171
อาจเนื่
องมาจากในสมั
ยก่
อนมี
จุ
ดมุ
่
งหมายเพื่
อเป็
นการขอฝน สร้
างความสามั
คคี
ความสนุ
กสนานรื่
น
เริ
ง เพี
ยงเท่
านั
้
น และเป็
นการปฏิ
บั
ติ
ตามจารี
ตประเพณี
ที่
ปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาไม่
ได้
มุ
่
งเน้
นเพื่
อเน้
นการ
ท่
องเที่
ยว หรื
อในเชิ
งพาณิ
ชย์
อย่
างเช่
นในปั
จจุ
บั
น (สุ
เทพ วั
ฒนพงศ์
ศิ
ริ
. 2550 : สั
มภาษณ์
)
ประโยชน์
ของประเพณี
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟปั
จจุ
บั
นเป็
นประเพณี
ที่
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
และสื่
อในการขอฝน เพื่
อก่
อให้
เกิ
ด
ความร่
วมมื
อร่
วมแรง ร่
วมใจ และเกิ
ดความสามั
คคี
เป็
นประเพณี
ต้
อนรั
บแขกระหว่
างหมู
่
บ้
าน
ชาวบ้
านได้
ร่
วมกั
นทํ
าบุ
ญและมี
ความเสี
ยสละ ได้
รู
้
จั
กหั
ดประดิ
ษฐ์
คิ
ดสร้
างสรรค์
มี
ความสนุ
กสนาน
รื่
นเริ
ง เกิ
ดความสุ
ขใจ หนุ ่
มสาวได้
พบปะกั
น เป็
นการเปิ
ดโอกาสให้
ทุ
กคนได้
มี
การแสดงออก และทํ
า
ให้
รู
้
จั
กการผสมดิ
นปื
นซึ
่
งเป็
นการอนุ
รั
กษ์
และสื
บทอดภู
มิ
ปั
ญญาชาวบ้
านจากบรรพบุ
รุ
ษสู
่
รุ ่
น
ลู
กหลานต่
อไป จั
ดหาเงิ
นเพื่
อสาธารณะประโยชน์
ประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟสมั
ยโบราณเป็
นประเพณี
เก่
าแก่
ของกลุ ่
มชนชาติ
ไทยลาว นอกจากนี
้
จากการศึ
กษาพบว่
าประเพณี
บุ
ญเดื
อนหกน่
าจะมี
มาก่
อนพุ
ทธ
ศาสนา เกี่
ยวกั
บประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟว่
าเกิ
ดจากฝนแล้
งอากาศร้
อนจั
ด คนโบราณจึ
งหาทางผ่
อนคลาย
อารมณ์
ด้
วยการทํ
าพิ
ธี
ขอฝน มี
ความจํ
าเป็
นที่
ต้
องกระทํ
า นอกจากนี
้
ย ั
งทํ
าเพื่
อเป็
นการเสี่
ยงทายสภาพ
ดิ
นฟ้
าอากาศ เชื่
อว่
าเป็
นการเบิ
กบ้
านเบิ
กเมื
อง ให้
ร่
มเย็
นเป็
นสุ
ข โดยคิ
ดทํ
าบั
้
งไฟจุ
ด ทั
้
งนี
้
เพื่
อความอยู
่
รอดของสภาพสั
งคมไทย ชาวอี
สานใช้
บั
้
งไฟเป็
นสื่
อในการชั
กนํ
าประชาชนให้
ทํ
าบุ
ญ เป็
นสื่
อในการ
ติ
ดต่
อระหว่
างมนุ
ษย์
กั
บพญาแถนซึ
่
งอยู
่
ในสวรรค์
ชั
้
นฟ้
า ชาวบ้
านเชื่
อกั
นว่
าเมื่
อได้
จุ
ดบั
้
งไฟขึ
้
นไป
“ถวาย” พญาแถนแล้
ว ฝนก็
จะตกตามฤดู
กาล ชาวไร่
ชาวนาก็
ลงมื
อไถหว่
านปั
กดํ
าข้
าวกล้
าได้
ต่
อไป
จะเห็
นว่
าประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟมี
ทั
้
งข้
อดี
และข้
อเสี
ย แต่
ถึ
งอย่
างไรก็
ตามประชาชนชาวอี
สานควรที่
จะ
รั
กษาและสื
บทอดประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟไว้
ให้
เป็
นสมบั
ติ
สื
บต่
อจนถึ
งลู
กหลานของชาวอี
สานต่
อไป
ผลการศึ
กษาพบว่
าการเปลี่
ยนแปลงในปั
จจุ
บั
น ความเชื่
อเรื่
องพญาแถนลดน้
อยลง รู
ปแบบ
การจั
ด และกิ
จกรรมเปลี่
ยนแปลงไปกลายเป็
นกิ
จกรรมของภาครั
ฐ และภาคเอกชน ได้
แก่
หน่
วยงาน
ของจั
งหวั
ด เทศบาล องค์
การบริ
หารส่
วนจั
งหวั
ด องค์
การบริ
หารส่
วนตํ
าบล และผู
้
บริ
หารระดั
บ
จั
งหวั
ดเป็
นผู
้
รั
บผิ
ดชอบดํ
าเนิ
นการ ชาวบ้
านเป็
นผู
้
เข้
าร่
วมกิ
จกรรม การจั
ดงานประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟใน
ปั
จจุ
บั
นมี
กิ
จกรรมที่
น่
าสนใจอยู
่
สองประการ คื
อ การแห่
บั
้
งไฟ โดยเน้
นขบวนบั
้
งไฟที่
สวยงาม และ
การจุ
ดบั
้
งไฟ ประเภทของบั
้
งไฟที่
ขึ
้
นสู
งเพื่
อการประกวดแข่
งขั
น ซึ
่
งทั
้
งสองกิ
จกรรมนี
้
ถื
อว่
าเป็
น
พิ
ธี
กรรมที่
สํ
าคั
ญ โดยใช้
เทคโนโลยี
สมั
ยใหม่
จั
ดทํ
า มี
การประกวดทุ
กประเภท มี
การจ้
างมื
ออาชี
พทํ
า
บั
้
งไฟ กิ
จกรรมต่
าง ๆ ได้
รั
บเงิ
นสนั
บสนุ
นจากเทศบาล คุ
้
มละ 15,000 บาท มี
การเรี่
ยไรขอรั
บการ
สนั
บสนุ
นเพิ
่
มเติ
ม ค่
าใช้
จ่
ายในการดํ
าเนิ
นการทั
้
งหมดรวมขบวนละประมาณ 15,000 บาท มี
การเดิ
ม
พั
นแข่
งขั
นบั
้
งไฟขึ
้
นสู
ง ขบวนแห่
ทุ
กขบวนหวั
งได้
รั
บ ชื่
อเสี
ยง และเงิ
นรางวั
ล กิ
จกรรมทุ
กอย่
างจึ
ง
เป็
นการแสดงโชว์
เพื่
อชนะใจกรรมการ และมี
ผู
้
คนให้
ความสนใจไปเข้
าร่
วมชมกิ
จกรรมเป็
นจํ
านวน