๖๒
ท่
อนที่
๓
กระโน้
บติ
งตอง ตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว
โซงซารบองเฮย คู
่
รั
กพี่
เอย
ซี
ซเลอะอั
งกั
ญ กิ
นใบขี
้
เหล็
ก
กโนบติ
งตอง ตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว
โซงซารบองเฮย คู
่
รั
กพี่
เอย
ซี
ซเลอะอั
งกั
ญ กิ
นใบขี
้
เหล็
ก
กระมม มมแดล มมแดล บองซลั
ญ สาวคนที่
พี่
รั
ก
กระมม มมแดล มมแดล บองซลั
ญ สาวคนที่
พี่
รั
ก
เนี
ยงลออ บองเอย ทมเติ
ว็
เนี
ยงบานกี
คนงามพี่
เอยโตไปเขาได้
กระมม มมแดล มมแดล บองซลั
ญ สาวคนที่
พี่
รั
ก
เนี
ยงลออ บองเอย ทมเติ
ว็
เนี
ยงบานกี
คนงามพี่
เอยโตไปเขาได้
ยุ
คที่
๓ ปฏิ
รู
ปการศึ
กษา(พ.ศ. ๒๕๔๐-ปั
จจุ
บั
น)
ในยุ
คนี
้
เป็
นยุ
คปฏิ
รู
ปการศึ
กษาสื
บเนื่
องมาจากรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
ได้
ให้
ความสํ
าคั
ญต่
อการกระจายอํ
านาจ การมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน และด้
านการศึ
กษา ศาสนาและ
วั
ฒนธรรม มี
พระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห่
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่
แก้
ไขเพิ
่
มเติ
ม (ฉบั
บที่
๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
และ หลั
กสู
ตรการศึ
กษาขั
้
นพื
้
นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่
ได้
กํ
าหนดหลั
กการ ข้
อ ๑ เป็
นการจั
ดการศึ
กษาเพื่
อความ
เป็
นเอกภาพของชาติ
มุ
่
งเน้
นความเป็
นไทยควบคู
่
ความเป็
นสากล
ในก่
อเกิ
ดการจั
ดวิ
จั
ย หลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
น ด้
าน
การศึ
กษา ศิ
ลปะ และวั
ฒนธรรมมากขึ
้
น หน่
วยงานทั
้
งในส่
วนกลางและภู
มิ
ภาคได้
สนั
บสนุ
นให้
มี
การมี
การ
วิ
จั
ยภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ ่
น มี
การพั
ฒนาต่
อยอดให้
เป็
นที่
ยอมรั
บในสากลเพื่
อให้
มี
การแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
วั
ฒนธรรม
ระหว่
างประเทศ
การพั
ฒนาการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องที่
พั
ฒนามาจากการละเล่
นเพื่
อความสนุ
กสนานในหมู
่
บ้
าน
มามี
รู
ปแบบมากขึ
้
นในยุ
คส่
งเสริ
มจากทางราชการ เมื่
อถึ
งยุ
คนี
้
จึ
งมุ
่
งเน้
นทั
้
งการอนุ
รั
กษ์
และพั
ฒนา มี
การนํ
า
องค์
ความรู
้
ต่
าง ๆ เข้
ามาประกอบเป็
นการบั
นเทิ
งที่
มี
สาระและความรู
้
มากขึ
้
น ซึ
่
งยุ
คนี
้
ได้
นํ
าการวิ
ทยาศาสตร์
เข้
ามาประยุ
กต์
คื
อวงจรชี
วิ
ตของตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว เพื่
อนํ
าไปสู
่
จั
ด ทํ
าเอกสารประกอบการเรี
ยนหลั
กสู
ตร
ท้
องถิ ่
น เพื่
อให้
เกิ
ดการเรี
ยนการสอนแบบบู
รณาการ และที่
สํ
าคั
ญเป็
นการต่
อยอดให้
องค์
ความรู
้
ท้
องถิ
่
น
ออกไปสู
่
สากลได้
รู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
และเพลง ในยุ
คนี
้
ที่
นํ
าเสนอประกอบด้
วย