๖๓
๓.๑ รู
ปแบบการเต้
น
การเต้
นเป็
นการประยุ
กต์
จากยุ
คที่
๒ แต่
ย ั
งคงเน้
นความสนุ
กสนาน รื่
นเริ
ง และการทํ
าท่
าทาง
เลี
ยนแบบตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวให้
เหมื
อนที่
สุ
ด
ท่
าเต้
นย ั
งคงใช้
การย่
อเข่
าลงและกระดกสะโพกให้
งอนขึ
้
น
หลั
งแอ่
น ตั
้
งมื
อจี
บกดนิ
้
ว มื
อขวาอยู
่
ระดั
บหางคิ
้
ว มื
อซ้
ายอยู
ระดั
บปาก การเดิ
นจะใช้
การดี
ดขาออกไป
ด้
านข้
างสลั
บกั
นไปมาในขณะที่
มื
อก็
จะวาดลงและดึ
งขึ
้
นมาอยู
่
ในระดั
บหางคิ
้
วอี
กครั
้
ง สลั
บกั
นไปมา แต่
ได้
มี
การพั
ฒนารู
ปแบบการแสดงให้
สื่
อถึ
งวงจรชี
วิ
ตของตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว เพื่
อสามารถนํ
าไปสู
่
สื่
อการเรี
ยนการสอน
หรื
อหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
น โดยการประดิ
ษฐ์
ท่
ารํ
าขึ
้
นใหม่
เพื่
อให้
เกิ
ดกระบวนการแสดงสื่
อถึ
งวงจรชี
วิ
ตตั
๊
กแตน
ตํ
าข้
าว มี
ขั
้
นตอนดั
งนี
้
วิ
ธี
การแสดง
ลั
กษณะการแปรแถวและท่
ารํ
ากระโน้
ปติ
งต็
องในยุ
คที่
๓
ลั
กษณะการจี
บ การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องจะจี
บมื
อแบบพื
้
นบ้
าน คื
อการตั
้
งมื
อจี
บกดนิ
้
วชี
้
ลง ส่
วน
นิ
้
วที่
เหลื
อกรี
ดเหยี
ยด
ลั
กษณะการใช้
เท้
า การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง จะมี
ลั
กษณะการก้
าวเท้
า ๒ แบบ
๑)
การเดิ
นแบบตั
๊
กแตนเลี
ยนแบบท่
าทางของตั ๊
กแตนรํ
าข้
าว คื
อ การย่
อเข่
าลงและเตะเท้
า
ออกไปด้
านข้
าง สลั
บ ซ้
าย – ขวา
๒)
การโหย่
งขา
หมายถึ
ง การทรงตั
วด้
วยการเขย่
งเท้
า โดยใช้
จมู
กเท้
าในการรั
บนํ
้
าหนั
กตั
ว
ย่
อเข่
าทั
้
ง ๒ ต่
างระดั
บกั
น เข่
าข้
างหนึ
่
งจะรั
บนํ
้
าหนั
กตั
วอี
กข้
างหนึ
่
งจะคํ
้
าย ั
นให้
การทรง
ตั
วอยู
่
ได้
ยุ
บ-ยื
ดตั
วเร็
วและขณะเดี
ยวกั
นมื
อจะต้
องยกสู
งขึ
้
นเพื่
อเป็
นการช่
วยยกนํ
้
าหนั
ก
ให้
ลอยขึ
้
นจากพื
้
นด้
วย
สั
ญลั
กษณ์
= ชาย
= หญิ
ง