไว้
ว่
า เป็
นประเพณี
ที่
ชาวบ้
านในทุ
กครั
วเรื
อน
ในหมู
่
บ้
าน จะร่
วมแรงร่
วมใจช่
วยกั
นจั
ดทํ
าขึ
้
น โดยมี
การแบ่
งชาวบ้
านออกเป็
นกลุ
่
ม เพื่
อนแบ่
งงาน
กั
นทํ
า ทุ
กคนถื
อว่
าเป็
นงานของตน เช่
นการปลู
กปะรํ
า ปลู
กที่
พั
ก สํ
าหรั
บเพื่
อนจาก หมู
่
บ้
านอื่
น ๆ
มาร่
วมทํ
าบุ
ญ หาปลา ตั
ดไม้
เผาถ่
าน ผสมกั
บดิ
นประสิ
ว ทํ
าบั
้
งไฟแม่
บ้
านทํ
าอาหาร และตั
ดชุ
ดรํ
าเซิ
้
ง
ไว้
ให้
ลู
กหลาน ทางวั
ดเตรี
ยมซ้
อมนาค เพราะมี
ผู
้
นิ
ยมเอาลู
กหลานมาบวชมากในวั
นนั
้
น
สวิ
ง บุ
ญเจิ
ม (2536
:
570) ได้
กล่
าวถึ
งประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟว่
าเป็
นอี
กบุ
ญหนึ
่
งที่
ชาวบ้
าน
ช่
วยกั
นทํ
า เพื่
อเป็
นการบู
ชาวั
สสกาลเทพเจ้
า ตามความเชื่
อของคนอี
สานว่
าเป็
นผู
้
สร้
างนํ
้
าฝนเรี
ยกอี
ก
อย่
างหนึ
่
งว่
า
“
แถน
”
หรื
อพญาแถน อั
นได้
แก่
พระอิ
นทร์
นั ่
นเอง ในศาสนาฮิ
นดู
พระอิ
นทร์
ถื
อว่
าเป็
น
เทพเจ้
าแห่
งนํ
้
าฝนด้
วย นั
ยว่
าเทพเจ้
าท่
านนี
้
ชอบบั
้
งไฟ ถ้
ามิ
ได้
ชมบั
้
งไฟก็
จะไม่
ประทานนํ
้
าฝนให้