238
บรรจุ
ดิ
นปื
นลงในกระบอกไม้
ไผ่
ล้
วนเป็
นภู
มิ
ปั
ญญาที่
สั
่
งสมและถ่
ายทอดสื
บต่
อกั
นมาจากบรรพ
บุ
รุ
ษจนถึ
งยุ
คสมั
ยปั
จจุ
บั
น
การจั
ดงานประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟเป็
นการสร้
างความรื่
นเริ
งสนุ
กสนานเป็
นส่
วนหนึ
่
งในการให้
ความร่
วมมื
อ เป็
นการแสดงออกถึ
งความสามั
คคี
ในการทํ
างานร่
วมกั
นของชุ
มชน และเปิ
ดโอกาส
ให้
ทุ
กคนมี
ส่
วนร่
วมในพิ
ธี
กรรม ทํ
าให้
เกิ
ดความรั
กความสั
มพั
นธ์
ความผู
กพั
นซึ
่
งกั
นและกั
นใน
สั
งคมได้
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟเป็
นประเพณี
ที่
ยอมให้
คนทุ
กสถาบั
นลดตั
วลงมาร่
วมกิ
จกรรมด้
วยกั
น
อย่
างเป็
นกั
นเอง ลั
กษณะเด่
นของบุ
ญบั
้
งไฟ คื
อ การใช้
สั
ญลั
กษณ์
ทางเพศ เช่
น ไม้
แกะสลั
กเป็
น
รู
ปอวั
ยวะเพศชาย แบกแห่
ไปในขบวนแห่
บั
้
งไฟ หรื
อท่
าเซิ
้
งต่
างๆ ที่
เลี
ยนแบบคติ
ความเชื่
อ
พื
้
นบ้
าน ซึ
่
งความอุ
ดมสมบู
รณ์
เป็
นสิ
่
งที่
สั
มพั
นธ์
กั
บอวั
ยวะเพศชาย
–
หญิ
ง
ในปั
จจุ
บั
นนี
้
เป็
นยุ
คสมั
ยของกระแสสั
งคมซึ
่
งมี
การเปลี่
ยนแปลงทั
้
งด้
านวั
ตถุ
ความเชื่
อ
ค่
านิ
ยม จึ
งทํ
าให้
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟมี
ผลกระทบ ซึ
่
งมี
ผลกระทบทางพิ
ธี
กรรมทางด้
านศาสนา และ
ความเชื่
อ ซึ
่
งเคยเป็
นส่
วนสํ
าคั
ญส่
วนหนึ
่
งของบุ
ญบั
้
งไฟ ก็
เริ ่
มจะมี
ความเสื่
อมถอยลง พฤติ
กรรม
ตามประเพณี
ซึ
่
งครั
้
งหนึ
่
งเคยมี
ความหมาย ในทางระบบความเชื่
อก็
หมดความหมายลง ดั
งนั
้
นจึ
งเห็
น
ว่
าในทุ
กวั
นนี
้
การจั
ดทํ
าบั
้
งไฟมั
กจะไม่
ทํ
ากั
นในหมู
่
บ้
าน แต่
ใช้
ลานหรื
อสถานที่
กว้
างในบ้
านของ
ชาวบ้
านโดยเฉพาะที่
เป็
นช่
างทํ
ามากกว่
า และผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
ก็
ไม่
ค่
อยมี
บทบาทและไม่
ค่
อยมี
ส่
วนร่
วม
หรื
อมี
ความสํ
าคั
ญในงานบุ
ญบั
้
งไฟอี
กแล้
ว ส่
วนมากผู
้
ใหญ่
บ้
าน และคนรํ
่
ารวยในท้
องถิ
่
นจะเข้
ามามี
บทบาทซึ
่
งยิ
่
งทํ
าให้
งานบุ
ญบั
้
งไฟเป็
นกิ
จกรรมสํ
าหรั
บชุ
มชนน้
อยลงทุ
กที
อย่
างไรก็
ตามเมื่
องานบุ
ญ
บั
้
งไฟสั
มพั
นธ์
กั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวนาลดลง ในยุ
คสมั
ยใหม่
จึ
งทํ
าให้
ความหมายเดิ
มของประเพณี
บุ
ญ
บั
้
งไฟได้
เลื
อนหายไป ซึ
่
งเกิ
ดจากความเปลี่
ยนแปลงในยุ
คสมั
ยโลกาภิ
วั
ฒน์
เศรษฐกิ
จและสั
งคม
จึ
งทํ
าให้
การพนั
นเข้
าไปมี
บทบาทสํ
าคั
ญในงานบุ
ญบั
้
งไฟจนไม่
สามารถแยกออกจากกั
นได้
การ
พนั
นจึ
งกลายเป็
นส่
วนสํ
าคั
ญของงานบุ
ญบั
้
งไฟในหลายพื
้
นที่
ไปแล้
ว อั
นที่
จริ
งประเพณี
ที่
ทํ
ามาแต่
ก่
อนนั
้
นก็
มี
การพนั
นแอบแฝงแทรกอยู
่
บ้
างเพราะมี
การแข่
งขั
นกั
น เช่
น การยิ
งบั
้
งไฟแข่
งกั
น และ
การเส็
งกลอง เป็
นต้
น แต่
การแข่
งขั
นนั
้
นก็
เป็
นการแข่
งขั
นของชุ
มชน ไม่
ใช่
การแข่
งขั
นของคณะ
บุ
คคลเป็
นการแข่
งขั
นเพื่
อความสนุ
กสนาน ซึ
่
งไม่
นํ
าไปสู
่
การพนั
นเป็
นสํ
าคั
ญ แต่
มาในยุ
คปั
จจุ
บั
น
นี
้
กิ
จกรรมที่
มี
ความสํ
าคั
ญของงานบุ
ญบั
้
งไฟนั
้
นกลายเป็
นการแข่
งขั
นเพื่
อการพนั
นกั
นมากที่
สุ
ด
แทบจะถื
อได้
ว่
าเป็
นกิ
จกรรมหลั
กไปแล้
ว และผู
้
ที่
เข้
าไปเล่
นพนั
นนั
้
นก็
มี
ทุ
กเพศทุ
กวั
ย
ดั
งที่
ปรากฏ
เป็
นข่
าวจากทางหน้
าหนั
งสื
อพิ
มพ์
(
อ็
อด เทอร์
โบ.
2550 : 6)
พบว่
าประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟนั
บไปสู
่
ปั
ญหาสั
งคมที่
รุ
นแรงเพราะปั
จจุ
บั
นแต่
ละหมู
่
บ้
านจะมี
การจุ
ดบั
้
งไฟหมู
่
ละ
2-5
วั
น มี
การเก็
บเงิ
น
เรี่
ยไรจากคนที่
สั
ญจรไปมาโดยการขอเรี่
ยไรคนละประมาณ
40
บาท ถ้
าเป็
นหลั
งคาคิ
ดหลั
งคาละ
300
บาท โดยอ้
างว่
าเพื่
อเป็
นการนํ
าเงิ
นเข้
าวั
ดหรื
อหมู
่
บ้
าน บริ
เวณที่
มี
การจุ
ดบั
้
งไฟมี
การเล่
นการพนั
นกั
น