2
แบบชาวบ้
านแท้
ก็
ว่
า
“
เปิ
งบ้
านเปิ
งเมื
อง
”
จนถึ
งเป็
นฮี
ตเป็
นคลอง ต้
องปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาจนเป็
น
ประเพณี
ที่
รู
้
จั
กกั
นดี
และพู
ดจนติ
ดปากว่
า ฮี
ตสิ
บสอง
คลองสิ
บสี่
“
ฮี
ต
”
คงเป็
นคํ
าย่
อของ
“
จารี
ต
”
เพราะอี
สานใช้
“
ฮ
”
แทน
“
ร
”
ฮี
ตสิ
บสองก็
คื
อจารี
ตที่
ปฏิ
บั
ติ
กั
นในแต่
ละเดื
อน ตรงกั
บทางภาคกลาง
ว่
าแระเพณี
12
เดื
อนนั
่
นเอง ในสมั
ยโบราณเขาถื
อเอาเดื
อนอ้
ายเป็
นการเริ
่
มต้
นปี
ใหม่
(เดื
อนเจี
ยงก็
เรี
ยก) แล้
ววนไปจนถึ
งเดื
อน
12
เป็
นเดื
อนสุ
ดท้
ายในแต่
ละเดื
อนมี
ประเพณี
ประจํ
าเดื
อน ประเพณี
เหล่
านั
้
นส่
วนใหญ่
เป็
นเรื่
องพุ
ทธศาสนา เพื่
อให้
ได้
โอกาสทํ
าบุ
ญด้
วย ได้
แก่
ประเพณี
บุ
ญเข้
ากรรม
บุ
ญคู
ณลาน บุ
ญข้
าวจี่
บุ
ญพระเวส บุ
ญสงกรานต์
บุ
ญบั
้
งไฟ บุ
ญชํ
าฮะ บุ
ญเข้
าพรรษา บุ
ญข้
าวประดั
บ
ดิ
น บุ
ญข้
าวสาก บุ
ญออกพรรษา และบุ
ญกฐิ
น เป็
นต้
น และมี
ผู
้
สู
งอายุ
หลายท่
านกล่
าวถึ
งฮี
ตสิ
บสอง
ไว้
คล้
าย ๆกั
น จะต่
างบ้
างก็
เพี
ยงเล็
กน้
อย ทั
้
งนี
้
เพราะครั
้
งโบราณด้
านหนั
งสื
อย ั
งไม่
เจริ
ญ อาศั
ยการ
บอกเล่
าจดจํ
ากั
นมาเป็
นส่
วนใหญ่
ที่
เขี
ยนไว้
นั
้
นเป็
นส่
วนน้
อย ซึ
่
งฮี
ตสิ
บสองเป็
นประเพณี
ท้
องถิ ่
นที่
แสดงออกทางขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ที่
เกี่
ยวกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของสั
งคมในภาคอี
สาน ที่
เต็
มไปด้
วยความ
เอื
้
อเฟื
้
อเผื่
อแผ่
การเสี
ยสละแรงกายแรงใจเพื่
อการกุ
ศล ความสามั
คคี
ตลอดจนความกตั
ญ�ู
รู
้
คุ
ณ แต่
เนื่
องจากในปั
จจุ
บั
นกระแสการเปลี่
ยนแปลงในยุ
คโลกาภิ
วั
ตน์
มี
ผลกระทบต่
อประเพณี
ท้
องถิ
่
น
ขนบธรรมเนี
ยมและวั
ฒนธรรมมวลชนแผ่
กระจายไปทั
่
ว และมี
ผลทํ
าให้
การเปลี่
ยนแปลงในวิ
ถี
ชี
วิ
ต
และสั
งคมไทย โดยเฉพาะทํ
าให้
เกิ
ดอํ
านาจนิ
ยม วั
ตถุ
นิ
ยม การเปลี่
ยนแปลงนี
้
ทํ
าให้
เกิ
ดความสั
บสน
ในเรื่
องมโนทั
ศน์
และค่
านิ
ยมมี
ความขั
ดแย ้
งระหว่
างบทบาทและหน้
าที่
ของบุ
คคลสถาบั
นต่
าง ๆ มาก
ขึ
้
น ส่
งผลกระทบให้
ระบบโครงสร้
าง และแบบแผนประเพณี
ดั
้
งเดิ
มที่
ดี
งามแปรเปลี่
ยนไปด้
วย จึ
งทํ
า
ให้
ประเพณี
ท้
องถิ
่
น และวั
ฒนธรรมชุ
มชนคลายความเข้
มแข็
งลง การจะรั
กษาประเพณี
เหล่
านี
้
ให้
ดํ
ารงต่
อไปได้
นั
้
น จึ
งต้
องอาศั
ยการปลู
กฝั
งทั
้
งโดยทางตรงคื
อการสอน การบอกเล่
า และทางอ้
อมโดย
ผ่
านสื่
อต่
าง ๆ ทั
้
งหนั
งสื
อพิ
มพ์
วิ
ทยุ
โทรทั
ศน์
(อนุ
สรณ์
สุ
นทรพงศ์
และเชษฐา โพธิ
์
ประทั
บ.
2542 :
บทคั
ดย่
อ)
ด้
วยเหตุ
นี
้
คณะผู
้
วิ
จั
ยจึ
งสนใจที่
จะศึ
กษาถึ
งผลกระทบการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคมไทยที่
มี
ต่
อ
ประเพณี
ท้
องถิ ่
นในเขตอี
สานใต้
ซึ
่
งคณะผู
้
วิ
จั
ยได้
ทํ
าการศึ
กษาประเพณี
ท้
องถิ ่
นที่
มี
ความเด่
นชั
ดทาง
วั
ฒนธรรม และการท่
องเที่
ยว ซึ
่
งได้
มี
การปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาตั
้
งแต่
เดิ
มจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ซึ
่
งมี
เอกลั
กษณ์
ทางวั
ฒนธรรมที่
น่
าสนใจ ได้
แก่
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟในกลุ
่
มไทยลาว กิ ่
งอํ
าเภอแคนดง
จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
และประเพณี
แซนโดนตาในกลุ
่
มไทยเขมร อํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ
ประเพณี
ท้
องถิ
่
นดั
งกล่
าวนี
้
สามารถสะท้
อนให้
เห็
นประเพณี
ของสั
งคมภาคอี
สานตั
้
งแต่
สั
งคม
ประเพณี
เดิ
มจนมาถึ
งช่
วงเปลี่
ยนผ่
านเข้
าสู
่
การเปลี่
ยนแปลงของสั
งคมสมั
ยใหม่
ในปั
จจุ
บั
น และมี
การพั
ฒนาการภายใต้
บริ
บทของสั
งคมไทยที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงในปั
จจุ
บั
นอย่
างไร และประเพณี