บทที่
1
บทนํ
า
ความเป็
นมาของปั
ญหาในการวิ
จั
ย
ปั
จจุ
บั
นเป็
นยุ
คของกระแสการเปลี่
ยนแปลงของโลกยุ
คข้
อมู
ลข่
าวสาร ซึ
่
งมี
เทคโนโลยี
การ
สื่
อสารสมั
ยใหม่
ทํ
าให้
การแพร่
ขาวสาร ความรู
้
การโฆษณา เป็
นไปอย่
างรวดเร็
วกว้
างขวาง ในช่
วง
2-3
ทศวรรษที่
ผ่
านมาภายใต้
การเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จและสั
งคม โดยเฉพาะอย่
างยิ
่
งตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ.
2540
เป็
นต้
นมา การพั
ฒนาประเทศได้
เปลี่
ยนแปลงไปโดยให้
ความสํ
าคั
ญทางด้
านเศรษฐกิ
จ
วิ
ทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
เข้
ามามี
บทบาทในการพั
ฒนาเศรษฐกิ
จขั
้
นพื
้
นฐานจากภาคเกษตรกรรม
สู
่
ภาคอุ
ตสาหกรรม ทํ
าให้
เศรษฐกิ
จก้
าวหน้
าในระดั
บหนึ
่
ง สั
งคมได้
รั
บผลกระทบจากวิ
กฤต
เศรษฐกิ
จ ซึ
่
งการเปลี่
ยนแปลงต่
าง ๆ ทั
้
งทางด้
านเศรษฐกิ
จและสั
งคมที่
เกิ
ดขึ
้
นได้
ส่
งผลกระทบต่
อ
องค์
กรและประเพณี
วั
ฒนธรรมชุ
มชนดั
้
งเดิ
ม ทํ
าให้
ศั
กยภาพของประเพณี
วั
ฒนธรรมชุ
มชนคลาย
ความเข้
มแข็
งลง รวมทั
้
งองค์
ความรู
้
ใหม่
ๆ และข้
อมู
ลข่
าวสารในการปรั
บตั
วให้
ทั
นกั
บการ
เปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
้
น (ประจั
กษ์
บุ
ญอารี
ย์
.
2544 :
คํ
านํ
า) ซึ
่
งประเพณี
เป็
นการกระทํ
ากิ
จกรรมทาง
สั
งคมที่
ผู
้
คนส่
วนใหญ่
ถื
อปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมา ประเพณี
เป็
นบรรทั
ดฐานเกี่
ยวกั
บการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต การ
ปฏิ
บั
ติ
เพื่
อความเจริ
ญแห่
งตนและสั
งคม ประเพณี
เป็
นกิ
จกรรมที่
มนุ
ษย์
กํ
าหนดขึ
้
น และมุ
่
งหวั
งที่
จะ
ช่
วยให้
เกิ
ดผลดี
ต่
อการดํ
ารงชี
วิ
ต โดยทั
่
วไปแล้
วประเพณี
ย่
อมก่
อให้
เกิ
ดผลดี
แก่
สั
งคม เช่
น ก่
อให้
เกิ
ด
ขวั
ญและกํ
าลั
งใจ เกิ
ดความร่
วมมื
อร่
วมใจ ประเพณี
จึ
งมี
วั
ตถุ
ประสงค์
ที่
จะเสริ
มสร้
างประสบการณ์
ความรู
้
ความรั
ก และความภาคภู
มิ
ใจในสถาบั
นหลั
กของชาติ
และชุ
มชน (ประจั
กษ์
บุ
ญอารี
ย์
.
2544 :
คํ
านํ
า) ประเพณี
เป็
นผลมาจากสิ
่
งแวดล้
อมทางธรรมชาติ
และทางสั
งคม เมื่
อเกิ
ดปั
ญหาขึ
้
นมนุ
ษย์
พยายามหาวิ
ธี
การแก้
ปั
ญหา แนวปฏิ
บั
ติ
ในการแก้
ปั
ญหาทางธรรมชาติ
ของคนสมั
ยก่
อน ๆ มั
กอาศั
ย
ความเชื่
อ ในปั
จจุ
บั
นประเพณี
ก็
ย ั
งเกิ
ดขึ
้
นแต่
มั
กเกิ
ดจากความพึ
งพอใจในการปฏิ
บั
ติ
กิ
จกรรมนั
้
น ๆ
ในสั
งคมหนึ
่
ง ๆ อาจมี
ประเพณี
ในภู
มิ
ภาคต่
าง ๆ ของสั
งคมแตกต่
างกั
นออกไป คนภาคเหนื
อมี
สํ
าเนี
ยงแตกต่
างจากคนภาคใต้
ในสั
งคมหนึ
่
ง ๆ ย่
อมมี
ประเพณี
อย่
างเดี
ยวกั
น ถื
อปฏิ
บั
ติ
กั
นทั
้
งสั
งคม
แต่
อาจมี
รายละเอี
ยดปลี
กย่
อยที่
ถื
อปฏิ
บั
ติ
แตกต่
างกั
น ดั
งเช่
นคนอี
สานมี
วั
ฒนธรรมประจํ
าชาติ
และ
ประจํ
าท้
องถิ
่
นมาแต่
โบราณกาลแล้
ว อี
สานมี
การนั
บถื
อประเพณี
อย่
างเคร่
งครั
ดมาแต่
สมั
ยโบราณ
และเป็
นประเพณี
ท้
องถิ
่
นสื
บมาหลายร้
อยปี
นั
บศตวรรษ (สิ
ริ
วั
ฒน์
คํ
าวั
นสา.
2544 : 1
) เช่
น
ประเพณี
12 เดื
อน หรื
อที่
เรี
ยกกั
นว่
าฮี
ตสิ
บสอง
-
คลองสิ
บสี่
เป็
นเรื่
องทางศาสนา จึ
งน่
าจะนั
บถื
อกั
น
มาตั
้
งแต่
ครั
้
งวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเข้
าสู
่
บริ
เวณนี
้
แล้
ว เรี
ยกสั
้
น ๆ ว่
า ฮี
ต
-
คลอง หรื
อถ้
าจะเรี
ยกให้
เป็
น