Page 155 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

134
เป็
นประจํ
า จึ
งได้
ถื
อเป็
นประเพณี
12 เดื
อนเรี
ยกกั
นว่
า “ฮี
ตสิ
บสอง” ถื
อกั
นว่
าเป็
นมรดกทาง
วั
ฒนธรรมที่
สื
บทอดกั
นมาถึ
งปั
จจุ
บั
บุ
ญบั
งไฟเป็
นหนึ
งในฮี
ตสิ
บสองเดื
อนของชาวอี
สานนิ
ยมทํ
ากั
นในเดื
อน 6 หรื
อเดื
อน 7 อั
เป็
นช่
วงฤดู
ฝนเข้
าสู
การทํ
านา ตกกล้
า หว่
าน ไถ เพื่
อเป็
นการบู
ชาแถนขอฝนให้
ตกต้
องตามฤดู
กาล
เหมื
อนกั
บการแห่
นางแมวของคนภาคกลาง ในสองพิ
ธี
กรรมที่
อยู
คนละภาคนี
มี
ความคล้
ายคลึ
งกั
ใน เรื่
องของสั
ญลั
กษณ์
ที่
ใช้
อั
นส่
อไปทางเพศสั
มพั
นธ์
เช่
น การใช้
ไม้
มาแกะสลั
กเป็
นอวั
ยวะเพศชาย
เรี
ยกว่
า "บั
กแบ้
น" หรื
อ "ปลั
ดขิ
ก" ในอี
สานหรื
อ "ขุ
นเพ็
ด" ในภาคกลางเข้
าร่
วมขบวนแห่
ทั
งย ั
งมี
การ
ร้
องเซิ
งด้
วยเนื
อหาที่
เกี่
ยวกั
บอวั
ยวะเพศและเพศสั
มพั
นธ์
สั
ญลั
กษณ์
นี
เป็
นเครื่
องหมายของ
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างฟ้
ากั
บดิ
น หญิ
งกั
บชาย ที่
เป็
นพลั
งก่
อกํ
าเนิ
ดชี
วิ
ตและเป็
นพลั
งแห่
งความอุ
ดม
สมบู
รณ์
จึ
งมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บการขอฝนซึ
งเป็
นที่
มาของพลั
งแห่
งการเติ
บโตของพื
ช และด้
วยเหตุ
ที่
อวั
ยวะเพศและเพศสั
มพั
นธ์
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
สํ
าคั
ญของงานบุ
ญ จึ
งถื
อว่
างานบุ
ญบั
งไฟเป็
นงานบุ
ญของ
พระยามารซึ
งจั
ดแข่
งกั
บงานบุ
ญของพระพุ
ทธเจ้
า บุ
ญบั
งไฟมี
ตํ
านานเล่
าขานมานาน จากนิ
ทาน
พื
นบ้
านเรื่
องผาแดงนางไอ่
เรื่
องพระยาคั
นคาก ล้
วนแต่
กล่
าวถึ
งการจุ
ดบั
งไฟเพื่
อให้
แถน (เทวดา) ได้
บั
นดาลให้
ฝนตกตามฤดู
กาล ถื
อเป็
นประเพณี
อั
นสํ
าคั
ญที่
จะละเลยมิ
ได้
เพราะมี
ความเชื่
อว่
า หาก
หมู
บ้
านใดไม่
จั
ดงานบุ
ญบั
งไฟก็
อาจจะก่
อให้
เกิ
ดภั
ยภิ
บั
ติ
แก่
ผู
คนในชุ
มชน งานบุ
ญบั
งไฟเป็
นงาน
ใหญ่
ลงทุ
นสู
ง การจั
ดงานจะต้
องเป็
นไปตามการตั
ดสิ
นใจของชุ
มชน
คติ
ความเชื่
อในวิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
ที่
เกี่
ยวพั
นกั
บการเกษตรกรรม เพื่
อสร้
างขวั
ญและกํ
าลั
งใจ
ต่
อการดํ
ารงชี
วิ
ตชาวอี
สานจึ
งมี
งานบุ
ญพื
นบ้
านมากมายจนได้
ชื่
อว่
าเป็
นภู
มิ
ภาคที่
มี
งานประเพณี
พื
นบ้
านมากที่
สุ
ดในประเทศ ฮี
ตสิ
บสองเดื
อนหรื
อประเพณี
สิ
บสองเดื
อนนั
น ชาวอี
สานร่
วมกั
ประกอบพิ
ธี
นั
บแต่
ต้
นปี
ชาวบ้
านในภาคอี
สานเป็
นสั
งคมเกษตรกรรม เมื่
อย่
างเข้
าฤดู
ทํ
านาพี่
น้
อง
ประชาชนจะมี
การจั
ดงานประเพณี
บุ
ญบั
งไฟ บู
ชาเทวดาหรื
อพญาแถนบนฟ้
า เพื่
อขอประทานนํ
าฝน
ให้
ตกลงมาตามฤดู
กาลให้
เกษตรกรได้
มี
นํ
าฝนเพี
ยงพอต่
อการทํ
าไร่
ทํ
านา เป็
นความเชื่
ออั
นเกี่
ยวข้
อง
กั
บวิ
ถี
แห่
งพื
นฐานชี
วิ
ตและการทํ
ามาหากิ
นของชาวอี
สานที่
บรรพบุ
รุ
ษมี
การปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาตั
งแต่
โบราณกาลจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ประเพณี
บุ
ญบั
งไฟนี
จึ
งมี
สาระสํ
าคั
ญเกี่
ยวกั
บความเป็
นอยู
ของประชาชน
อย่
างแท้
จริ
ง นอกจากนั
นสิ ่
งที่
ได้
รั
บจากการจั
ดงานประเพณี
นี
คื
อเกิ
ดความสามั
คคี
เอื
อเฟื
อเผื่
อแผ่
และความเสี
ยสละต่
อชุ
มชน สั
งคม ประเทศชาติ
(ข่
าวสด. 2551 : 34)
ซึ
งถื
อว่
างานบุ
ญบั
งไฟเป็
พิ
ธี
กรรมที่
มี
ความสํ
าคั
ญมาก
เพราะเชื่
อว่
าหากหมู
บ้
านใดไม่
จั
ดงานบุ
ญบั
งไฟ หมู
บ้
านนั
นอาจ
ก่
อให้
เกิ
ดภั
ยพิ
บั
ติ
ได้
เช่
น โรคภั
ยไข้
เจ็
บ หรื
อทุ
กขภิ
กภั
ยแก่
ชุ
มชนนั
น ๆ ได้
ในขณะที่
ช่
วงจั
ดงาน
ดั
งกล่
าวนี
เป็
นช่
วงที่
ชาวบ้
านมี
งานต้
องทํ
ามากมาย เนื่
องจากเป็
นฤดู
ของการทํ
านาปี
ฉะนั
นที่
ประชุ
ผู
นํ
าชุ
มชน เช่
น ผู
ใหญ่
บ้
าน จะต้
องปรึ
กษาหารื
อกั
น เพื่
อตั
ดสิ
นใจว่
าจะจั
ดหรื
อไม่
ในปี
นั
น หาก