Page 351 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

260
ลั
กษณะของพิ
ธี
แต่
งงานของชาวเขมร ส่
วย และเยอในปั
จจุ
บั
นนี
ย ั
งคงลั
กษณะ
เช่
นเดิ
มไว้
ได้
ค่
อนข้
างมาก มี
ขั
นตอนของการเลื
อกคู
ครอง ชุ
ดแต่
งงานของเจ้
าบ่
าวเจ้
าสาว ค่
าสิ
นสอด
และงานแต่
งงานบางส่
วนมี
การจั
ดพิ
ธี
แต่
งงานตอนเย็
น (การเลี
ยงโต๊
ะจี
น) ที่
เปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
และจากการที่
พ่
อแม่
ของหนุ ่
มสาวจะเป็
นผู
พิ
จารณาเลื
อกคู
ครองให้
มาเป็
นการที่
หนุ
มสาวพิ
จารณา
เลื
อกคู
ครองด้
วยตนเอง แต่
ถึ
งอย่
างนั
นก็
ตามพ่
อแม่
ของหนุ ่
มสาวก็
ย ั
งถื
อว่
ามี
บทบาทสํ
าคั
ญอยู
ใน
ขั
นตอนนี
โดยจะเป็
นผู
กลั
นกรองและให้
คํ
าแนะนํ
าในการพิ
จารณาเลื
อกคู
ครอง ถ้
าพิ
จารณาถึ
งสาเหตุ
ของการรั
กษาขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
การแต่
งงานของชาวเขมรให้
คงอยู
ได้
นั
น จากการพิ
จารณาถึ
ลั
กษณะของการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตในอดี
ตแล้
วจะพบว่
า ชาวเขมรมี
วิ
ถี
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
ค่
อนข้
างเรี
ยบง่
ายและเป็
สั
งคมค่
อนข้
างปิ
ด ชาวเขมรจะไม่
ค่
อยมี
การติ
ดต่
อสื่
อสารกั
บบุ
คคลในสั
งคมภายนอกมากนั
ก ดั
งนั
การแลกเปลี่
ยนและรั
บเอาวั
ฒนธรรมจากสั
งคมภายนอกเข้
ามาจึ
งเกิ
ดขึ
นน้
อย ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ต่
าง ๆ ที่
เคยปฏิ
บั
ติ
มาตั
งแต่
สมั
ยบรรพบุ
รุ
ษจึ
งย ั
งคงมี
สะท้
อนให้
เห็
นอยู ่
ในปั
จจุ
บั
น สอดคล้
องกั
ผลการวิ
จั
ยของรั
ตนา กิ ่
งแก้
ว (2543 : 134-135) ได้
ศึ
กษาการเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม
และวั
ฒนธรรมของกลุ ่
มชาติ
พั
นธ์
เขมร ศึ
กษาเฉพาะกรณี
บ้
านท่
าม่
วง ตํ
าบลท่
าม่
วง อํ
าเภอสตึ
จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
ผลการวิ
จั
ยพบว่
า ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บประเพณี
และวั
ฒนธรรมดั
งเดิ
มไม่
เปลี่
ยนแปลง
มากนั
กโดยเฉพาะประเพณี
โดนตา ประเพณี
แต่
งงาน และประเพณี
การบวชนาคซึ
งมี
ลั
กษณะเฉพาะของ
ชุ
มชนเช่
น ประเพณี
เกี่
ยวกั
บการแต่
งงาน ซึ
งจะย ั
งคงยึ
ดถื
อแนวปฏิ
บั
ติ
ที่
เคยปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาอย่
าง
เคร่
งครั
เมื่
อพิ
จารณาถึ
งในส่
วนของขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ในบางส่
วนที่
มี
การ
เปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
มนั
น เป็
นการเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
นจากความต้
องการความสะดวกสบาย และ
ความรวดเร็
ว โดยให้
คงไว้
ซึ
งขั
นตอนและแนวปฏิ
บั
ติ
ให้
ครบขั
นตอนดั
งเดิ
ม เช่
น การเตรี
ยมเครื่
อง
สมมาของฝ่
ายหญิ
งสาวที่
เคยลงมื
อทํ
าเอง แต่
ในปั
จจุ
บั
นจะจั
ดซื
อ ลั
กษณะของการปฏิ
บั
ติ
ดั
งกล่
าว
สะท้
อนให้
เห็
นว่
า การเปลี่
ยนแปลงต่
าง ๆ จํ
าเป็
นที่
จะต้
องเกิ
ดขึ
นในทุ
ก ๆ สั
งคม แต่
การรั
กษา
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
อั
นดี
งามของแต่
ละสั
งคมไว้
ก็
มี
ความจํ
าเป็
นที่
จะต้
องกระทํ
าควบคู
กั
น เพราะ
ถ้
าวั
ฒนธรรมประเพณี
เดิ
มถู
กลบหายไปจนหมดสิ
น ผลกระทบต่
อการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตอาจก่
อให้
เกิ
ดความ
เสี
ยหายตามมาอย่
างมากมาย ดั
งนั
นลั
กษณะของประเพณี
การแต่
งงานของชาวเขมร ส่
วย และชาวเยอ
จึ
งมี
ลั
กษณะที่
คล้
ายกั
น คื
อต้
องการรั
กษาความเป็
นดั
งเดิ
มไว้
ให้
มากที่
สุ
ดควบคู
ไปกั
บการเปลี่
ยนแปลง
ให้
เข้
ากั
บสภาพของสั
งคมในปั
จจุ
บั
น ที่
เต็
มไปด้
วยการแข่
งขั
นในทุ
ก ๆ ด้
าน จนบี
บบั
งคั
บให้
วิ
ถี
การ
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตต้
องเต็
มไปด้
วยความรี
บเร่
ง สอดคล้
องกั
บทฤษฎี
การเปลี่
ยนทางสั
งคมของนั
กสั
งคมวิ
ทยา
และมนุ
ษยวิ
ทยา (Popenoe 1993 : 542-544) ที่
กล่
าวว่
า กระบวนการทางวั
ฒนธรรม (Cultural
processes)